เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม ที่หน่วยเฉพาะกิจทหารพรานนาวิกโยธิน (ฉก.ทพ.นย.) อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ศูนย์ประสานงานปฎิบัติที่ 5 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (ศปป.5) นำคณะสื่อมวลชนรับทราบภารกิจในพื้นที่ความรับผิดชอบของหน่วย โดยมี พล.ท.ประเสริฐ หมวดเชียงคะ ผอ.ศปป.5 เป็นหัวหน้าคณะ
น.ท.นราศักดิ์ บายคายคม หัวหน้าฝ่ายยุทธการ ฉก.นย.ทร. กล่าวถึงกรณีข้อบกพร่องงานด้านการข่าวจนทำให้เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบหลายจุดเมื่อวันที่ 22 ส.ค.ที่ผ่านมาว่า มีการแจ้งเตือนล่วงหน้า แต่ไม่ทราบว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ หรือจุดใด กรณีที่เกิดขึ้นเป็นการก่อกวน ไม่มีผู้เสียชีวิต หรือกระทบพื้นที่เศรษฐกิจที่สำคัญ ส่วนกรณีของ อบต. เป็นจุดที่ไม่ได้มีกำลังหนาแน่นอยู่แล้ว
สำหรับการทำงานด้านการข่าวของนาวิกโยธิน ได้คัดเลือกแหล่งข่าวที่มีความน่าเชื่อถือระดับปฐมภูมิ สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ รายงานถูกต้อง รวดเร็ว เข้าถึงสถานการณ์ คลอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด สามารถติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ก่อความรุนแรงในพื้นที่ทั้ง 5 อำเภอรับผิดชอบ ซึ่งสามารถระบุได้ว่าในตำบลต่างๆ ใครเป็นหัวหน้าและใครเป็นลูกทีมในการปฏิบัติ
จากการพิสูจน์ทราบทำให้รู้ว่าสมาชิกแต่ละระดับมีใครบ้าง เช่น แกนนำคุมพื้นที่ 6 คน แกนนำเขตทหารจำนวน 15 คน มือประกอบระเบิดจำนวน 6 คน และสมาชิกที่ก่อเหตุรวม 256 คน นอกจากนั้น การติดตามเยาวชนกลุ่มเสี่ยงพิสูจน์ทราบได้ว่ามีทั้งหมด 17 กลุ่ม
ที่ผ่านมาหน่วยได้เปิด 7 ยุทธการ เพื่อจำกัดเสรีการปฏิบัติของผู้ก่อความรุนแรง (ผกร.) ไม่ให้หลบซ่อนในเขตรับผิดชอบ และในพื้นที่ป่าเขา ซึ่งได้จัดชุดลาดตระเวนชายขอบเขา รวมถึงชุดปฏิบัติกิจการพลเรือนพบปะมวลชนเครือญาติแกนนำของ ผกร.ในพื้นที่ ทำลายสิ่งอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อตัดวงจรผู้ก่อเหตุที่อยู่บนภูเขา ในพื้นที่เมืองและเขตเศรษฐกิจสำคัญ
ในช่วงของการที่ไม่มีภาพข่าว (ข่าวกรอง) ของ ผกร.แจ้งมา เราพยายามให้ชาวบ้านได้ใช้ชีวิตตามปกติสุขมากที่สุด โดยใช้กำลังเพียงแค่ 50% แต่ถ้าเกิดเหตุก็จะใช้กำลังที่มีทั้งหมดเพื่อซีลพื้นที่เมืองและแนวชายแดน ป้องกันไม่ให้ ผกร.หลบออกนอกพื้นที่ได้ นอกจากนั้น ยังมีการซักซ้อมแผนในการป้องกันหน่วยที่ตั้งและฐานทหารที่มีความเสี่ยงสูง มีสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการถูกโจมตี ซึ่งหน่วยจะเข้าไปให้คำแนะนำในการดำเนินกลยุทธ์ รักษาไม่ให้ฐานแตก และตอบโต้ผู้ก่อเหตุรุนแรงได้
“จากการปฏิบัติการด้านการข่าว หน่วยตรวจพบการขุดหลุมล่อและทำร้ายเจ้าหน้าที่รวม 7 หลุม มีการติดตั้งวงจรระเบิด และใช้ฟางคลุมไว้ ซึ่งอยู่ในพื้นที่แนวลาดตระเวนของเจ้าหน้าที่ หลังจากพบแล้วได้มีการวิเคราะห์วางแผนและจัดชุดเข้าตรวจเพื่อสังเกตว่าผู้ก่อเหตุรุนแรงจะดำเนินการต่อไปอย่างไร ถ้าเข้ามาสังเกตการณ์ก็จะควบคุมตัวไว้ แต่ถ้าไม่มีการเข้ามาสังเกตการณ์ก็จะทำลายหลุมดังกล่าวไป”
ส่วนมาตรการเสริมความมั่นคงตามแนวชายแดนได้มอบภารกิจให้กับกองร้อยป้องกันชายแดนร่วมกับชุดเฝ้าตรวจของกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดน อย่างไรก็ตาม ในรอยต่อในพื้นที่ อ.สุไหงโก-ลกและตากใบและประเทศมาเลเซียระยะทาง 59 กิโลเมตร ได้มีการวางกำลังคลอบคลุมทั้งหมด รวมทั้งใช้อุปกรณ์พิเศษ เช่นเรดาร์ของ สอ.รฝ. เมื่อมีสิ่งแปลกปลอมใดก็สามารถแจ้งเตือนได้ รวมถึงกล้อง CCTV ด้วย เมื่อเปรียบเทียบสถิติการก่อเหตุพบว่าลดลงจากปี 2568 รวม 10 เหตุ
สำหรับโครงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมมวลชน ตามแผนงานเสริมสร้างความเข้าใจ ในเป้าหมายสถานศึกษากลุ่มเสี่ยง เราได้พบปะหารือกับครู นักเรียน เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง และสร้างทัศนคติที่ดีต่อเยาวชน ครู โรงเรียนต่างๆ ในพื้นที่ 6 โรงเรียนเป้าหมายนำร่อง ทั้งนี้ กลุ่มผู้ก่อความสงบก็มีความพยายามที่จะดึงเยาวชนเหล่านี้กลับไป ซึ่งเราก็ต้องให้ความมั่นใจว่าจะดูแลความปลอดภัยให้เขาให้ได้ แต่ถ้าดึงกลับมาไม่ได้ก็ต้องปล่อยไป และตัดการติดต่อเพื่อความปลอดภัยของฝ่ายเรา ทั้งนี้ ฝ่ายขบวนการจะกดดันทางจิตวิทยาโดยการส่งสัญญาณ เช่น ในอดีตจะเห็นว่ามีการไปแขวนกระสุนปืนไว้หน้าบ้านเป็นการข่มขู่
น.อ.พานุรัตน์ อุ่นญาติ รอง ผบ.ฉก.นย.ทร. กล่าวว่า พื้นที่ที่ยังต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษก็คือ อ.โกลก และตากใบ เขตติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน ในส่วนของ ทพ.นย.มีการซีลชายแดนหนาแน่นอยู่แล้ว แต่อาจยังมีการเล็ดลอดเข้าออกในเส้นทางชายแดนอยู่ จึงคาดหวังว่าความร่วมมือระหว่างสองชาติจะมีความเข้มแข็งมากขึ้น เพราะต้องยอมรับว่าโกลก-ตากใบเป็นพื้นที่เทศบาลเมือง ซึ่งเป็นเขตเศรษฐกิจที่สำคัญ เมื่อเกิดเหตุแล้วจะสร้างแรงกระเพื่อมใหญ่ เพื่อลดความน่าเชื่อถือของเจ้าหน้าที่ โดยวิถีชายแดนมีลักษณะพิเศษมีความซับซ้อนและมีเรื่องการเมืองเข้ามาที่เกี่ยวข้อง หากมีการสร้างรั้วชายแดนขึ้นก็เป็นเรื่องดี เพื่อไว้คัดกรองผู้ที่ก่อเหตุ และทำสิ่งผิดกฎหมาย
ยอมรับว่าประวัติศาสตร์เรื่องพื้นที่ รวมถึงกรณีตากใบ ปล้นปืน การเข้าตีฐานยือลอ อ.บาเจาะ ถูกนำมาใช้ประโยชน์ในการชักจูงเยาวชนให้เข้าร่วมขบวนการอยู่

เหตุการณ์ตรงนี้ไม่เหมือนเหตุการณ์สู้รบไทย-กัมพูชา ที่เรารู้ว่าฝ่ายตรงข้ามไม่ใช่คนในชาติเดียวกัน แต่ตรงนี้คือคนไทยด้วยกัน ไม่รู้ว่าเขาคิดอย่างไร จึงไม่ใช่เรื่องที่จะจบง่ายๆ ทุกฝ่ายต้องช่วยกัน ตั้งแต่ระดับการวางยุทธศาสตร์ กำหนดนโยบาย รวมถึงฝ่ายปฏิบัติ พร้อมมองว่าถ้าคนหมู่บ้านปฏิเสธขบวนการก่อความไม่สงบ โดยการไม่ให้ใช้พื้นที่ก็จะช่วยได้มากขึ้น ทุกวันนี้เรายังต้องแยกปลา แยกน้ำให้ได้ ต้องยอมรับว่ากำลังพลของเราสามารถเข้าไปสร้างความเข้าใจในโรงเรียนปอเนาะได้ เพราะการทำงานในพื้นที่อย่างยาวนาน จะมีความคุ้นเคย ยืนยันว่าการทำงานภายใต้ ฉก.นราธิวาสไม่มีปัญหา
ด้าน น.อ.จักรพันธ์ จันทร์หอม ผบ.ฉก.ทพ.นย.ทร. กล่าวว่า แม้มีการปรับพื้นที่การดูแลของกำลังพลของหน่วยต่างๆ ลงมา แต่ในส่วนของนาวิกโยธินยังคงอยู่ในพื้นที่มาอย่างยาวนาน โดยกำลังหลักยังเป็นอาสาสมัครทหารพราน นย.มีความคุ้นเคยกับพื้นที่และชาวบ้าน เหตุผลในการที่ต้องมีกำลังประจำถิ่น เพราะเป็นเรื่องของสงครามแย่งชิงมวลชน
เราเข้าถึงและไปร่วมทำกิจกรรมกับเขา ไปกินกาแฟ พบกันทุกวันเพื่อสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ สร้างความเป็นมิตรอย่างแท้จริง ซึ่งเราต้องใช้เวลานานกว่าจะทำได้ ถือเป็นความท้าทายของกองกำลัง อย่างไรก็ตาม ในการข่าวเราจะต้องพัฒนางานด้านนี้ต่อไป ซึ่งก็คือการเข้าไปดูแลในเรื่องของเยาวชน เรามองไปที่ยุค หรือเจนเนชั่นเป็นหลัก
ส่วนการโจมตีฐานยือลอ บาเจาะเมื่อหลายปีก่อน แต่ไม่ประสบความสำเร็จ ถือเป็นครั้งแรกที่ใช้กองกำลังทหารสู้กับเรา ซึ่งขบวนการได้นำเหตุการณ์นี้ไปใช้ยกย่องวีรกรรมของมะรอโซ จันทรวดี ซึ่นคนมองว่าเกมการสู้อย่างนี้ใครชนะก็ไม่ยั่งยืน ฝ่ายใดสูญเสียเขาก็เติมคนเข้ามาส่วน ฝ่ายเราสูญเสียเราก็ส่งคนลงมาแทน แต่ถ้าเราทำสงครามทางความคิด ใครชนะได้ถือว่าประสบความสำเร็จให้อีกฝ่ายปลุกปั่น ก็ไม่มีวันทำให้เขาเปลี่ยนใจได้






