
คอลัมน์ : Politics policy people forum25 สิงหาคม 2569 สภาผู้แทนราษฎรจะเปิดสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่สองของปี ตามความในมาตรา 121 รัฐธรรมนูญ 2560
แต่ความเดือดของสมัยประชุมสภารอบนี้ จะตรงกับสถานการณ์การเมืองร้อน ที่ฝ่ายค้านเริ่มโหมโรงตั้งแต่รัฐบาลอนุทิน 2 เข้ามาทำงานยังไม่ถึง 3 เดือน
ปัจจุบันรัฐบาลอนุทิน 2 มีเสียงในสภา 292 เสียง นำโดยพรรคภูมิใจไทย 191 เสียง พรรคเพื่อไทย 74 เสียง จากจำนวนทั้งหมด 16 พรรคการเมือง
แม้ว่าพรรคฝ่ายค้านมี 207 เสียง จาก 5 พรรค ประกอบด้วย พรรคประชาชน พรรคประชาธิปัตย์ พรรคกล้าธรรม พรรคเสรีรวมไทย และพรรคไทยภักดี แต่สามารถเขย่ารัฐบาลได้ด้วยการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151
แม้ผู้นำฝ่ายค้าน-หัวหน้าพรรคประชาชน ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ยังไม่ยอมบอก วัน ว. เวลา น. ที่จะเปิดศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ
แต่ดูจากเงื่อนเวลาทางการเมืองต้องเกิดในสมัยประชุมนี้ ที่จะอยู่ระหว่างช่วง 25 สิงหาคม – 22 ธันวาคม 2569 หากไม่เช่นนั้นจะต้องรอเปิดสมัยประชุม ปีที่ 2 ครั้งที่ 1 ช่วง 14 มีนาคม – 11 กรกฎาคม 2570 แทน
ณัฐพงษ์กล่าวว่า “ขอรอการหารือกับพรรคฝ่ายค้านก่อน และขอยังไม่เปิดเผยวันหรือกำหนดเวลายื่นญัตติว่าจะเป็นเมื่อไหร่ ขอยังไม่ออกตัวก่อนเพื่อไม่ให้เป็นการเสียมารยาททางการเมือง”
“มีข้อมูลอีกหลายส่วนที่เราได้รับมาจากคนที่อยู่ในระบอบสีน้ำเงิน ที่ยังไม่ได้เปิดเผย ดังนั้น ขอยืนยันว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้จะตีแผ่ให้เห็นว่าระบอบสีน้ำเงินกำลังกัดกินประเทศจากภายในอย่างไรบ้าง”
ส่องวาระเดือดใน-นอกสภา
ทั้งนี้ ช่วงเวลาเปิดสมัยประชุมสภา 25 สิงหาคม จะมี 2 วาระใหญ่ที่จะพิจารณากฎหมายสำคัญของรัฐบาล
หนึ่ง การประชุมสภาจะพิจารณาพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงาน และสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 วงเงิน 4 แสนล้านบาท ในวันที่ 26 สิงหาคมนี้
สอง การประชุมพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท โดยมีการคาดการณ์ว่าจะมีการพิจารณาในวาระที่ 2-3 ในช่วง 7-9 กันยายนนี้
แม้ทั้งสองวาระจะไม่มีปัญหาสำหรับรัฐบาลเรื่องจำนวนเสียงที่จะโหวตให้ 2 กฎหมายสำคัญผ่านการเห็นชอบจากสภา แต่จะเป็นการเปิดช่องให้ “ฝ่ายค้าน” โดยเฉพาะพรรคประชาชน และพรรคประชาธิปัตย์ ที่มีขุนพลฝีปากกล้า เปิดเกมถล่มการทำงานของรัฐบาล
ฮั้ว สว.เร่งอุณหภูมิเดือดการเมือง
ขณะเดียวกัน ช่วงเวลาเปิดสมัยประชุมสภารอบใหม่ ตรงกับคดีสำคัญที่สามารถเร่งอุณหภูมิเดือดจากนอกสภา ไปสู่ในสภา นั่นคือกรณีฮั้ว สว.
ไม่ว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะมีข้อสรุปอย่างไร ย่อมส่งผลโดยตรงกับรัฐบาลอนุทินแทบทั้งสิ้น เนื่องจากมีบุคคลของพรรคภูมิใจไทย และ สว. 130 กว่าชีวิต ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาในชั้นคณะอนุกรรมการไต่สวน
และจากปมฮั้ว สว.จะลากอารมณ์ทางการเมืองให้เดือดในสภา – นอกสภา
นอกสภา “ยิ่งชีพ อัชฌานนท์” ผู้อำนวยการบริหาร iLaw โดย กกต. ว่า ต้องสั่งฟ้องผู้ต้องสงสัยในสำนวนคดีฮั้ว สว. ทั้งหมด 229 คนเท่านั้น หากละเว้นใครไว้จะเปิดเผยข้อมูลของบุคคลนั้นในสำนวนคดีให้ประชาชนได้รับรู้
ขณะเดียวกันจะมีการปลุกกระแส ชง “ร่างรัฐธรรมนูญใหม่” อีกครั้ง ล้อจากเสียงประชามติ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่เสียงส่วนใหญ่ของประชาชนกว่า 21 ล้านเสียงต้องการให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพื่อให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) มาล้างกระบวนการการได้มาซึ่ง สว. ที่นำมาสู่การ “ฮั้ว สว.” ซึ่งขณะนี้ไอลอว์ได้เปิดให้มีการรวบรวมชื่อเสนอร่างรัฐธรรมนูญใหม่แล้ว
ในสภาปมร้อนฮั้ว สว.จะถูกนำเข้ามาเป็นหนึ่งในวาระที่ฝ่ายค้านเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ
ส่วนพรรคประชาชนเตรียมเสนอร่างรัฐธรรมนูญใหม่ คู่ขนานกับภาคประชาชน และจะเสนอร่างแก้ไขพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าการได้มาซึ่ง สว. เปิดทางให้ผู้สมัคร สว.เมื่อ 2 ปีที่แล้ว หรือกลุ่ม สว.สำรอง ได้ใช้สิทธิยื่นฟ้องคดีต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งโดยตรง
โดยฝ่ายค้านมั่นใจว่า หากเสียงเรียกร้องจากประชาชนดังมากพอ ก็อาจจะส่งแรงกระเพื่อมไปถึงหูของนักการเมืองในสภา ให้ทำตามข้อเรียกร้องของประชาชน โดยเฉพาะวาระแก้รัฐธรรมนูญ
สะกดรอย เก็บข้อมูลซักฟอก
พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน ฉายทีเซอร์การอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ทุกวันนี้แทบจะอภิปรายไม่ไว้วางใจกันอยู่ทุกวันอยู่แล้ว แต่เรื่องโกง สว. นายกรัฐมนตรีมักพูดอยู่บ่อยครั้งว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับรัฐบาล จึงอยากถามกลับว่า มีคดีทุจริตคดีใดบ้างที่มีผู้ถูกกล่าวหานั่งอยู่ใน ครม. ชุดปัจจุบันมากเท่าคดีโกง สว. หรือไม่ ยังคิดไม่ออก ดังนั้น จะบอกว่าไม่เกี่ยวกับรัฐบาลคงไม่ได้ เพราะรัฐบาลเคยใช้การถูกกล่าวหาโดย DSI เป็นเกณฑ์ไม่ให้บุคคลหนึ่งเข้ามานั่งใน ครม. แต่กลับไม่ใช้เกณฑ์เดียวกันกับนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีอีกหลายคนใน ครม. ชุดนี้ จึงต้องตั้งหลักให้ชัดว่า คดีโกง สว. เกี่ยวข้องกับรัฐบาลอย่างแน่นอน
นอกจากนี้ มีเรื่องที่จะเป็นประเด็นในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เรื่องแรกคือประเด็นที่ปรากฏต่อสาธารณะอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นคดีโกง สว. คดีสอบท้องถิ่น TH:AI Passport หรือ พ.ร.ก. เงินกู้ 4 แสนล้านบาท
อีกส่วนหนึ่งคือข้อมูลที่ สส. พรรคประชาชนรวบรวมมาอย่างต่อเนื่อง แต่อาจยังไม่ปรากฏต่อสาธารณะ เพราะในช่วงปิดสมัยประชุม เราให้การบ้านทุกคนไปรวบรวมข้อมูลและเบาะแสให้ได้มากที่สุดเกี่ยวกับประเด็นที่เข้าข่ายการอภิปรายไม่ไว้วางใจ
“อีกเรื่องหนึ่งคือ ผมพูดทีเล่นทีจริงว่า เรายังไม่รู้ว่าจะได้อภิปรายเดือนไหน และกว่าจะถึงเวลานั้นอาจมีเรื่องใหม่เกิดขึ้นอีก จึงยังคาดการณ์ไม่ได้ว่าท้ายที่สุดจะจบที่ประเด็นใดบ้าง แต่เรื่องที่หลายคนตั้งคำถามอยู่ในขณะนี้ ย่อมอยู่ในเนื้อหาที่เราจะอภิปรายแน่นอน”
ปมร้อนใน – นอกสภา กำลังถาโถมรัฐบาลนับจากนี้เป็นต้นไป




