14 ส.ส.ชายแดนใต้ ผนึกยื่น 2 กมธ. จี้สอบเหตุไม่สงบ-ฮ.ยิงชาวบ้าน ปธ.เด้งรับ จ่อเรียกหน่วยงานชี้แจง

เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 25 สิงหาคม 2569 ที่รัฐสภา ส.ส. 3 จังหวัดชายแดนใต้ นำโดย นายซาการียา สะอิ ส.ส.นราธิวาส พรรคภูมิใจไทย ยื่นหนังสือต่อคณะกรรมาธิการ(กมธ.)ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ และ กมธ.การกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่นและการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ สภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและหาแนวทางรับมือสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในพื้นที่

นายซาการียา กล่าวว่า จากสถานการณ์เมื่อวันที่ 22-24 สิงหาคมที่ผ่านมา เกิดเหตุความไม่สงบหลายรูปแบบและหลายพื้นที่ในจังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส รวมถึงจังหวัดสงขลา ทำให้ได้รับความเสียหายสะท้อนให้เห็นว่าสถานการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบในมิติความมั่นคง ด้านเศรษฐกิจ การดำรงชีวิต และสาธารณูปโภคของประชาชนโดยตรง

นายซาการียา กล่าวต่อว่า ในนามส.ส.ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีความเป็นห่วงต่อสถานการณ์ในพื้นที่และไม่เห็นด้วยกับความรุนแรงในทุกรูปแบบ โดยเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบโดยตรง โดยเฉพาะการระเบิดเสาไฟฟ้า การทำลายทรัพย์สินทางราชการ การเผาทำลายอาคารสำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบล เทศบาลตำบล เทศบาลเมือง รวมถึงรถขยะ รถดับเพลิง และยานพาหนะที่จำเป็นในการใช้งาน ตลอดจนการระเบิดและเผาทำลายร้านสะดวกซื้อของเอกชน ทำให้ประชาชนเกิดความกังวลในสถานการณ์ดังกล่าว

นายซาการียา กล่าวด้วยว่า จากนั้นสส.ในพื้นที่ได้หารือและทำหนังสือถึงกมธ. 2 คณะ ได้แก่ กมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐฯ และกมธ.การกระจายอำนาจฯ โดยขอให้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงสถานการณ์และแนวทางป้องกัน รวมถึงขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีเฮลิคอปเตอร์ยิงชาวบ้านในตำบลช้างเผือก อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส และตรวจสอบสถานการณ์ความเสียหายที่เกิดขึ้น รวมถึงแนวทางการบริการประชาชน

Advertisement

ด้าน นายมณเฑียร สงฆ์ประชา ส.ส.ชัยนาท พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานกมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐฯ กล่าวว่า มารับหนังสือจากส.ส.ที่อยู่ในพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อให้กมธ.เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาสอบถามและหาข้อมูล โดยวันที่ 27 สิงหาคม กมธ.นัดประชุมพิเศษในเรื่องนี้ และเชิญ 6 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงเข้าร่วมชี้แจง ทั้งนี้ในกมธ.ไม่มีพรรคการเมือง และจะร่วมมือกันทำงานเพื่อประเทศชาติและพี่น้องประชาชน โดยมีพรรคประชาชาติ พรรคกล้าธรรม พรรคภูมิใจไทย และพรรคประชาชนมาร่วมทำงาน จึงขอเชิญชวนให้ร่วมกันหาข้อมูล เพราะไม่มีใครรู้พื้นที่ได้ดีกว่าคนในพื้นที่ หลังจากได้ข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วจะมีการแถลงให้ทราบอีกครั้ง

ขณะที่ นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ ส.ส.ระนอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานกมธ.การกระจายอำนาจฯ กล่าวว่า กมธ. จะนำเรื่องเข้าสู่กระบวนการสอบข้อเท็จจริงให้เร็วที่สุด และจะเร่งนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมภายในเดือนนี้ เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเหตุการณ์ที่เบี่ยงเบนจากการก่อความไม่สงบ โดยจากส่วนราชการอื่นกลับมาเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นหลัก ซึ่งมีความใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชนและเป็นผู้บริหารท้องถิ่น โดยจะทำงานร่วมกับ กมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐฯ ทั้งข้อมูลและการบูรณาการร่วมกัน เพื่อสอบข้อเท็จจริงและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน

ส่วน นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นที่ทราบกันดี และวันนี้เป็นที่น่ายินดีที่ ส.ส. ทุกพรรคการเมือง ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลในเขตพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้ง 13 เขตเลือกตั้ง พร้อม ส.ส.บัญชีรายชื่ออีก 1 คน ได้มาแถลงแสดงจุดยืนต่อเหตุการณ์ที่ผ่านมา ซึ่งไม่เคยปรากฏมาก่อน สะท้อนให้เห็นว่าทุกคนในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติไม่นิ่งดูดายและต้องการแก้ปัญหาความไม่สงบที่เกิดขึ้นตลอดระยะเวลา 20 กว่าปี

นายกมลศักดิ์ กล่าวต่อว่า เรื่องงบประมาณคงไม่ใช่ปัญหา เพราะหลายรัฐบาลได้จัดงบประมาณเพื่อแก้ปัญหา แต่สำคัญที่สุดคือต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมารับฟังฝ่ายนิติบัญญัติและเสียงของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะเมื่อมีความคิดเห็นที่แตกต่างกับหน่วยงานที่ทำงานในพื้นที่ ไม่ควรถูกผลักให้อยู่ฝั่งตรงข้าม ต้องการให้ฝ่ายความมั่นคงที่ดูแลพื้นที่และฝ่ายนิติบัญญัติมาทำงานร่วมกันและแลกเปลี่ยนข้อมูล

“ที่ผ่านมา กมธ.หลายคณะได้ลงพื้นที่และรับฟังความคิดเห็น ซึ่งเป็นบรรยากาศที่ดี และ ส.ส.ทั้ง 13 เขตและ 1 บัญชีรายชื่อ ต้องการเห็น 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มีความสงบ จึงขอให้ประชาชนในพื้นที่อื่นเข้าใจพี่น้องในพื้นที่สนามจังหวัดชายแดนใต้ ใช้ความระมัดระวังในการรับฟังและบริโภคสื่อ ไม่ให้ร้ายหรือผลักคนในพื้นที่ไปอยู่ที่อื่น เพราะคนในพื้นที่เกิดที่นั่น และต้องการอยู่ที่นั่นตลอดไป บนพื้นฐานที่ช่วยกันเพื่อความสงบเรียบร้อยของสามจังหวัดชายแดนภาคใต้” นายกมลศักดิ์ กล่าว