รัฐบาลลงนามสร้าง 2 สะพานใหญ่ ‘สงขลา-พัทลุง-เกาะลันตา’ โยงโครงข่ายภาคใต้


31 ส.ค. 2569 | 14:17น.

นายกฯ เป็นประธานสักขีพยาน ลงนามสร้าง 2 สะพานใหญ่ ‘สงขลา-พัทลุง-เกาะลันตา’ เชื่อมโครงข่ายภาคใต้ ชี้เป็นเริ่มต้น Missing Link กำชับคุมงานให้เรียบร้อย ต้องเสร็จทันกำหนดสัญญา

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานสักขีพยานในพิธีลงนามสัญญาก่อสร้าง โครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา และโครงการสะพานเชื่อมเกาะลันตา ภายใต้แนวทางการพัฒนาระบบคมนาคมสีเขียว (Green Transport) เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานและสนับสนุนการพัฒนาพื้นที่ภาคใต้อย่างยั่งยืน

อนุทิน ชาญวีรกูล

สำหรับพิธีลงนามครั้งนี้ครอบคลุม 2 โครงการสำคัญ ได้แก่ โครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา เชื่อมระหว่างอำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา กับอำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง และโครงการสะพานเชื่อมเกาะลันตา เชื่อมระหว่างตำบลเกาะกลางกับตำบลเกาะลันตาน้อย อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่

โครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา จะช่วยเพิ่มทางเลือกในการเดินทางระหว่างจังหวัดสงขลาและพัทลุง ลดระยะเวลาและต้นทุนการเดินทาง ตลอดจนสนับสนุนการขนส่งสินค้าและการเชื่อมโยงกิจกรรมทางเศรษฐกิจของชุมชนโดยรอบทะเลสาบสงขลา

ขณะที่โครงการสะพานเชื่อมเกาะลันตาจะช่วยยกระดับการเดินทางเข้าสู่พื้นที่เกาะลันตา เพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายคมนาคม และสนับสนุนภาคการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในจังหวัดกระบี่

นายอนุทินกล่าวว่า วันนี้รู้สึกภาคภูมิใจที่คณะรัฐมนตรีและข้าราชการที่มีส่วนร่วมในการริเริ่มโครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลาและโครงการสะพานเชื่อมเกาะลันตา ได้มีโอกาสเห็นความฝันของพี่น้องประชาชนในพื้นที่เกิดขึ้นจริง

“สิ่งที่ผมเชื่อว่าเป็นความฝัน เป็นสิ่งที่ท่านอยากให้เกิดขึ้นได้จริงในจังหวัดของท่าน นี่คือสิ่งที่ผมอยากสร้างความเชื่อมั่นและยืนยันกับพ่อแม่พี่น้องชาวสงขลา ชาวพัทลุง และชาวกระบี่ทุกคน”

นายอนุทินกล่าวว่า ตั้งแต่ผมได้กำกับดูแลกระทรวงคมนาคมในฐานะรองนายกรัฐมนตรี สิ่งแรกที่ได้ยินจากประชาชนใน 3 จังหวัดนี้ คือเมื่อไรจะมีโครงการสะพานทั้ง 2 โครงการเกิดขึ้น เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและลดต้นทุนการดำรงชีวิตของประชาชน

“วันนี้ผมรู้สึกยินดีที่ได้มาเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามสัญญาจ้างก่อสร้างทั้งสองโครงการ ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทย”

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า หากพูดถึงความฝันของพี่น้องประชาชนชาวพัทลุงและสงขลา การทำให้ความฝันดังกล่าวเกิดขึ้นจริง ถือเป็นบุญวาสนาของตนที่ได้มาเป็นสักขีพยานในวันนี้ พร้อมยืนยันว่าผมคณะรัฐมนตรี และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง จะทำทุกอย่างเพื่อให้โครงการทั้งสองดำเนินการแล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด

“ขอให้มั่นใจว่าผมและนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม คิด จะทำทุกอย่างให้โครงการทั้งสองโครงการนี้ดำเนินการให้แล้วเสร็จเร็วที่สุด แล้วภาพชีวิตจะดีขึ้นขนาดไหน จากสงขลาไปพัทลุง 2 ชั่วโมง อีกไม่กี่ปีจากสงขลาไปพัทลุงจะใช้เวลาเพียง 15 นาที หรือไม่เกินครึ่งชั่วโมง ทำให้ประหยัดเวลาและต้นทุนชีวิต และเพิ่มโอกาสอีกมากมาย”

นอกจากนี้ ในจังหวัดกระบี่จะมีโครงการสะพานเชื่อมต่อเกาะลันตา ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงให้เห็นว่าประเทศไทย โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้ จะต้องเป็นศูนย์กลางของความเจริญทั้งด้านเศรษฐกิจ การใช้ชีวิต และโอกาสของประชาชน รวมถึงการดึงดูดนักท่องเที่ยว สร้างรายได้ และเสริมความมั่นคงให้กับประเทศ

“ทั้งสองสะพานนี้จะเป็นสะพานแห่งโอกาสของรัฐบาล ที่ตั้งใจให้เดินควบคู่ไปกับการพัฒนาจังหวัดอย่างยั่งยืน”

นายอนุทินกล่าวว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ละเอียดอ่อนและมีคุณค่าทางธรรมชาติ โดยเฉพาะบริเวณทะเลสาบสงขลา ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของโลมาอิรวดี สัตว์ป่าคุ้มครอง และเป็นสมบัติทางธรรมชาติของประเทศไทย รัฐบาลจึงมีนโยบายชัดเจนว่าการพัฒนาเศรษฐกิจและคมนาคมต้องไม่แลกมาด้วยการสูญเสียทรัพยากรธรรมชาติ

“โครงการนี้จึงได้รับการออกแบบให้เป็นไปตามมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมสูงสุดและมีความเข้มงวด”

นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า เมื่อทั้งสองสะพานแล้วเสร็จ จะส่งผลต่อคุณภาพชีวิตในทุกมิติ เพิ่มความปลอดภัย อำนวยความสะดวกด้านการเดินทางและการขนส่งสินค้า และถือเป็นจุดเริ่มต้นของ Missing Link ที่จะเชื่อมโยงเส้นทางผ่านจังหวัดพังงาและกระบี่

“นี่คือคำตอบอย่างชัดเจนว่า Missing Link คืออะไร เมื่อเชื่อมกันหมดแล้ว ต้องเชื่อมทั้งบนและล่าง รวมถึงทแยงด้วย เมื่อทำแล้ว เราจะได้เปรียบที่สุดในทางภูมิรัฐศาสตร์และภูมิศาสตร์ ในฐานะศูนย์กลางของสมาคมอาเซียน”

นายอนุทินกล่าวว่า การค้าในประเทศไทยไม่ได้จำกัดอยู่เพียงประชากร 70 ล้านคน หากสามารถเชื่อมโยงการเดินทางและการค้ากับประเทศต่าง ๆ ได้ ประเทศไทยจะเป็นหัวใจสำคัญในการเชื่อมโยงประชาชนอีกกว่า 1,000 ล้านคนในภูมิภาค จึงต้องสะสมและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างจริงจัง เพื่อให้ประเทศไทยเป็นศูนย์รวมของภูมิภาคอาเซียน

“โดยเฉพาะในสถานการณ์โลกที่มีความผันผวน อาเซียนถือเป็นภูมิภาคที่ยังมีความมั่นคงปลอดภัยและไร้ความขัดแย้งมากที่สุด นี่คือสิ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นลำดับต้น ๆ”

ด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยว นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ทั้งสองโครงการจะช่วยเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวฝั่งทะเลอันดามันและอ่าวไทย ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางที่มีศักยภาพ โดยโครงการสะพานเชื่อมเกาะลันตาจะเชื่อมแผ่นดินจังหวัดกระบี่ไปยังเกาะลันตาน้อยและเกาะลันตาใหญ่

“สิ่งที่ผมให้ความสำคัญมากกว่าการให้รถวิ่ง คือให้จักรยานวิ่งได้ด้วย เป็นพื้นที่ส่งเสริมแก่ผู้ที่รักสุขภาพทั้งหลาย ได้ใช้ชีวิตด้วยความสุขและเพลิดเพลินใจ และอยากมาท่องเที่ยว ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยว ทำให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้รับโอกาสมากมาย”

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การพัฒนาโครงการดังกล่าวจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก สร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้างโอกาสให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน

อย่างไรก็ตาม ทั้งสองโครงการนี้ถือเป็นการเชื่อมสองจังหวัดสวรรค์กับสวรรค์ ไม่ใช่สวรรค์กับนรก ต้องเป็นสวรรค์ทั้งหมด เป็นนรกหมดไม่ได้ ขอให้ทุกท่านได้ควบคุมการทำงานให้เรียบร้อย คุณภาพต้องดี และต้องแล้วเสร็จให้ทันกำหนดสัญญาให้ได้

“เราต้องใช้ความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ของพวกเรา บันดาลสิ่งเหล่านี้ให้เกิดขึ้นกับจังหวัดในเขตภาคใต้ของประเทศไทยให้ได้ และทำให้ประเทศไทยเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก”

สำหรับโครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา กรมทางหลวงชนบทได้ใช้งบประมาณจากการกู้เงินกับธนาคารโลก มีระยะทาง 7 กม. วงเงิน 4,841 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าก่อสร้าง 4,700 ล้านบาท ค่าคุมงาน 141 ล้านบาท 

รูปแบบสะพานมีขนาด 2 ช่องจราจร เป็นสะพานคานขึง และสะพานคานคอนกรีตรูปกล่อง ความหนาคงที่ โดยตัวสะพานได้ออกแบบให้สอดคล้องกับอัตลักษณ์วัฒนธรรมท้องถิ่น รวมทั้งกรมทางหลวงชนบทยังได้ทำแผนพัฒนาโครงข่ายถนน จะเชื่อมต่อไปถึงทางหลวงหมายเลข 408 และฝั่งจังหวัดพัทลุงจะเชื่อมต่อถึงทางหลวงหมายเลข 4 เพื่อเชื่อมโยงการเดินทางให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

ส่วนสะพานเชื่อมเกาะลันตา อยู่ตำบลเกาะกลาง-เกาะลันตาน้อย จังหวัดกระบี่ มีระยะทาง 2,240 เมตร วงเงิน 1,854 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าก่อสร้าง 1,800 ล้านบาท และค่าจ้างคุมงาน 54 ล้านบาท

โครงการมีจุดเริ่มต้นบริเวณทางหลวงหมายเลข 4206 กม.ที่ 26+620 ตำบลเกาะกลาง ไปบรรจบกับทางหลวงชนบทหมายเลข กบ.5035 ตำบลเกาะลันตาน้อย อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ รูปแบบก่อสร้างเป็นสะพานขนาด 2 ช่องจราจร ประกอบด้วยสะพานคานขึง และสะพานคานยื่น