โอลิมปิคไทย เตรียมหารือ รองนายกฯ ปมงบกองทุนกีฬา ชี้ 1.3พันล้านไม่พอควรเพิ่มเป็น 2.5พันล้านบาท

ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ ประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย เป็นประธานประชุมคณะกรรมการบริหารโอลิมปิคฯ เรื่องเตรียมนำคณะกรรมการเข้าพบ รองนายกฯ ทรงศักดิ์ ทองศรี ช่วงต้นเดือน กันยายน เพื่อหารือข้อปัญหาการจัดสรรเงินกองทุนพัฒนากีฬาชาติสู่สมาคมกีฬา หาทางออกให้สอดคล้องกับการบริหารงานกีฬาเพื่อความเป็นเลิศ และงบประมาณที่ควรจัดสรรจริง ย้ำไม่ขัดกับนโยบายแบ่งกลุ่มตามศักยภาพสมาคมฯ แต่ควรจัดงบฯให้เหมาะสมตามแผนของแต่ละสมาคมกีฬา พร้อมเชิญชวนแฟนกีฬาส่งใจเชียร์ทัพไทยลุยศึกเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 20 ที่ห้องประชุม 1 คณะกรรมการโอลิมปิแห่งประเทศไทยฯ เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม

ประธานโอลิมปิคไทย กล่าวว่า ในวันนี้ได้มีการประชุมพูดคุยหลายเรื่อง ซึ่งเรื่องที่เป็นประเด็นร้อน ก็คือเรื่องของงบประมาณของแต่ละสมาคมกีฬา ซึ่งวันนี้ก็มีการแบ่งกลุ่มสมาคมกีฬา โดยทางกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ ที่ได้มีการวางเงื่อนไขต่างๆ ระเบียบเป็นข้อๆ มาเลยว่าจะต้องมีผลงานอย่างไร การบริหารจัดการอย่างไร ออกเป็น 4 กลุ่ม โดยจัดสรรงบประมาณลดหลั่นกันลงมามากสุด 32 ล้านบาทถึงน้อยสุด 2 ล้านบาท ก็มีเสียงสะท้อนจากสมาคมกีฬาเข้ามาเยอะ ตนก็ได้มีการคุยกับรองนายกรัฐมนตรีที่ดูแลกีฬาชาติ, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และ ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย คุยพร้อมๆกัน ซึ่งทั้ง 3 ท่านก็ได้ยืนยันมาว่า งบประมาณที่จัดวางไว้อย่างนั้น เป็นแค่การประมาณการนะครับไม่ใช่ว่าพอบอกว่าได้เท่านี้แล้วแปลว่าทั้งปีจะได้เท่านี้เกินบาทหนึ่งก็ไม่ได้มันก็ไม่ใช่อย่างนั้น ซึ่งถ้ามีเหตุที่ต้องใช้เกินจากนั้นก็สามารถเข้ามาเข้ามาพูดคุยปรับแผนและเสนอแผนเข้ามาได้

“อย่างน้อยก็ทำให้เบาใจได้ว่า ในการวางงบประมาณโดยแบ่งกลุ่มต่างๆไว้ก็มีข้อดีก็คือ อย่างน้อยเริ่มต้นปีงบประมาณ 1 ตุลาคมนี้ แต่ละสมาคมก็จะรู้ว่ามีงบประมาณลงมาเท่าไหร่ จะมากจะน้อยก็ยังได้รู้ว่ามีอยู่ เพราะที่ผ่านมาไม่รู้เลยต้องมาลุ้นกันตลอด แต่ในข้อดีก็ยังมีข้อเสียในเรื่องที่งบประมาณสำหรับพัฒนากีฬาเป็นเลิศให้แต่ละสมาคมกีฬาที่วางกรอบไว้ 1,300 ล้านบาทก็นับว่าน้อยเกินไป จากการประเมินของคณะกรรมการโอลิมปิคฯ การใช้งบประมาณเพื่อความเป็นเลิศจริงๆควรจะอยู่ที่ 2,500 ล้านบาท” ผศ.พิมล กล่าว

ประธานคณะกรรมการโอลิมปิคไทย ได้กล่าวอีกว่า ด้วยระบบการบริหารโครงสร้างของการบริการกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติบิดเบี้ยวมาตั้งแต่ 8 ปีที่ผ่านมา โอลิมปิคไทยก็พยายามที่ชี้แจงและบอกไปยังผู้ใหญ่ให้มีการปรับแก้ไขให้อยู่ในระบบที่ถูกต้องตรงตาม พรบ.ที่บัญญัติไว้ ซึ่งก็ต้องค่อยๆแก้ไข และในช่วงต้นเดือน กันยายนนี้ ตนพร้อมด้วยคณะกรรมกรรโอลิมปิคฯจะเข้าพบรองนายกรัฐมนตรี นายทรงศักดิ์ ทองศรี ที่ดูแลด้านกีฬาเพื่อหารือในเรื่องนี้ เพราะที่ผ่านมายังไม่ได้พูดคุยกันอย่างเป็นทางการ

Advertisement

ผศ.พิมล ยังได้กล่าวถึง ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทยคนใหม่ที่เพิ่งจะผ่านการคัดสรรมา คือ นางโปรดปราน สมานมิตร ว่า หลังจากผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีแล้วผู้ว่าฯคนใหม่ก็คงจะเริ่มทำงานตั้งแต่ 1 ตุลาคม เป็นต้นไป ถือเป็นคนในวงการกีฬา ทำงานเป็นผู้บริหารอยู่ในการกีฬาแห่งประเทศไทยมาตลอดถือว่าเป็นคนในที่รู้ปัญหาของสมาคมกีฬาดี ที่ผ่านมาก็ได้ทำงานร่วมกันรู้จักกันดีก็เชื่อว่าหลังจากเข้ามารับตำแหน่งแล้วก็จะทำงานร่วมกันได้ดี

นอกจากนี้ ผศ.พิมล ยังได้กล่าวถึงการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 20 ที่ไอจิและเมืองนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 19 กันยายน – 4 ตุลาคม ว่าในส่วนของโอลิมปิคฯได้มีการเตรียมพร้อมในการดูแลนักกีฬาไทยไว้เต็มทีพร้อมแล้ว ซึ่งก็ฝากแฟนๆกีฬาชาวไทยช่วยส่งแรงใจเชียร์ทัพนักกีฬาไทย และในโอกาสนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงเข้าร่วมแข่งกีฬาขี่ม้า ประเภทศิลปะบังคับม้า ในวันที่ 25-26 กันยายน รวมถึงนักกีฬาไทยทุกชนิดกีฬา ทุกคนพร้อมเต็มที่กับการแข่งขันครั้งนี้