
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า บริษัท เอสเค ไฮนิกซ์ (SK Hynix) บริษัทผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์และชิปหน่วยความจำรายใหญ่ระดับโลก จากเกาหลีใต้ ประกาศเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม ว่า ได้บรรลุข้อตกลงค่าจ้างเบื้องต้นกับพนักงานในเกาหลีใต้แล้ว โดยพนักงานเหล่านี้จะได้รับโบนัสอย่างน้อย 60 เปอร์เซ็นต์ในปีนี้ในรูปแบบหุ้นของบริษัท แทนที่จะเป็นเงินสดทั้งหมดเหมือนกับปีที่แล้ว
ข่าวระบุว่า การเติบโตอย่างรวดเร็วของปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ส่งผลให้รายได้ของ เอสเค ไฮนิกซ์ พุ่งสูงขึ้น ทำให้พนักงานได้รับโบนัสจำนวนมหาศาล โดยจากการคำนวณของรอยเตอร์ พบว่า พนักงานจะได้รับโบนัสเฉลี่ยคนละ 779 ล้านวอน (ราว 18 ล้านบาท) ในปี 2026 นี้
นายคิม ยอง จิน ศาสตราจารย์ด้านการบริหารจัดการ ของมหาวิทยาลัยซอกัง กล่าวว่า เป็นทางออกที่ได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย และว่า การจ่ายเงินสดทั้งหมดจะทำให้ เอสเค ไฮนิกซ์ และพนักงาน ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก เพราะจะทำให้เงินสำรองของบริษัทหมดไป และอาจก่อให้เกิดกระแสต่อต้านจากสาธารณชนเกี่ยวกับการจ่ายเงินที่อาจถูกมองว่า ฟฟุ่มเฟือย
ด้านโฆษกของ เอสเค ไฮนิกซ์ กล่าวว่า ข้อตกลงนี้ขึ้นอยู่กับการลงคะแนนเสียงของสมาชิกสหภาพแรงงาน
ข่าวระบุว่า เมื่อปีก่อน เอสเค ไฮนิกซ์ ตกลงที่จะแบ่งปันกำไรจากผลประกอบการประจำปี 10 เปอร์เซ็นต์ กับพนักงาน โดยจ่ายเป็นเงินสด ภายใต้ข้อตกลงที่มีผลบังคับใช้เป็นเวลา 10 ปี
อย่างไรก็ตาม ในปีนี้ ข้อเสนอของฝ่ายบริหารที่จะจ่ายโบนัสมากกว่าครึ่งหนึ่งเป็นหุ้นนั้น ได้รับการคัดค้านจากพนักงานบางส่วนที่กังวลเกี่ยวกับความผันผวนของหุ้น โดยหุ้นของบริษัท เอสเค ไฮนิกซ์ ทำสถิติสูงสุดในเดือนมิถุนายน จากความตื่นเต้นเกี่ยวกับความเฟื่องฟูของเอไอ ก่อนที่จะร่ววลง เนื่องจากความกังวลว่า มีการใช้เงินมากเกินไป โดยได้รับผลตอบแทนไม่เพียงพอ
ภายใต้ข้อตกลงปีนี้ พนักงานจะได้รับเงินโบนัส 40 เปอร์เซ็นต์ เป็นเงินสด และอีก 40 เปอร์เซ็นต์ เป็นหุ้นบริษัท ซึ่งส่วนที่เป็นหุ้นนั้น สามารถแลกเป็นเงินสดได้ทันที ส่วนอีก 20 เปอร์เซ็นต์ที่เหลือ จะจ่ายเป็นหุ้นในรูปแบบค่าตอบแทนรอจ่าย โดยครึ่งหนึ่งจะจ่ายหลังจาก 1 ปี ส่วนที่เหลือจะจ่ายหลังจาก 2 ปี
ซึ่งข้อตกลงนี้ยังรวมถึงการเพิ่มค่าจ้างพื้นฐาน 6.3 เปอร์เซ็นต์และข้อกำหนดที่อนุญาตให้บริษัทเลื่อนการจ่ายค่าจ้างได้สูงสุด 3 เปอร์เซ็นต์ หาก เอสเค ไฮนิกซ์ ประสบภาวะขาดทุน
แถลงการณ์ของ เอสเค ไฮนิกซ์ ระบุว่า ฝ่ายแรงงานและฝ่ายการบริหาร ได้คิดค้นวิธีการแก้ปัญหาด้วยตนเอง โดยไม่ต้องพึ่งพาการไกล่เกลี่ยหรือระบบภายนอก
นอกจากนี้ บริษัทจะซื้อคืนและยกเลิกหุ้นที่ถือครองอยู่มูลค่า 40 ล้านล้านวอน และจัดสรรกระแสเงินสดอิสระมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ ที่เกิดขึ้นระหว่างปี 2025 และ 2027 เพื่อเพิ่มผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้น ซึ่งได้ช่วยหนุนให้ราคาหุ้นของ เอสเค ไฮนิกซ์ พุ่งขึ้น 13 เปอร์เซ็นต์ เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม




