
หลัง ”ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” คัมแบ๊กเก้าอี้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เป็นสมัยที่สอง และเริ่มทำงานอย่างเป็นทางการตั้งแต่ 9 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา
ถึงวันนี้ร่วม ๆ 2 เดือนที่ ”ชัชชาติ” นั่งบริหารเมืองกรุง
เป็น 60 วัน ที่มีหลายเหตุการณ์เกิดขึ้น ซึ่ง “ชัชชาติ” เผยว่า เป็น 2 เดือน ที่ไม่ได้หยุดเลย ตั้งแต่เหตุการณ์หลุมยุบวงเวียนใหญ่ ไฟไหม้

“แต่ถือว่าโชคดีที่เรามีประสบการณ์อยู่แล้ว เรารู้ทางกัน เลยทำให้ดีขึ้น งานหลาย ๆ อย่างก็ก้าวหน้าไปด้วยดี”
เมื่อถามว่าการกลับมาสมัยที่สอง ทำงานหนักมากขึ้นหรือไม่ “ชัชชาติ” ตอบว่า ”เป็นปกติ ทำงานเต็มที่เหมือนเดิม และจากเหตุต่าง ๆ เราก็เตรียมวางแผนจะทำบุญเมือง”
สำหรับผลงานที่จะออกมาเป็นรูปธรรมนั้น ชัชชาติระบุว่า ”ขอให้รอแถลง 100 วันเลยทีเดียว”
ปัจจุบัน ”ชัชชาติ” กำลังเดินหน้าจัดระเบียบคนไร้บ้าน โดยจัด ”บ้านอิ่มใจ” ให้เป็นที่พักพิง ซึ่งเขายอมรับว่า ”คนไร้บ้าน เป็นเรื่องละเอียดอ่อน”
“ชัชชาติ” กล่าวว่า จากการสำรวจในพื้นที่กรุงเทพฯ มีคนไร้บ้านประมาณ 1,300 คน เกินกว่า 50% อยู่บริเวณราชดำเนินกลาง จึงเร่งจัดระเบียบโซนนี้ก่อน เนื่องจากเป็นจุดที่มีการแจกอาหาร มีแหล่งอาหาร และมีที่พักพิงอยู่จำนวนมาก
“หัวใจสำคัญคือการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานอื่น ๆ นอกจาก กทม. มีกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กรมสุขภาพจิต ตำรวจ ทหาร เป็นต้น ที่มาช่วยกัน”
ที่ผ่านมาชวนได้เยอะ ตอนนี้บ้านอิ่มใจล้นแล้ว มีอยู่ด้าน 100 คน ด้านนอกอีก 100 คน และมีที่เข้าสู่ระบบ ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดี แต่ก็ต้องค่อยเป็นค่อยไป เนื่องจากปัญหาคนไร้บ้าน ไม่แก้ได้ในชั่วข้ามคืน เป็นปัญหาสะสม และปัญหาเศรษฐกิจก็เป็นเรื่องสำคัญ

“ชัชชาติ” ย้ำว่า เรื่องคนไร้ที่พึ่งไม่ใช่ปัญหาที่มีสาเหตุเดียว บางคนอาจมีปัญหาส่วนตัว แต่หลายคนเป็นผลจากการตกงานหรือปัญหาเศรษฐกิจ ซึ่งสามารถเกิดขึ้นกับใครก็ได้ หากไม่มีเงินเก็บหรือหลักประกันชีวิต เมื่อเกิดเหตุไม่คาดคิดก็อาจไม่มีเงินเพียงพอสำหรับที่พักอาศัย หน้าที่ของ กทม. คือเป็นเหมือน Safety Net ช่วยประคองคนที่กำลังลำบาก บ้านอิ่มใจจึงเป็นพื้นที่ให้เขาได้พัก ตั้งหลัก มีที่นอน มีอาหาร มีที่อาบน้ำ มีคนดูแล และมีโอกาสหางาน ถ้าเราให้เขาอยู่บนถนน โอกาสที่จะกลับมาตั้งหลักก็ยากขึ้น
“ขอเอาที่ราชดำเนินกลางเป็นโมเดลก่อน หากสำเร็จ ค่อยขยายผลในพื้นที่อื่น ๆ และพยายามไม่ให้กลับเข้ามาใหม่”




