
‘พิพัฒน์’ เผย นายกฯ ไฟเขียวให้แต่งตั้ง ขรก.เข้า ครม.พรุ่งนี้ได้ ปัดตอบมีชื่อ ‘ปลัดฯพลังาน – อุตฯ’ หรือไม่ พร้อมเตรียมให้ ‘สภาพัฒน์ฯ’ ศึกษาท่าเรือน้ำลึกแห่งใหม่สงขลาที่จะนะ ให้เอกชนลงทุน
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม กล่าวถึงการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันพรุ่งนี้ (18 ส.ค.) จะมีการเสนอวาระแต่งตั้งระดับตำแหน่งอธิบดีในกระทรวงคมนาคมหรือไม่ ว่า ไม่มี
ส่วนของกระทรวงอื่นๆ ตนกำลังรอเซ็นเอกสาร เนื่องจากนายอนุชิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้อนุมัติว่าหากมีการเสนอการแต่งตั้งในการประชุม ครม. วันพรุ่งนี้ ก็อนุญาตให้นำเข้าสู่ที่ประชุม ครม.ได้ ซึ่งตอนนี้ตนกำลังรออยู่ ยังไม่เห็น
เมื่อถามว่า ในส่วนของการแต่งตั้งปลัดกระทรวงพลังงาน และกระทรวงอุตสาหกรรม มีการพูดคุยกันบ้างหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ตนไม่ทราบ เพราะสัปดาห์ที่แล้วตนไม่อยู่เดินทางไปประเทศรัสเซีย
นายพิพัฒน์ ยังกล่าวถึงการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่อย่างเป็นทางการ (ครม.สัญจร) ที่จังหวัดสงขลา ว่า ตนในฐานะรองนายกฯ ที่กำกับดูแลพื้นที่ภาคใต้ ได้ประชุมร่วมกับนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ผู้ว่าราชการจังหวัด และคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน ( กรอ. ) เพื่อนำเสนอโครงการต่างๆ พื้นที่ 5 จังหวัดภาคใต้ ที่ 5 จังหวัดอยากได้
โดยรวบรวมให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เสนอ ผ่านกระทรวงมหาดไทยไปให้สภาพัฒน์ ซึ่งจะมีการประชุมในวันที่ 31 ส.ค.นี้อีกครั้งหนึ่ง
ทั้งนี้ส่วนใหญ่จะเป็นโครงการป้องกันน้ำท่วม ซึ่งปีที่แล้วจังหวัดสงขลาเจออุทกภัยหนัก และ 4 จังหวัดที่เหลือได้รับผลกระทบไม่มากก็น้อย ส่วนโครงการอื่นจะเป็นเรื่องผังจังหวัด ว่าจะมีการปรับสีใหม่หรือไม่ จะมีการพัฒนาเรื่องเศรษฐกิจ โดยเฉพาะใน 3 จังหวัดใช้แดนภาคใต้ว่าจะฟื้นเศรษฐกิจใน พื้นที่อย่างไร เพราะรายได้ต่อคนต่อปีค่อนข้างต่ำ จึงต้องหารือกับผู้ว่าฯ แต่ละจังหวัด ส่วนสงขลา จะมีโครงการพัฒนาที่จะนะที่จะเป็นกึ่งนิคมอุตสาหกรรมลงทุนโดยภาคเอกชน
เมื่อถามว่า จะเป็นการรื้อฟื้นโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะ ที่ถูกยกเลิกในสมัยรัฐบาล พลเอกประยุทธ์จันทร์โอชา ใช่หรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ไม่ได้ล้มโครงการ แต่เป็นการนำมาให้สภาพัฒน์ฯ ได้ศึกษาใหม่ โดยนำมาต่อยอดใหม่ที่สภาพัฒน์ลงไปสำรวจเรื่อง SCA ซึ่งเหลือประเด็นนี้ที่ยังเห็นไม่ตรงกัน คือการสร้างท่าเรือน้ำลึก ซึ่งเรามีท่าเรือน้ำลึกสงขลาอยู่แล้ว แต่วันนี้เกิดปัญหาความแออัด ที่ผู้ประกอบการส่งออกในพื้นที่กังวล ท่าเรือไม่พอกับการรองรับกับเรือขนส่งสินค้า
ซึ่งท่าเรือสงขลาไม่สามารถขยายได้ เพราะความลึกที่จะลอกเกินกว่า 9 เมตร ซึ่งติดกับรากหินตรงนั้นเค้าเรียกเขาหัวแดง เป็นที่ตั้งของโบราณสถาณ จึงไม่สามารถที่จะลากหินลงไปในแนวทะเลให้ลึกกว่า 9 เมตรได้ ดังนั้นจะมีปัญหาว่าเรือขนาดใหญ่ กว่าปัจจุบันไม่สามารถเข้าเทียบท่าได้ ตรงนี้จะศึกษาเพิ่มเติม จากที่นายสรรเพชญ ไปหาข้อมูลร่วมกับกรมเจ้าท่า จะนำให้สภาสภาพัฒน์ฯ ศึกษาต่อใหม่
ส่วนงบฯที่จะใช้ในการพัฒนาพื้นที่ 5 จังหวัดภาคใต้ นายพิพัฒน์ ระบุว่า ยังไม่เห็นสรุปตัวเลข แต่ที่นำเสนอมาเป็นเรื่องของตัวเลขการลงทุนของภาคเอกชนเป็นส่วนใหญ่เกือบทั้งหมด ดังนั้นในส่วนของภาครัฐ ก็คือการอนุมัติโครงการเท่านั้นเอง แต่หลักใหญ่คือเรื่องของผังเมือง




