5 จังหวัดชายแดนใต้ ดันยุทธศาสตร์ “กีฬา-อีเวนต์-เมืองอาหาร”


31 ส.ค. 2569 | 19:32น.

รมว.ท่องเที่ยวฯ ชง “ครม.สัญจร” ปลดล็อก 5 จังหวัดชายแดนใต้ ชูยุทธศาสตร์ “กีฬา-อีเวนต์-เมืองอาหาร” ทลายด่านชายแดน-ฟื้นสนามกีฬาร้าง 10 ปี

วันที่ 31 สิงหาคม 2569 นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานการประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานในสังกัดและผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวและกีฬาในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส) เพื่อเตรียมความพร้อมและรวบรวมประเด็นปัญหาข้อเสนอแนะ นำเสนอต่อที่ประชุม ครม.สัญจร

ลุยทลายด่านชายแดน-ระบบขนส่ง

นายสุรศักดิ์ เปิดเผยว่า ปัญหาเร่งด่วนที่กระทบต่อการท่องเที่ยวที่ภาคเอกชนเสนอมา คือความไม่สะดวกบริเวณด่านชายแดน แม้ด่านสะเดาแห่งใหม่จะมีช่องทางเข้า-ออกถึง 22 ช่อง มีอุปกรณ์พร้อมแต่ขาดแคลนบุคลากร ทำให้เกิดปัญหาความล่าช้า รวมทั้งยังมีปัญหาคอขวดจากฝั่งมาเลเซียที่บีบช่องจราจรเหลือเพียงเลนเดียว

นอกจากนี้ ยังมีปัญหาเส้นทางเชื่อมต่อด่านเก่าและด่านใหม่ระยะทาง 1.2 กิโลเมตรที่ยังก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ ทำให้นักท่องเที่ยวสับสน ซึ่งจะมีการเสนอให้เร่งรัดการก่อสร้าง จัดทำป้ายบอกทางขนาดใหญ่ และเสนอระบบลงทะเบียนออนไลน์ล่วงหน้า (ตม.2) เพื่อความรวดเร็ว

สำหรับจังหวัดสตูล มีข้อเรียกร้องสำคัญจากภาคเอกชนในการขอขยายเวลาปิดด่านชายแดนวังประจัน จะ.สตูล จากเดิม 18.00 น. เป็น 20.00 น. ให้สอดคล้องกับเวลาของประเทศมาเลเซีย เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางเข้ามารับประทานอาหารเย็นและท่องเที่ยวระยะสั้นได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องเวลาปิดด่าน

นอกจากนี้ ยังเตรียมหารือกับกระทรวงคมนาคมเรื่องบันทึกความเข้าใจ (MOU) การขนส่งข้ามแดน ซึ่งผู้ประกอบการไทยเรียกร้องความตกลงแบบต่างตอบแทน เพื่อความเป็นธรรม เนื่องจากปัจจุบันรถบัสมาเลเซียเข้ามาได้ แต่รถบัสไทยกลับเข้าฝั่งมาเลเซียไม่ได้

ชู “เมืองกีฬา-อีเวนต์” ปลุกเศรษฐกิจ

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือการใช้ “นโยบายกีฬานำการท่องเที่ยว” (Sport Tourism) โดย รมว.ท่องเที่ยวฯ เน้นย้ำว่าประชาชนในพื้นที่ชื่นชอบกีฬามาก จึงต้องใช้มิตินี้เป็นแม่เหล็กดึงดูดคน

ประเด็นที่จะนำเสนอ ครม. คือการของบกลางหรือเร่งรัดงบผูกพันงบประมาณปี 2571 เพื่อเร่งก่อสร้างสนามกีฬาจังหวัดนราธิวาสให้แล้วเสร็จ หลังถูกทิ้งร้างและก่อสร้างค้างคามาตั้งแต่ปี 2553 หรือกว่า 10 ปี ซึ่งเป็นนโยบายตรงจากนายกรัฐมนตรีที่ต้องการสะสางปัญหาให้จบ

ปรับปรุงสนามกีฬาปัตตานี

ส่วนที่จังหวัดปัตตานี กระแสฟุตบอลกำลังมาแรง สโมสรปัตตานี เอฟซี เลื่อนชั้นสู่ลีก T1 มีผู้ชมทะลักกว่า 12,000 คนต่อแมตช์ สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนมหาศาล แต่ยังติดปัญหาสนามและลู่วิ่งที่อยู่ระหว่างการปรับปรุงให้ได้มาตรฐาน ซึ่งกระทรวงฯ พร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่

ขณะที่จังหวัดยะลา เตรียมเสนอโครงการก่อสร้างสปอร์ตคอมเพล็กซ์ (Sport Complex) ที่ได้มาตรฐาน และผลักดัน สนามกีฬาเบตงยามค่ำคืน ให้เป็นแลนด์มาร์กใหม่สำหรับการจัดแข่งขันกีฬานานาชาติ

ปั้นสงขลาเมืองอาหารโลก-อุ้มงานเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว

ด้านการจัดอีเวนต์และซอฟต์พาวเวอร์ จังหวัดสงขลามีแผนยกระดับสู่เมืองแห่งอาหารระดับโลกผ่านโครงการ “ชิมสงขลาเชื่อมโลก” (Songkhla World Table) โดยเตรียมเชิญเชฟจาก 15-20 ประเทศมาร่วมแข่งขัน และจัดสัปดาห์โต๊ะอาหารโลก โดยใช้วัตถุดิบเด่นจากทะเลสาบสงขลา คาดว่าจะดึงนักท่องเที่ยวได้กว่า 50,000 – 70,000 คน สร้างเงินหมุนเวียนกว่า 150-225 ล้านบาท

นอกจากนี้ ในที่ประชุม ตัวแทนจากปัตตานี ได้สะท้อนปัญหาว่า “งานประเพณีศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว” ซึ่งจัดต่อเนื่องมา 30 ปี ดึงดูดคนได้ถึง 80,000 คน กลับถูกตัดงบประมาณกลุ่มจังหวัดในปีนี้ รมว.ท่องเที่ยวฯ กล่าวว่า จึงได้สั่งการทันทีให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เข้ามาเป็นเจ้าภาพร่วมและจัดสรรงบประมาณสนับสนุน เพื่อรักษางานเทศกาลที่เป็นหัวใจหลักทางเศรษฐกิจและจิตใจของชาวปัตตานีเอาไว้