Toyota ลงทุน ‘เวียดนาม’ เพิ่ม 9.4 พันล้านบาท ทำโรงงานรถไฮบริด ส่วน ‘ไทย’ ยังเป็นฐานใหญ่-ซัพพลายเชนหลักในภูมิภาค

มีเรื่องให้คนไทยตกใจอีกแล้ว หลัง Toyota เพิ่มเงินลงทุนใน ‘เวียดนาม’ อีก 283.7 ล้านดอลลาร์ฯ หรือราว 9.4 พันล้านบาท เพื่อขยายการผลิตและประกอบรถยนต์ไฮบริดในจังหวัดฟู้เถาะ (Phu Tho)

การลงทุนครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจังหวัดฟู้เถาะอนุมัติการปรับแผนการลงทุนของ ‘Toyota Motor Vietnam’ ทำให้มูลค่าการลงทุนรวมของโครงการเพิ่มเป็นกว่า 373 ล้านดอลลาร์ฯ หรือราว 1.2 หมื่นล้านบาท โดยเงินลงทุนที่เพิ่มเข้ามาจะใช้สำหรับการผลิตและประกอบรถไฮบริด

เพิ่มกำลังผลิตรถไฮบริดในเวียดนาม

Toyota เข้ามาทำตลาดในเวียดนามตั้งแต่ปี 2538 และผลิตรถยนต์ในประเทศไปแล้วกว่า 700,000 คัน การลงทุนครั้งนี้จึงเป็นการเพิ่มขีดความสามารถของฐานการผลิตเดิม

โครงการนี้ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 28.6 เฮกตาร์ หรือเกือบ 180 ไร่ และมีกำลังการผลิตประมาณ 52,000 คันต่อปี

การเพิ่มการผลิตรถไฮบริดถือเป็นการเปลี่ยนแปลงสำคัญของ Toyota ในเวียดนาม เพราะที่ผ่านมาแม้จะเป็นผู้ผลิตรายแรกที่นำรถไฮบริดเข้ามาทำตลาด แต่รถไฮบริดที่ขายในประเทศยังนำเข้าทั้งหมด

Toyota ยังมีแผนเริ่มก่อสร้างโรงพ่นสีและโรงปั๊มขึ้นรูปชิ้นส่วนในเดือนพฤษภาคม 2570 ก่อนเริ่มดำเนินงานในปี 2572 โดยจะใช้เทคโนโลยีระบบอัตโนมัติ และเป็นฐานสำหรับประกอบรถยนต์รุ่นใหม่แบบ CKD หรือการนำชิ้นส่วนมาประกอบเป็นรถยนต์ในประเทศ

นอกจากเพิ่มกำลังการผลิตแล้ว รัฐบาลท้องถิ่นของเวียดนามยังต้องการให้ Toyota ขยายการทำงานร่วมกับซัพพลายเออร์ชิ้นส่วนในประเทศ เพื่อเพิ่มการใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในเวียดนาม รวมถึงพัฒนาพนักงานชาวเวียดนามให้สามารถรับตำแหน่งสำคัญในระดับบริหาร

ขณะเดียวกัน เวียดนามกำลังผลักดันการผลิตรถยนต์และการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศ โดยโครงการพัฒนา Supporting Industry ปี 2569-2578 กำหนดให้อุตสาหกรรมยานยนต์เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมาย พร้อมตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนการผลิตภายในประเทศเป็น 22-30% ภายในปี 2573 และ 32-40% ภายในปี 2578

ไทยยังเป็นฐานผลิตที่ใหญ่กว่าสำหรับ Toyota

การขยายฐานการผลิตในเวียดนามครั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่า Toyota กำลังย้ายฐานการผลิตออกจาก ‘ไทย’ เพราะเมื่อดูทั้งขนาดโรงงาน ปริมาณการผลิต และการส่งออกแล้ว ไทยยังมีฐานการผลิตที่ใหญ่กว่ามาก

แม้ตลาดรถยนต์ในประเทศของ ‘ไทย’ และ ‘เวียดนาม’ จะมีขนาดใกล้เคียงกัน โดยในปี 2568 ไทยมียอดขายรถยนต์ 621,166 คัน และเวียดนามมียอดขายรวมราว 604,000 คัน (หากนับยอดขายของสมาชิก VAMA, Hyundai และ VinFast)
แต่ด้านการผลิตแตกต่างกันมาก เพราะไทยผลิตรถยนต์รวม 1,455,569 คัน และส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป 935,750 คัน สะท้อนว่าไทยมีฐานการผลิตเพื่อส่งออกที่ใหญ่กว่าตลาดในประเทศอย่างชัดเจน

เช่นเดียวกับ Toyota โดย ‘Toyota Motor Thailand’ มีโรงงานผลิตรถยนต์ 3 แห่ง ได้แก่ สำโรง เกตเวย์ และบ้านโพธิ์ มีกำลังการผลิตรวม 770,000 คันต่อปี ขณะที่ฐานการผลิต Toyota ในเวียดนามมีกำลังการผลิตประมาณ 52,000 คันต่อปี

นอกจากนี้ ในปี 2568 Toyota ผลิตรถยนต์ในไทย 564,933 คัน เพิ่มขึ้น 5% จากปีก่อน และส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป 358,135 คัน เพิ่มขึ้น 6% ขณะที่ Toyota เวียดนามผลิตรถยนต์ได้ 25,200 คัน

อีกด้านหนึ่ง ฐานการผลิตของ Toyota ในไทยยังมีบทบาทด้านการส่งออก โดยข้อมูลของ ‘Toyota Motor Thailand’ ในเดือนพฤศจิกายน 2568 ระบุว่า Hilux ที่ผลิตในไทยถูกส่งออกไป 133 ประเทศทั่วโลก มียอดส่งออกสะสมกว่า 4.6 ล้านคัน และใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศสูงสุดถึง 95% โดยมีผู้ผลิตชิ้นส่วนกว่า 290 แห่งอยู่ในซัพพลายเชน

หากมองเฉพาะรถไฮบริด ไทยและเวียดนามก็อยู่ในคนละช่วงของการพัฒนาฐานการผลิต โดยเวียดนามกำลังเพิ่มความสามารถในการผลิตรถไฮบริดภายในประเทศ ขณะที่ไทยมีฐานการผลิตไฮบริดอยู่แล้ว และรถไฮบริดที่ผลิตในไทยใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศ หรือ Local Content เฉลี่ยประมาณ 70%

ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569 Toyota ส่งออกรถยนต์จากไทยแล้ว 208,500 คัน แบ่งเป็นรถเครื่องยนต์สันดาปภายใน หรือ ICE จำนวน 163,700 คัน และรถไฮบริด 42,800 คัน โดยรุ่นที่ส่งออกมากที่สุดคือ Hilux 137,400 คัน และ Yaris ATIV 40,500 คัน

แล้วไทยยังสำคัญกับ Toyota แค่ไหน?

ในเดือนธันวาคม 2567 Toyota ยืนยันแผนลงทุนมากกว่า 5.5 หมื่นล้านบาทเพื่อปรับปรุงสายการผลิตในไทย และเพิ่มความสามารถในการผลิตรถไฮบริด รวมถึงชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้อง เช่น มอเตอร์และเกียร์ จากเดิมที่ฐานการผลิตในไทยมีความแข็งแกร่งด้านเครื่องยนต์สันดาปภายใน

แผนดังกล่าวเกิดขึ้นหลัง ’อากิโอะ โตโยดะ’ ประธานกรรมการบริหาร Toyota Motor Corporation เข้าหารือกับนายกรัฐมนตรี ‘แพทองธาร ชินวัตร’ เพื่อยืนยันการรักษาฐานการผลิตรถยนต์ในไทย ซึ่งครอบคลุมการอัปเกรดสายการผลิตไปสู่รถไฮบริด รวมถึงการลงทุนในชิ้นส่วนระบบไฟฟ้า การจ้างงาน การถ่ายทอดเทคโนโลยี ตลอดจนการวิจัยและพัฒนาบุคลากร

เมื่อกลับมาดูการลงทุนในเวียดนามครั้งนี้ Toyota กำลังเพิ่มความสามารถในการผลิตรถไฮบริด และเตรียมฐานสำหรับการประกอบรถรุ่นใหม่แบบ CKD ขณะที่ไทยยังมีฐานการผลิตขนาดใหญ่กว่า ทั้งในด้านกำลังการผลิตจริง การส่งออก โรงงานไฮบริด และซัพพลายเชนผู้ผลิตชิ้นส่วนในประเทศ

เพราะฉะนั้น การลงทุนในเวียดนามเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตของ Toyota ในอีกประเทศ ขณะที่ไทยยังคงมีบทบาทสำคัญในฐานการผลิตของบริษัท

ที่มา: Vietnamnet Global, The Investor, Infoquest, Toyota Motor Thailand [1][2][3], Auto Life Thailand, VAMA, Vinfast Auto Vietnam

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา