สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เกิดเหตุกองขยะถล่มลงมา ที่กรุงโกนากรี เมืองหลวงของประเทศกินี เบื้องต้น มีรายงานผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 30 ราย
โดยรัฐบาลกินี แถลงเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม ว่าเหตุดินถล่ม ที่บ่อขยะ ในเมืองหลวงของกินี ทำให้มีผู้เสียชีวิต 30 ราย หลังจากฝนตกลงมาอย่างหนักตลอดคืน ทำให้กองขยะขนาดใหญ่ถล่มลงมาทับเต็นท์ และกระท่อมที่อยู่ใกล้เคียง

แถลงการณ์ของรัฐบาลระบุว่า ดินถล่มเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 02.00 น. ในเขตเทศบาลเกเบสเซีย กรุงโกนากรี มีผู้เสียชีวิตถึง 30 ราย บาดเจ็บสาหัส 6 ราย และบาดเจ็บเล็กน้อยอีก 16 ราย
โดยเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ใช้รถขุดและเครื่องมืออื่นๆ เพื่อเคลียร์พื้นที่ดินถล่ม ซึ่งพยานกล่าวว่า มีขนาดใหญ่พอที่จะฝังอาคารอพาร์ตเมนต์และที่อยู่อาศัยที่ไม่มั่นคงอื่นๆ ได้

ข่าวระบุว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นไม่ถึง 1 สัปดาห์ หลังจากที่รัฐบาลกินี ประกาศแผนปิดสถานที่ดังกล่าว และย้ายขยะเหล่านี้ออกไป เนื่องจากเป็นภัยคุกคาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูฝนในช่วงนี้ ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดดินถล่มและน้ำท่วมฉับพลันรุนแรงในเมืองที่มีประชากรอาศัยอยู่หนาแน่น
ด้านนายเจนาบ ตูเร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงปกครองส่วนท้องถิ่นของกินี ประกาศเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม ว่า จะปิดบ่อขยะแห่งนี้ เนื่องจากไม่ปลอดภัย และว่า ขยะจะถูกย้ายไปที่ไว้ที่นอกกรุงโกนากรี
ทั้งนี้ กินี มีแหล่งแร่บอกไซต์สำรองที่ใหญ่ที่สุดในโลก และแหล่งแร่เหล็กที่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์ที่อุดมสมบูรณ์ที่สุด ที่ “ซิมันดู” ซึ่งเป็นที่ตั้งของโครงการเหมืองแร่ขนาดใหญ่ที่เริ่มขึ้น เมื่อเดือนพฤศจิกายน โดยจากรายงานของธนาคารโลกที่เผยแพร่เมื่อเดือนเมษายน ระบุว่า กินี ซึ่งตั้งอยู่ในแอฟริกาตะวันตกแห่งนี้ มีโครงสร้างพื้นฐานที่ย่ำแย่ และประชากรยากจนอย่างกว้างขวาง มีประชากร 3.7 ล้านคน จากทั้งหมด 15.1 ล้านคน ดำรงชีวิตอยู่ด้วยเงินที่น้อยกว่า 4.20 ดอลลาร์สหรัฐต่อวัน




