เปิดผล โกงสอบท้องถิ่น​ บกพร่องเกือบทุกขั้นตอน ตั้งแต่ ​TOR​ บรรจุเกินอัตรา แก้คะแนน ชงฟันผิดทุกทาง

เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม มีรายงานว่า นายปกรณ์ นิลประพันธ์ ​รองนายกรัฐมนตรี มีหนังสือที่ กงน.(กร​6)​ 0030 / 2569​ ลงวันที่ 6 ส.ค.2569​ เรื่อง รายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายกรณีการทุจริตสอบแข่งขัน เพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ปี 2568​ ถึงนายกรัฐมนตรี ตามที่มีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 263/2569 ลงวันที่ 6 ก.ค.2569 เรื่อง ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ปี 2568​ โดยให้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อการทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ปี 2568​ รายงานเสนอต่อนายกรัฐมนตรีภายใน 30 วัน

บัดนี้ คณะกรรมการดำเนินการเสร็จและขอกราบเรือนสรุปผลการดำเนินการ ดังนี้

1.คณะกรรมการตรวจสอบได้ตรวจสอบตั้งแต่ขั้นตอนการกำหนดอัตราว่างที่จะสอบบรรจุ, การอนุมัติให้มีการสอบ, การจัดทำ TOR เพื่อจัดหาผู้รับจ้างดำเนินการสอบ, การจัดหาผู้รับจ้าง, การดำเนินการของผู้รับจ้างในการจัดสอบและการตรวจผลการสอบ, การจัดทำและประกาศผลการสอบ, การเรียกบรรจุ และการดำเนินการของผู้เกี่ยวข้อง เมื่อเกิดการจับกุมขบวนการทุจริตและพบช่องว่างที่เอื้อต่อการทุจริตและมีลักษณะที่ส่อไปในทางที่อาจขัดต่อกฎหมายในเกือบทุกขั้นตอน

2.การกำหนดอัตราว่างที่จะสอบบรรจุ พบว่า ก กลาง อนุมัติอัตราว่างอันเป็นที่มาของการสอบคัดเลือกเพื่อบรรจุเพียง 8,548 อัตรา แต่มีการบรรจุจริงถึง 15,520 อัตรา โดย ก.กลาง มีมติให้ทั่วไปแก่ ก.จ. ก.ท. และ ก.อบต. ที่จะเรียกบรรจุได้เองหากมีอัตราว่าง โดยให้เรียกจากจาบัญชีที่มีการขึ้นทะเบียนไว้​ โดยไม่ต้องผ่าน ก กลาง อีก ซึ่งไม่สอดคล้องกับหลักปฏิบัติของหน่วยทั่วไปในการควบคุมค่าใช้จ่ายเงินเดือน ประโยชน์ตอบแทนอื่น และค่าจ้าง โดยจะมีการบรรจุตามอัตราว่างที่ได้รับอนุมัติเท่านั้น

Advertisement

ซึ่งเรื่องนี้อาจไม่สอดคล้องกับการควบคุมค่าใช้จ่ายเงินเดือน ประโยชน์ตอบแทนอื่น และค่าจ้าง ต้องไม่เกินร้อยละ 40 ของงบประมาณรายจ่ายประจำปีขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามกฎหมาย ว่าด้วยระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่นด้วย ซึ่งกระทรวงมหาดไทยต้องตรวจสอบให้เป็นไปตามกฎหมายต่อไป

3.การอนุมัติให้มีการจัดสอบ พบว่า ก.สถ.อนุมัติให้มีการจัดสอบโดยให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เป็นผู้ดำเนินการ และไม่ปรากฏว่ามีการนำประเด็นการทุจริตเรียกรับสอบอันเป็นเหตุให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเคยมีคำสั่งให้ยกเลิกการสอบครั้งก่อนมาแล้วมาพิจารณาเพื่อกำหนดแนวทางการป้องกันการทุจริตด้วยทั้งที่เป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง

4.การจัดทำ TOR เพื่อจัดหาผู้รับจ้างดำเนินการสอบ พบว่า ก.สถ.มีมติให้ฝ่ายเลขานุการ (สถ.) เป็นผู้ดำเนินการ โดยมิได้พิจารณารายละเอียดของ TOR เอง ทั้งที่เป็นองค์กรที่มีหน้าที่และอำนาจในการจัดให้มีการสอบที่ต้องรับผิดชอบความถูกต้อง เป็นธรรม และเที่ยงธรรมในการสอบ ซึ่งเป็นความบกพร่องชัดเจน

นอกจากนี้ TOR ยังกำหนดให้ผู้รับจ้างรับผิดชอบของข้อสอบด้วย​ ทำให้ ก.สถ.ไม่​สามารถควบคุมคุณภาพของข้อสอบ ซึ่งควรต้องมีมาตรฐานด้านคุณภาพไม่ต่ำกว่าคุณภาพข้อสอบเข้ารับของสำนักงาน ก.พ. ด้วย และ ก. สถ.ต้องมีระบบงานที่เข้มงวดในการควบคุมและกำกับการดำเนินงานของผู้รับจ้าง แต่กรณีนี้ไม่มีระบบที่ชัดเจน ซึ่งต่างไปจากการจัดการสอบของหน่วยงานอย่างมาก แม้ TOR จะกำหนดให้ผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบการสอบทั้งหมด ในลักษณะ​เบ็ดเสร็จเด็ดขาด​ ทั้งทางแพ่ง อาญา และปกครอง ก็ไม่ทำให้ ก.สถ.พ้นจากความรับผิดชอบอันเป็นหน้าที่และอำนาจ​กฎหมายไปได้ ทั้งนี้ การพิจารณาความรับผิดชอบในรายละเอียดของ ก.สถ. และกลุ่มผู้จัดทำ​TOR เป็นหน้าที่ของกระทรวงมหาดไทยที่จะต้องดำเนินการตรวจสอบต่อไป

5.การจัดหาผู้รับจ้าง พบว่า เป็นไปตามกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง

6.การดำเนินการของผู้รับจ้างในการจัดสอบและการตรวจผลการสอบ พบว่า ผู้รับจ้างดำเนินการรับจ้างช่วง เป็นผู้ตรวจผลการสอบ และเจ้าหน้าที่ของผู้รับจ้างมีการสั่งให้ผู้รับจ้างช่วง​สำเนาข้อมูลผลการสอบเพิ่มเติมอีก 1 ชุดให้แก่ตน อันเป็นความเสี่ยงที่จะเกิดการทุจริต และเมื่อ TOR กำหนดให้ผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบการสอบทั้งหมดในลักษณะเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ทำให้ ก.สถ.ไม่เคร่งครัดที่จะตรวจสอบการดำเนินการของผู้รับจ้าง จึงเป็นข้อบกพร่องที่ต้องตรวจสอบต่อไปว่าเกิดขึ้นโดยเจตนาหรือไม่ แต่ไม่ว่าอย่างไร ก.สถ. ซึ่งมีหน้าที่และความรับผิดชอบตามกฎหมายในกรณีนี้ก็ไม่อาจยกขึ้นปฏิเสธสิ่งที่เกิดขึ้นตามมาได้

7.การจัดทำและประกาศผลการสอบ พบว่า ผลการตรวจทันทีภายหลังการสอบภาค ก. และ ข. ไม่ตรงกับผลสอบภาค ก. และ ข. ที่มีการประกาศ และในการรับรองผลการสอบ ก.สถ.ไม่ได้พิจารณาในรายละเอียดโดยอ้างเหตุว่าเป็นเรื่องลับ ทั้งที่เป็นผู้กำหนดชั้นความลับเอง เป็นองค์กรที่มีหน้าที่และอำนาจในการจัดการสอบและต้องรับผิดชอบผลการสอบด้วย คงจำนวนผู้สอบได้ตามที่ฝ่ายเลขานุการนำเสนอเท่านั้น ถือเป็นความบกพร่องร้ายแรง

นอกจากนี้ ยังปรากฏจาก digital footprint และการให้ปากคำของผู้เกี่ยวข้องว่ามีการสั่งการและประสานงานให้เจ้าหน้าที่ สถ.แก้ไขข้อมูลผลการสอบหลายครั้ง และจากการให้ถ้อยคำของผู้เกี่ยวข้อง พบว่าผู้เกี่ยวข้องบางรายได้มอบหมายและประสานกับบุคคลภายนอก ที่มิได้มีหน้าที่และอำนาจใดๆ ในการแก้ไขผลการสอบที่มีการประกาศนั้นด้วย อันเป็นพฤติกรรมที่ผิดปกติและทุจริตอย่างชัดแจ้ง ปราศจากความละอาย และไม่เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบของทางราชการ สำหรับการแก้ไขคะแนน มีทั้งการแก้ไขคะแนนจากผู้สอบตกให้เป็นผู้สอบได้ และการแก้คะแนนผู้สอบได้อยู่แล้วให้มีคะแนนมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่อลำดับของการขึ้นทะเบียนเพื่อเรียกบรรจุ

8.การเรียกบรรจุ พบว่า มีการบรรจุอัตราว่าว่างตามที่กราบเรียนแล้ว ซึ่งต้องมีการตรวจสอบต่อไปว่าเป็นการดำเนินการที่ชอบด้วยกฎหมายและระเบียบของทางราชการหรือไม่ ถ้าไม่ชอบจะต้องมีการแก้ไขเสียให้ถูกต้อง

9.การดำเนินการของผู้เกี่ยวข้องมือเกิดการจับกุมขบวนการทุจริต พบว่า ก.สถ.ยังมีการเรียกบรรจุเพิ่มแม้จะปรากฏว่ามีการจับกุมขบวนการทุจริตโดยไม่คำนึงถึงข้อสั่งการของรัฐฐนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้มีอำนาจกำกับดูแลการดำเนินการของ ก กลาง และ ก.สถ. รวมทั้ง สถ. โดยอ้างเหตุว่าเกรงจะถูกฟ้องร้อง และหลังจากนั้นกลับมีคำสั่งให้บรรจุ โดยไม่กลัวถูกฟ้อง​ ถือเป็นเรื่องผิดปกติ

ทั้ง 32 กระบวนงานเกณฑ์คุณภาพข้อสอบ หรือการใช้ผลภาค ก ของ ก.พ. รวมทั้งให้ขึ้นบัญชีเท่ากับจำนวนตำแหน่งว่างที่เปิดรับ และเสนอข้อมูลผู้เกี่ยวข้องกับการทุจริต ให้สำนักงาน ก.พ. เพื่อรวบรวมเป็นฐานข้อมูลกลางป้องกันมิให้สมัครสอบเข้ารับราชการหรือหน่วยงานของรัฐอื่นได้อีก และมีความล่าช้าในการดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการทำความจริงให้ปรากฏและการตรวจจสอบความต้องของการจัดการสอบครั้งนี้ ซึ่งผิดไปจากปกติของหน่วยงานของรัฐที่จะต้องเร่งรีบตรวจสอบปัญหาที่เกิดขึ้น อันเป็นผลให้สาธารณชนขาดความเชื่อมั่นในระบบราชการโดยรวม (Trust in Government) สร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ระบบราชการทั้งระบบ ซึ่งต้องตรวจสอบเชิงลึกต่อไปถึงแรงจูงใจในความบกพร่องดังกล่าว โดยเฉพาะการไม่ปฏิบัติตามข้อสั่งการของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และความล่าข้าในการจัดการกับเรื่องอื้อฉาวที่เกิดขึ้น แสดงให้เห็นถึงปัญหาในระบบการสั่งการและบังคับบัญชาของกระทรวงมหาดไทย

ทั้งนี้ รายละเอียดปรากฏตามรายงานการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีทุจริตสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ปี 2568​ จำนวน 1 เอกสารภาคผนวก จำนวน 11 เล่ม ที่แบบเสนอมาพร้อมนี้

ในการนี้ คณะกรรมการขอกราบเรียนข้อเสนอแนะเพื่อสั่งการ ดังนี้

1.1 กระทรวงมหาดไทย และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ดำเนินคดีกับบุคคลตามข้อ 4.2 ตามที่ปรากฏในรายงานผลการตรวจสอบ ทั้งทางแพ่ง อาญา ปกครอง และมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างเด็ดขาดทุกราย

1.2 ตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมว่ามีผู้เกี่ยวข้องกับการพูดอีกหรือไม่ เพราะการทุจริตครั้งนี้มีลักษณะการทำเป็นขบวนการอย่างชัดเจน และให้ผู้บังคับบัญชาดำเนินคดีทางแพ่ง อาญา ปกครองและมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างเด็ดขาดทันที

1.3 ทบทวนว่าควรให้ ก.สถ.จัดสอบต่อไปหรือไม่ เพราะสาธารณชนความเชื่อมั่นในการจัดสอบของ ก.สถ.พังทลายลงแล้ว หรือสมควรมอบหมายหน่วยงานอื่น และในการจัดการต่อไป จะต้องมีกลไกและโครงสร้างการจัดการที่มีธรรมาภิบาล

2.กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.)

2.1ในฐานะเลขานุการ กสถ. จัดทำคำแนนและบัญชีรายชื่อผู้สอบผ่านภาค ก และภาคข ใหม่ จากฐานข้อมูล OMR โดยคัดแยกผู้ที่ปรากฎหลักฐานว่ามีการแก้ไขคะแนนดิบโดยมิชอบออก และเสนอ กสถ. ทบทวนมติการรับรองผลการสอบ (ครั้งที่ 16/2568 และครั้งที่ 4/2569 ) และเพิกถอนการประกาศผลการขึ้นบัญชี หรือการบรรจุแต่งตั้งผู้ไม่มีสิทธิ พร้อมติดตามเรียกเงินเดือนและค่าตอบแทนคืน เพื่อบรรเทาความเสียหายแก่ราชการโดยเร่งด่วน ทั้งนี้ ตามแนวคำวิจฉัยศาลปกครองสูงสุด (ที่ประชุมใหญ่) ในคดีหมายเลขแดงที่ อบ.418/2565

2.2 ในฐานะคู่สัญญาจ้างทำของกับ มศว.ดำเนินการตามสัญญาจ้าง และกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้าง เนื่องจากบุคลากรของคู่สัญญามีส่วนร่วมอย่างชัดแจ้งในการทุจริตขั้นตอนหลังสอบข้อเขียนที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลและจัดทำบัญชีผู้สอบผ่าน

2.3 ใช้งานระบบ LHR บันทึกและปรับปรุงข้อมูลอัตราตำแหน่งว่างให้ครบถ้วน ถูกต้องเป็นปัจจุบัน เพื่อเป็นฐานข้อมูลกลาง พร้อมกำหนดมาตรการทางปกครองบังคับกรณี อปท. ละเลย

2.4 ในฐานะเลขานุการ ก.จ. ก.ท. และ ก.อบต. เสนอปรับปรุงแก้ไขมาตรฐานทั่วไปการสอบแข่งขัน พ.ศ.2560 ให้ชัดเจนครอบคลุมทั้งกรอบอัตรากำลัง ขอบเขตอำนาจและชั้นตอนของ กสถ.ทั้ง 32 กระบวนงานเกณฑ์คุณภาพข้อสอบ หรือการใช้ผลภาค ก. ของ ก.พ. รวมทั้งขึ้นบัญชีเท่ากับจำนวนตำแหน่งว่างที่เปิดรับและเสนอข้อมูลผู้เกี่ยวข้องกับการทุจริตให้สำนักงาน ก.พ. เพื่อรวบรวมเป็นฐานข้อมูลกลาง ป้องกันมิให้สมัครสอบเจ้ารับราชการหรือหน่วยงานรัฐอื่นได้อีก

3.สำนักงาน ก.พ. เป็นหน่วยงานหลักในการจัดทำระบบและฐานข้อมูลกลางผู้ทุจริตการสอบเข้าราชการ ให้หน่วยงานต่างๆ ตรวจสอบได้ เพื่อตัดกลุ่มผู้ทุจริตออกตั้งแต่ขั้นตอนการสมัครสอบ

4.สำนักงาน ป.ป.ท. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักงาน ปปง. บูรณาการความร่วมมือในการสืบสวนและขยายผลกับบุคคลหรือเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตในครั้งนี้อย่างจริงจัง และสนับสนุนการไต่สวนของสำนักงาน ป.ป.ช. ในส่วนที่อยู่ระหว่างการใช้อำนาจตามกฎหมาย

5.กรมบัญชีกลาง ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำมาตรฐานกลางในการกำหนด TOR สำหรับการจัดจ้างดำเนินการสอบ ครอบคลุมทุกกระบวนงาน ความมั่นคงปลอดภัยของระบบไอที การคุ้มครองข้อมูล การควบคุมการเข้าถึง การจัดทำ Audit Log และการตรวจสอบผลละแนน แล้วเสนอคณะรัฐมนตรีให้หน่วยงานของรัฐถือปฏิบัติ

6.สำนักงาน ก.พ. สำนักงาน ป.ป.ท. สตช. มท. และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ร่วมกันศึกษาและจัดทำ ปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดคุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม ฐานความผิด และบทกำหนดโทษสำหรับการทุจริตในการสอบแข่งขันเข้ารับราชการหรือหน่วยงานของรัฐให้ชัดเจนและเหมาะสมกับลักษณะการกระทำผิดในปัจจุบัน

จึงกราบเรียนมาเพื่อกรุณาพิจารณา หากเป็นการชอบด้วยดำริ ขอได้ไปรดมีข้อสั่งการตามที่เสนอ และให้ส่งรายงานนี้ให้แก่กระทรวงมหาดไทย สำนักงาน ก.พ. สำนักงาน ป.ป.ท. สตช. มท.​ และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป และรายงานนายกรัฐมนตรีทราบทุก 3 เดือน