
ชลประทานจังหวัดภูเก็ต เผย อ่างเก็บน้ำทั้ง 3 แห่ง มีปริมาณ 55.3% ยังเพียงพอต่อการผลิตน้ำประปาและรองรับการอุปโภคบริโภค ยืนยันไม่กระทบภาคท่องเที่ยวและธุรกิจ เร่งศึกษาเพิ่มพื้นที่กักเก็บน้ำ รองรับการขยายตัวของเมือง คาดศึกษาแล้วเสร็จปี 2570 พร้อมขอความร่วมมือผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์จัดทำแหล่งน้ำภายในโครงการ หวังลดความเสี่ยงทั้งน้ำท่วมและภัยแล้งในระยะยาว
นายวรัตม์ สุระวดี หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยว่า ขณะนี้ภาพรวมสถานการณ์ภัยแล้งของจังหวัดยังอยู่ในภาวะปกติ เนื่องจากยังสามารถบริหารจัดสรรน้ำและมีแหล่งน้ำสำรองรองรับปัจจุบันระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำ3 แห่ง เพียงพอสำหรับการผลิตน้ำประปาและการอุปโภคบริโภค ยังไม่มีผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวและภาคธุรกิจ ประกอบกับยังอยู่ในช่วงฤดูฝน แม้ปริมาณฝนอาจลดลงเป็นระยะ แต่คาดว่าจะยังมีฝนตกต่อเนื่องไปจนถึงประมาณเดือนพฤศจิกายน
สำหรับแผนสำรอง จังหวัดยังมีแหล่งน้ำประเภทขุมเหมืองและแหล่งน้ำอื่นๆ ที่สามารถนำมาใช้ได้ หากเกิดสถานการณ์วิกฤตจริง ยังสามารถใช้มาตรการจัดหาและกระจายน้ำเพิ่มเติมได้
ขณะเดียวกัน จังหวัดยังให้ความสำคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพแหล่งน้ำในพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณ ต.เชิงทะเล อ.ถลาง ซึ่งมีการขยายตัวของเมืองอย่างรวดเร็ว องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อบต.และ เทศบาล ได้ปรับปรุงแหล่งน้ำและระบบผลิตน้ำประปาเพื่อรองรับการเติบโตของชุมชน

ด้านนายสนทยา สุตราม หัวหน้าฝ่ายวิศวกรรม โครงการชลประทานภูเก็ต เปิดเผยว่า ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำทั้ง 3 แห่งยังมีปริมาณเพียงพอ โดยข้อมูล ณ วันที่ 10 สิงหาคม 2569 ระบุว่ามีปริมาณน้ำรวม 12.24 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 55.3% ของความจุรวม 22.13 ล้านลูกบาศก์เมตร ดังนี้
อ่างเก็บน้ำบางเหนียวดำ มีปริมาณน้ำในอ่าง 3.5 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 44.9% ของความจุ
อ่างเก็บน้ำบางวาด มีปริมาณน้ำในอ่าง 6.09 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 59.7% ของความจุ
อ่างเก็บน้ำคลองกะทะ มีปริมาณน้ำในอ่าง 2.66 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 64.2% ของความจุ
ปัจจุบันการบริหารจัดการน้ำทั้ง 3 อ่างยังสามารถรองรับการผลิตน้ำประปา อุปโภคบริโภคเป็นหลัก โดยอ่างบางเหนียวดำส่งน้ำให้การประปาส่วนภูมิภาคสาขาภูเก็ตในอัตราไม่เกิน 24,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน หรือไม่เกิน 4.37 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี เฉพาะในช่วงฤดูแล้ง 6 เดือน(ธันวาคมถึงพฤษภาคม) และงดจ่ายน้ำในช่วงฤดูฝน 6 เดือน(มิถุนายนถึงพฤศจิกายน)
ขณะที่อ่างบางวาด ส่งน้ำให้ทั้งการประปาส่วนภูมิภาค สาขาภูเก็ต และประปาเทศบาลนครภูเก็ต โดยการประปาส่วนภูมิภาคสาขาภูเก็ต จ่ายน้ำให้ในอัตราไม่เกิน 42,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวันหรือไม่เกิน 7.63 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปีเฉพาะในช่วงฤดูแล้ง 6 เดือน(ธันวาคมถึงพฤษภาคม) และงดจ่ายน้ำในช่วงฤดูฝน 6 เดือน(มิถุนายนถึงพฤศจิกายน)
และประปาเทศบาลนครภูเก็ต จ่ายน้ำให้ในอัตราไม่เกิน 23,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวันหรือไม่เกิน 4.18 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวันต่อปีเฉพาะในช่วงฤดูแล้ง 6 เดือน(ธันวาคมถึงพฤษภาคม) และงดจ่ายน้ำในช่วงฤดูฝน 6 เดือน(มิถุนายนถึงพฤศจิกายน)

ส่วนอ่างคลองกะทะ ส่งน้ำให้การประปาส่วนภูมิภาค สาขาภูเก็ตตลอดทั้งปี เนื่องจากยังไม่มีแหล่งน้ำดิบอื่นรองรับ โดยจ่ายน้ำให้ในอัตราไม่เกิน 15,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน หรือไม่เกิน 4.38 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปีทุกวันตลอดปี
นอจากนี้ยังส่งน้ำให้เทศบาลตำบลฉลอง จ่ายน้ำให้ในอัตราไม่เกิน 3,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวันหรือไม่เกิน 0.55 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปีเฉพาะในช่วงฤดูแล้ง 6 เดือน (ธันวาคมถึงพฤษภาคม) และงดจ่ายน้ำในช่วงฤดูฝน 6 เดือน (มิถุนายนถึงพฤศจิกายน)
นายสนทยากล่าวต่อว่า แม้สถานการณ์น้ำในปัจจุบันยังเป็นปกติเพราะะยังอยู่ในช่วงฤดูฝน แต่ภูเก็ตมีแนวโน้มการใช้น้ำสูงขึ้นต่อเนื่อง จากการขยายตัวของภาคการท่องเที่ยวและประชากรแฝง โดยความต้องการใช้น้ำเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 80 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี ขณะที่ปริมาณน้ำท่าเฉลี่ยของจังหวัดมีมากถึงประมาณ 480 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี แต่ข้อจำกัดสำคัญคือพื้นที่สำหรับเก็บกักน้ำมีน้อย
ปัจจุบันมีแหล่งเก็บกักน้ำสำคัญ ได้แก่ 1) อ่างเก็บน้ำ 3 แห่ง ความจุรวม 22.13 ล้านลูกบาศก์เมตร 2) โครงการชลประทานขนาดเล็ก 101 แห่ง ความจุรวม 5.9 ล้านลูกบาศก์เมตร และ3) ขุมเหมือง 109 แห่ง ความจุรวมประมาณ 21.02 ล้านลูกบาศก์เมตร รวมความจุแหล่งเก็บกักน้ำทั้งหมดประมาณ 49 ล้านลูกบาศก์เมตร

ส่วนแนวทางเพิ่มแหล่งน้ำในอนาคต โครงการชลประทานภูเก็ตยอมรับว่า ยังมีข้อจำกัดด้านพื้นที่ ด้วยพื้นที่ของโครงการ ประมาณ 1,300 ไร่ ซึ่งถือว่าน้อยเมื่อเทียบกับจังหวัดอื่น ขณะที่ที่ดินเอกชนในภูเก็ตมีราคาสูง ทำให้การเวนคืนทำได้ยาก จึงพยายามหาพื้นที่เก็บกักน้ำในพื้นที่ของโครงการ โดยอยู่ระหว่างศึกษาแนวทางขยายคลองบริเวณท้ายน้ำอ่างเก็บน้ำบางวาด เพื่อให้เป็นทั้งพื้นที่ระบายน้ำและพื้นที่กักเก็บน้ำ
ทั้งนี้ ได้เสนอเรื่องไปยังสำนักงานชลประทานที่ 15 และกรมชลประทานแล้ว เบื้องต้นอยู่ระหว่างศึกษาปริมาณน้ำและความเหมาะสมในการก่อสร้างอาคารชลประทาน รวมถึงขยายพื้นที่กักเก็บน้ำ คาดว่าจะศึกษาแล้วเสร็จปี 2570 ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนการสำรวจและออกแบบรายละเอียด ความคุ้มค่าความเหมาะสมของโครงการฯ
นายสนทยากล่าวทิ้งท้ายว่า โครงการชลประทานภูเก็ตยังเน้นย้ำให้ประชาชนและภาคธุรกิจร่วมกันใช้น้ำอย่างประหยัด โดยเฉพาะผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ เช่น โครงการวิลล่าและบ้านจัดสรร ให้จัดทำแหล่งกักเก็บน้ำภายในพื้นที่ของโครงการ เพื่อช่วยบริหารจัดการน้ำและลดปัญหาน้ำท่วมขังในช่วงฤดูฝน รวมถึงเป็นแหล่งน้ำสำรองในช่วงฤดูแล้ง โดยอ่างเก็บน้ำหลักทั้ง 3 แห่งมีภารกิจสำคัญในการสนับสนุนการผลิตน้ำประปาเพื่อการอุปโภคบริโภคเป็นหลัก ไม่ได้ใช้เพื่อการเกษตร และหากฝนตกตามฤดูกาลในระดับใกล้เคียงสถิติที่ผ่านมา คาดว่าจะยังไม่มีปัญหาขาดแคลนน้ำในระยะใกล้หน้า




