ยิ่งปัด ยิ่งเหนื่อย? เมื่อ Dating App ไม่ได้จบที่ ‘ตรงสเปก’

อยากมีใครสักคน ออกไปข้างนอกก็ไม่เจอ แต่จะรอพรหมลิขิตบินทะลุหน้าต่างบ้านมาก็คงไม่ใช่… ‘Dating App’ หรือแอปพลิเคชันหาคู่จึงกลายเป็นทางเลือกของใครหลายคนในยุคนี้

แต่การจะเจอใครสักคนที่ใช่ผ่านหน้าจอก็เหมือนการลุ้นว่าจะถูกหวยรางวัลที่ 1 สักงวด เพราะยิ่งปัดก็ยิ่งมีตัวเลือกใหม่ให้ตัดสินใจไม่รู้จบ แถมเมื่อเริ่มคุยกันแล้ว ก็ยังต้องคอยเดาอีกว่าเขาจริงจังแค่ไหน ความสัมพันธ์นี้กำลังไปทางไหน หรือเรากำลังคิดไปเองอยู่หรือเปล่า จนบางครั้งเราอาจไม่ได้เหนื่อยแค่กับการ ‘หาใครสักคน’ แต่เหนื่อยกับการ ‘เลือก’ และทำความเข้าใจความสัมพันธ์ไปพร้อมกัน

เมื่อการหาคู่กลายเป็นการเช็กคุณสมบัติ

ลองนึกภาพว่าในหัวของเรามีเช็กลิสต์สำหรับคนรักอยู่ 10-20 ข้อ ทำงานสายนี้ ไลฟ์สไตล์แบบนี้ ต้องสูงเท่านี้ เตี้ยกว่าหนึ่งเซนติเมตรก็ปัดผ่านแบบไม่ต้องคิดเยอะ เพราะเดี๋ยวคนถัดไปก็มา

MeetNLunch เรียกภาวะนี้ว่า ‘Checklist Fatigue’ หรือความเหนื่อยล้าจากการยึดติดกับเช็กลิสต์ เพราะเมื่อคุณสมบัติที่ ‘ต้องมี’ เริ่มยาวกว่าหางว่าว การเดตก็อาจเริ่มคล้ายระบบสแกนกรรมมากกว่าการทำความรู้จักใครสักคน

ผลสำรวจโดย OnePoll สำหรับ Forbes Health ซึ่งสำรวจผู้ใช้แอปหาคู่ 1,000 คนในปี 2567 พบว่า 78% รู้สึกเหนื่อยหน่ายจากการใช้แอปหาคู่ โดยตัวเลขเพิ่มขึ้นเป็น 79% ในกลุ่ม Gen Z และ 80% ในกลุ่มผู้หญิง และ 40% ระบุว่าสาเหตุสำคัญมาจากการไม่สามารถพบความสัมพันธ์ที่ดีและมีความหมายได้

ขณะที่ Lunch Actually Annual Singles Dating Survey 2024 พบว่า 88% ของคนโสดเคยหยุดพักจากการใช้แอปหาคู่ และ 63% ระบุว่า ‘การขาดความสัมพันธ์ที่จริงใจและมีความหมาย’ เป็นสาเหตุหลัก

เมื่อมีตัวเลือกมากมายไม่ได้แปลว่าจะเจอคนที่ใช่ง่ายขึ้น คำถามจึงอาจไม่ใช่แค่ “จะหาคนที่ตรงสเปกได้อย่างไร?” แต่เป็น “จริงๆ แล้วเราต้องการอะไรจากคนที่จะเข้ามาอยู่ในชีวิต?”

รายได้สูง ไม่ได้แปลว่าเข้ากันได้เรื่องเงิน

ที่จริงการอยากได้แฟนที่การเงินมั่นคงก็ไม่ใช่เรื่องผิด เพราะเรื่องเงินเป็นหนึ่งในเรื่องสำคัญของชีวิตคู่ แต่ปัญหาอาจอยู่ที่การคิดว่า รายได้สูง = เข้ากันได้เรื่องเงิน เพราะสองอย่างนี้ไม่เหมือนกัน

งานวิจัยของ Jeffrey Dew และ Sonya Britt ซึ่งศึกษาคู่รักมากกว่า 4,500 คู่ พบว่า ความขัดแย้งเรื่องเงินเป็นปัจจัยที่สัมพันธ์กับการหย่าร้าง เพราะแม้คนสองคนจะมีรายได้ดีทั้งคู่ก็ยังมีปัญหาได้ หากมีวิธีคิดเรื่องการออม การใช้จ่าย หรือรูปแบบการใช้ชีวิตต่างกัน

ข้อมูลจากการสำรวจคนโสดในสิงคโปร์ยังพบว่า 93% มองว่าทักษะการบริหารจัดการเงินเป็นคุณสมบัติที่น่าดึงดูดในคู่รัก

ดังนั้น นอกจากคำถามว่า “เขามีรายได้เท่าไหร่?” อาจต้องรู้ด้วยว่า “เขาจัดการกับเงินอย่างไร และวิธีนั้นเข้ากับเราได้หรือเปล่า?”

ตำแหน่งงานหนึ่งตำแหน่ง อาจมาพร้อมวิถีชีวิตอีกแบบ

กระแส ‘Man in Finance’ ที่เคยไวรัลไปทั่วโลก ทำให้ชายหนุ่มในสายการเงินกลายเป็นหนึ่งในภาพฝันของการเดตยุคใหม่ แต่สิ่งที่มักไม่ค่อยอยู่ในเช็กลิสต์คือ “งานนั้นต้องแลกมาด้วยอะไร?”

งานในสายธนาคาร กฎหมาย ที่ปรึกษาธุรกิจ หรือเทคโนโลยีบางตำแหน่ง อาจมาพร้อมชั่วโมงการทำงานที่ยาวนาน ความกดดันสูง การเดินทาง หรือเวลาส่วนตัวที่จำกัด เพราะฉะนั้น การเลือกคบกับคนจากอุตสาหกรรมหนึ่ง อาจไม่ได้หมายถึงการเลือกแค่ ‘คน’ แต่รวมถึงการเลือกวิถีชีวิตที่มากับงานของเขาด้วย

นอกจากถามว่า “เขาทำงานอะไร?” อาจต้องถามต่อว่า “เขามีพื้นที่สำหรับความสัมพันธ์มากแค่ไหน?”

จากคนที่ตรงสเปก สู่คนที่ใช้ชีวิตด้วยกันได้

ส่วนสูง อาชีพ รายได้ หรือตำแหน่งงานอาจเป็นสิ่งที่ทำให้เราสนใจใครสักคนตั้งแต่แรกพบ แต่พอคบกันจริง สิ่งที่ต้องเจออาจไม่ใช่เช็กลิสต์ที่ติ๊กครบ แต่เป็นวันที่อีกฝ่ายทำงานจนกลับบ้านดึก วันที่ทะเลาะกันเรื่องเงิน หรือวันที่ชีวิตโยนเรื่องไม่คาดคิดมาให้ชุดใหญ่

ท้ายที่สุด การมีมาตรฐานในการเลือกคู่ไม่ใช่เรื่องผิดแม้แต่น้อย และเป็นเรื่องที่ควรมีด้วยซ้ำ เพียงแต่อาจต้องแยกให้ออกว่า อะไรคือสเปกที่ทำให้เราอยากปัดขวา และอะไรคือสิ่งที่เราต้องอยู่ด้วยจริงๆ เพราะในชีวิตจริง ยังมีเรื่องเงิน เวลา ความขัดแย้ง ไลฟ์สไตล์ ความรับผิดชอบ และความชัดเจนที่ต้องจัดการไปพร้อมกัน

อ้างอิง:

  • บทความมุมมองเรื่อง Checklist Fatigue จาก MeetnLunch