
สิงคโปร์ใจป้ำ! แจกเงินรับขวัญทารกแรกเกิด 10,000 ดอลล์ หนุนต่อ 70,000 ดอลล์จนอายุ 17 ปี
เอเชียบิสสิเทสเดลี่รายงานว่า เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม นายลอว์เรนซ์ หว่อง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ ประกาศระหว่างการชุมนุมเนื่องในวันชาติปีที่ 61 ว่า ทารกแรกเกิดในสิงคโปร์จะได้รับเงินรับขวัญเป็นมูลค่า 10,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ และรัฐบาลจะให้การสนับสนุนรวม 70,000 ดอลลาร์สิงคโปร์จนกว่าจะมีอายุครบ 17 ปี
หว่องยังได้ประกาศขยายสิทธิการลาเพื่อเลี้ยงดูบุตรโดยได้รับค่าจ้าง และลดค่าธรรมเนียมรายเดือนของศูนย์ดูแลเด็กเต็มวัน ที่ได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลเหลือ 150 ดอลลาร์สิงคโปร์ พร้อมกล่าวว่า ปัจจุบัน ครอบครัวทั่วโลกกำลังเผชิญแรงกดดันทางเศรษฐกิจเพิ่มมากขึ้น ทางรัฐบาลตั้งใจที่จะเปลี่ยนแนวทางในการสนับสนุนครอบครัว
โดยภายใต้มาตรการใหม่นี้ คู่สมรสที่ทั้งสองฝ่ายทำงานจะได้รับวันลาเพื่อเลี้ยงดูบุตรเพิ่มเติมฝ่ายละ 8–12 วันต่อปี ขึ้นอยู่กับจำนวนบุตร ได้แก่ มีบุตร 1 คน เพิ่มคนละ 8 ปีต่อไป, มีบุตร 2 คน เพิ่มคนละ 10 ปีต่อปี และมีบุตร 3 คนขึ้นไป เพิ่มคนละ 12 วันต่อปี
หว่องกล่าวว่า รัฐบาลกำลังพิจารณาขยายระยะเวลาการลาเพื่อเลี้ยงดูบุตรที่ได้รับค่าจ้าง ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 7 เดือน 15 วัน อย่างไรก็ตาม เขาอธิบายว่า ในระยะนี้จะยังคงระบบปัจจุบันไว้ก่อน เพื่อเปิดโอกาสให้นายจ้างมีเวลาปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง
รัฐบาลสิงคโปร์ยังมีแผนที่จะให้ คู่สมรสที่มีบุตรหรือกำลังตั้งครรภ์ได้รับสิทธิพิเศษในการสมัครที่อยู่อาศัยของรัฐ โดยหว่องกล่าวว่า ต้องการช่วยให้ครอบครัวที่กำลังขยายตัวสามารถมีบ้านได้เร็วขึ้น พร้อมประกาศว่า รัฐบาลกำลังพิจารณามาตรการสนับสนุนด้านที่อยู่อาศัยเพิ่มเติมสำหรับครอบครัวที่มีบุตรหลายคน
สิงคโปร์กำลังเผชิญทั้งปัญหาอัตราการเกิดที่ลดลงและสังคมสูงวัย โดยเมื่อปี 2025 อัตราการเจริญพันธุ์รวมลดลงสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 0.87 ขณะที่ในปีนี้ ประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไปคิดเป็นประมาณ 20% ของประชากรทั้งหมด ทำให้มีการประเมินว่าสิงคโปร์ได้เข้าสู่สถานะสังคมสูงวัยอย่างยิ่งยวด (super-aged society) แล้ว
เพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์ดังกล่าว รัฐบาลสิงคโปร์ได้จัดตั้งคณะทำงานเพื่อทบทวนนโยบายด้านการแต่งงานและการเลี้ยงดูบุตรอย่างครอบคลุม โดยในปีงบประมาณ 2026–2027 (เมษายน 2026 ถึงมีนาคม 2027) รัฐบาลมีแผนจัดสรรงบประมาณ 7,000 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์สำหรับมาตรการที่เกี่ยวข้อง




