คนไทยใช้ฟีเจอร์ ‘Unsend ข้อความ’ มากสุดใน LINE Premium ตอนนี้สมาชิกทะลุ 3 ล้านรายแล้ว

‘LINE Premium’ มีผู้ใช้งานในไทยมากกว่า 3 ล้านราย แล้วคนไทยที่จ่ายเงินใช้บริการนี้ เขาใช้ฟีเจอร์อะไรกันมากที่สุด?

อันดับหนึ่งคือ ‘ยกเลิกข้อความแบบพรีเมียม’ ตามด้วย ‘ปรับแต่งไอคอนแอป’ และ ‘สำรองข้อมูลแบบพรีเมียม’ ตามลำดับ

อินไซต์นี้มาจาก ‘LINE Thailand Business Insight 2026’ ซึ่งนอกจากฟีเจอร์สำหรับผู้ใช้แล้ว LINE ยังพูดถึงการพัฒนาบริการสำหรับภาคธุรกิจด้วย

‘รัฐธีร์ ฉัตรดำรงค์ศักดิ์’ รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการพาณิชย์ LINE ประเทศไทย เล่าว่า LINE Premium ไม่ได้มีแค่ฟีเจอร์ในแอป แต่ยังมีสิทธิประโยชน์ด้านไลฟ์สไตล์ร่วมกับพาร์ทเนอร์อย่าง ‘LINE SHOPPING’ และ ‘LINE MAN’ ซึ่งสมาชิก LINE Premium มีค่าเฉลี่ยการสั่งซื้อเพิ่มขึ้น 50% และ 30% ตามลำดับ

ปีที่แล้ว คนไทยใช้ LINE Sponsored Stickers เกือบพันล้านครั้ง

อีกหนึ่งฟีเจอร์กลายเป็นสัญลักษณ์ของ LINE ไปแล้ว ก็คือ ‘Character Marketing’ ซึ่งแบรนด์เข้าถึงผู้ใช้ผ่าน ‘สติกเกอร์’ และ ‘อีโมจิ’ โดยปี 2568 ‘LINE Sponsored Stickers’ มียอดการใช้งานในไทยกว่า 979 ล้านครั้ง ขณะที่ LINE Emoji ได้รับความนิยมในกลุ่ม Gen Z อายุ 15-24 ปี

‘รัฐธีร์’ ยกตัวอย่าง ‘Butterbear’ ที่ทำ Sponsored Emoji และมียอดดาวน์โหลดมากกว่า 600,000 ครั้งภายในเดือนเดียว ส่วนยอดการใช้งานในช่วง 30 วันแรกอยู่ที่กว่า 2.6 ล้านครั้ง

ถ้าแบรนด์อยากไปไกลกว่าสติกเกอร์หรืออีโมจิ ก็มี ‘IPX’ หรือ ‘LINE FRIENDS’ เดิม ที่เปิดให้ธุรกิจนำ Character IP ไปพัฒนาเป็นสินค้า บริการ และประสบการณ์ใหม่ๆ โดยปัจจุบันมีแครักเตอร์ระดับโลกมากกว่า 250 แครักเตอร์ จาก 29 IP พร้อม Style Guide หรือ Art Asset มากกว่า 600 รูปแบบ

ที่ผ่านมา LINE ร่วมมือกับแบรนด์ในไทยหลากหลาย ‘รัฐธีร์’ ยกตัวอย่าง LINE FRIENDS กับ Big C ที่สร้างยอดขายทะลุเป้าถึง 200% ขณะที่ ZO&FRIENDS จากความร่วมมือกับ G-DRAGON มียอดจำหน่ายสินค้าแตะ 80% ภายในวันแรก ส่วน Dreamiez จากความร่วมมือกับ NCT DREAM มียอดจองเต็มภายใน 50 นาที

เตรียมใช้ AI ช่วยแอดมิน ตามเก็บโอกาสขายที่หลุดไป

ทุกวันนี้ LINE ไม่ได้มีแค่การคุยกันระหว่างคนกับคน แต่ร้านค้าก็ใช้แชทคุยกับลูกค้าบน LINE OA เช่นกัน

‘รัฐธีร์’ บอกว่า ในปี 2568 มีการสนทนาบน LINE OA สูงถึง 12,000 ล้านครั้ง ขณะที่ช่วงครึ่งแรกของปี 2569 มียอดการเพิ่มเพื่อนบน LINE OA มากกว่า 800 ล้านครั้ง

สำหรับฝั่งธุรกิจ LINE กำลังพัฒนา ‘MyShop’ จากเครื่องมือขายของบนแชท ไปสู่ Chat Commerce Engine สำหรับร้านค้า

หนึ่งในนั้นคือ Seller AI Automation ที่จะเข้ามาช่วยร้านค้าเหมือนมี Seller Agent บนแชท ลดภาระแอดมิน และตามเก็บโอกาสการขายที่อาจหลุดไป หลัง LINE พบว่ากว่า 90% ของแชทใหม่ไม่ได้รับการติดตามหลังจากตอบกลับครั้งแรก

สำหรับร้านค้าที่มีแอดมินหลายคน LINE ก็เตรียม ‘MyTeam’ เครื่องมือบริหารแอดมินบน LINE OA ที่ช่วยมอบหมายบทสนทนา และรวมประวัติการคุยกับข้อมูลลูกค้าไว้ในศูนย์กลางเดียว พร้อมระบบรายงานและวิเคราะห์ประสิทธิภาพการทำงานของแอดมิน โดยมีแผนเปิดให้บริการภายในต้นปี 2570

LINE MINI Eats โต 5 เท่าในไตรมาสแรก

นอกจากเครื่องมือสำหรับร้านค้าแล้ว LINE ยังมีบริการอย่าง ‘LINE MINI Eats’ สำหรับธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม หลังเปิดให้บริการ ร้านค้าที่เปิดใช้งานเติบโต 5 เท่าภายในหนึ่งไตรมาส มีทั้งแบรนด์อย่าง Karun, CPS Coffee, Bottomless และ After Dark รวมถึงคาเฟ่ตามพื้นที่ต่างๆ ที่เริ่มเข้ามาใช้งานอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่ ‘LINE MINI App’ เป็นอีกบริการที่ LINE ตั้งเป้าผลักดันให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำหรับสร้างบริการดิจิทัลแบบ App-in-App บน LINE เพื่อให้ผู้ใช้เข้าถึงบริการได้ต่อเนื่องตลอด Journey บน LINE และเปิดให้แบรนด์เป็นเจ้าของข้อมูลลูกค้าเอง

‘รัฐธีร์’ ปิดท้ายว่า ปัจจุบันภาคธุรกิจในไทยสร้างบริการผ่าน LINE MINI App แล้วมากกว่า 1,000 แอป เพิ่มขึ้น 3 เท่าหลัง LINE เปิดให้ธุรกิจและนักพัฒนาทั่วไปสร้าง LINE MINI App Channel ได้เองในเดือนมีนาคม 2569 ขณะที่ยอดผู้ใช้งานรายวัน หรือ DAU บน LINE MINI App ก็เติบโตขึ้น 4 เท่าเช่นกัน

ที่มา: ข่าวประชาสัมพันธ์

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา