ไม่ได้มีแต่ ‘เอกชน’ ที่ไม่รับคน ตอนนี้แม้แต่ ‘ภาครัฐไทย’ ก็เจอเหมือนกัน!

พ่อแม่ชอบบอกว่า ‘ข้าราชการ’ เป็นงานมั่นคง แต่ดูเหมือนยุคสมัยที่เปลี่ยนไปก็จะทำให้ ‘งานราชการ’ มั่นคงน้อยลงเรื่อยๆ เหมือนกัน เมื่อล่าสุด ครม. หรือ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบแนวทาง ที่เกี่ยวข้องกับ ‘การปฏิรูประบบการบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐ’ อันหมายรวมถึง การชะลอรับคนใหม่-ยุบตำแหน่งเก่า
โดยให้เหตุผลว่า ประเทศไทยมี ‘งบประมาณรายจ่ายประจำ’ มากถึง 70% และเป็นงบด้านบุคลากรในสัดส่วน ‘สูงมาก’ เมื่อรัฐบาลมีภารกิจหลายด้านที่จำเป็นจะต้องจัดสรรงบประมาณไปขับเคลื่อนประเทศ ดังนั้น จึงจำเป็นจะต้องปฏิรูประบบการบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐ
ครม. ได้ลงมติเห็นชอบตามที่คณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐเสนอ
อย่างแรกที่จะเกิดขึ้นแน่นอนแล้วคือ ชะลอการจัดสรรอัตราข้าราชการตั้งใหม่ทุกกรณี โดยหน่วยงานจะต้องตรึงอัตรากำลัง บริหารอัตรากำลังที่มี บรรจุอัตราว่างเท่าที่จำเป้น ตามผลการสอบแข่งขัน-คัดเลือก หรืออยู่ระหว่างการแข่งขันคัดเลือก
นอกจากนั้น ครม. ยังเห็นชอบให้คณะอนุกรรมการสามัญประจำกระทรวงทุกกระทรวง ดำเนินการอีกหลายข้อที่เกี่ยวกับกำลังคน ได้แก่
1 – พิจารณา ‘ยุบเลิกกรอบอัตราข้าราชการ’ ประเภทวิชาการระดับปฏิบัติการและชำนาญการ ประเภททั่วไประดับปฏิบัติการและชำนาญการ ที่ไม่มีการเบิกจ่ายงบประมาณ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2567 เป็นต้น ไป ยกเว้นกรณีที่มีประกาศรับสมัครไว้แล้ว และรายงานผลการพิจารณายุบเลิกภายในเดือนธันวาคม 2569
หมายถึง ตำแหน่งข้าราชการทั้งประเภทวิชาการและทั่วไป ระดับปฏิบัติการและชำนาญการ ที่ ‘ว่าง’ ไม่มีคนทำงาน ไม่มีใครรับเงินเดือนมาตั้งแต่เดือนตุลาคม 2567 ให้พิจารณายุบทิ้งไปได้เลย ยกเว้นกรณีที่เปิดรับสมัครเอาไว้แล้ว
2 – ยุบเลิกตำแหน่งข้าราชการประเภทวิชาการและประเภททั่วไป ที่จะเกิดขึ้นหลังจากการเกษียณอายุราชการในปีงบประมาณ 2570 ที่เดิมเคยได้รับการทดแทนด้วยการจ้างงานรูปแบบอื่น ตามสัดส่วนที่มาตรการบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐกำหนดไว้ โดยไม่ทดแทนด้วยกรอบพนักงานราชการ ให้ครอบคลุมตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2571-2575
หมายถึง หลังการเกษียณอายุในปีงบประมาณ 70 เกิดขึ้น จะมีการยุบตำแหน่งข้าราชการหลายตำแหน่ง และไม่ทดแทนด้วยการจ้างงานพนักงานราชการแล้ว แต่เป็นการยุบอัตรานี้ไปโดยถาวรเลย โดยข้อนี้จะยกเว้นให้กับบางสายงาน ได้แก่ สายงานแพทย์ ทันตแพทย์ และผู้ปฏิบัติงานในเรือนจำ
3 – ยุบเลิกตำแหน่งในสายงานสนับสนุนที่ไม่จำเป็นต้องใช้รูปแบบการจ้างงานประเภทข้าราชการ เมื่อผู้ดำรงตำแหน่งเกษียณอายุ จำนวน 11 สายงาน ภายในระยะเวลาตั้งแต่ปีงบประมาณ 2570 เป็นต้นไป ได้แก่
- เจ้าพนักงานธุรการ (เฉพาะในราชการบริหารส่วนกลาง)
- เจ้าพนักงานเผยแพร่และประชาสัมพันธ์
- เจ้าพนักงานสื่อสาร
- เจ้าพนักงานโสตทัศนศึกษา
- เจ้าพนักงานห้องสมุด
- นายช่างขุดลอก
- นายช่างพิมพ์
- นายช่างภาพ
- นายช่างศิลป์
- บรรณารักษ์ (ยกเว้น กรณีกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม)
- ผู้ประกาศและรายงานข่าว
หมายถึง หลังการเกษียณอายุในปีงบประมาณ 70 เกิดขึ้น จะทยอยยุบตำแหน่งใน ‘สายงานสนับสนุน’ ทั้งหมด 11 สายงาน และหันไปใช้การจ้างานประเภทอื่นแทน
นอกจากนั้น ‘รัชดา ธนาดิเรก’ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยังเผยว่า มติ ครม. นี้ยังให้สำนักงาน ก.พ. และหน่วยงานรับผิดชอบจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย อาทิ
- มาตรการเกษียณอายุก่อนกำหนด
- มาตรการชะลอกำหนดตำแหน่งเป็นระดับสูงขึ้น
- มาตรการสนับสนุนแนวทางการจ้างเหมาบริการ
- มาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานภาครัฐด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล
- มาตรการปรับปรุงโครงสร้างส่วนราชการและลดความซ้ำซ้อนของหน่วยงานภาครัฐ
- การปฏิรูประบบเบี้ยหวัด บำเหน็จบำนาญ ให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศที่เปลี่ยนแปลงไป
“การปฏิรูประบบการบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐในครั้งนี้ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารราชการแผ่นดิน มุ่งสนับสนุนให้ภาครัฐใช้จ่ายงบประมาณด้านบุคลากรอย่างคุ้มค่า มีโครงสร้างส่วนราชการและอัตรากำลังที่เหมาะสมกับบทบาท ภารกิจ รวมทั้งการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน ซึ่งสอดคล้องกับสถานการณ์ของประเทศในปัจจุบัน”
ถึงตรงนี้คุณว่าไง คิดว่าเป็นผลดีกับประเทศไทยไหม?
ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา




