
นักเตะทีมชาติไทย ชุดเอเชี่ยนเกมส์ เดินทางมารายงานตัวที่โรงแรม ธารา ปาร์ค รีโซลเทล เมื่อวันที่ 7 กันยายน เพื่อเตรียมเก็บตัวฝึกซ้อมก่อนเดินทางไปแข่งขันฟุตบอลชายในมหกรรมกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 20 ที่เมืองนาโกยา จังหวัดไอจิ ประเทศญี่ปุ่น การรายงานตัวครั้งนี้นำโดย “โค้ชวัง” ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล หัวหน้าผู้ฝึกสอน พร้อมด้วยนักกีฬาที่ประกาศชื่อไปก่อนหน้านี้
โค้ชวัง กล่าวว่า ความพร้อมตอนนี้ก็น่าจะเกือบ 100% เพราะน้องชุดนี้ก็เคยเข้าแคมป์ด้วยกันมาก่อนหน้านี้ และตอนนี้ลีกก็เพิ่งเปิด น้องๆ เรื่องความฟิตก็น่าจะพร้อม เพราะได้ปรีซีซั่นกับสโมสรมาก่อนหน้านี้ การขาดตัวหลักบางส่วนจะบอกว่าไม่ส่งผลก็คงเป็นไปไม่ได้ เพราะอย่าง คคนะ คำยก และเสกสรรค์ ราตรี ก็ถือเป็นนักฟุตบอลที่มีความสามารถสูง ยิ่งในรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี กับทีมชุดนี้ก็เป็นตัวหลักมาโดยตลอด แต่ก็เป็นเรื่องที่ดีที่น้องได้พัฒนา และได้ขึ้นไปเป็นกำลังหลักของทีมชาติไทยชุดใหญ่ ก็เป็นโอกาสที่ดีสำหรับน้องๆ หลายคนที่จะมาทดแทน และเชื่อว่าคนที่มาทดแทน ก็น่าจะทำผลงานได้ดี เพราะเราก็ได้ร่วมงาน หลายแคมป์แล้ว
โค้ชวังกล่าวอีกว่า ส่วน ยศกร บูรพา ต้องบอกว่าตอนแรกที่คุยกับสโมสรชลบุรี เอฟซี คืออาจจะไม่ได้ตัวน้องมาร่วมทีม เนื่องจากการแข่งขันไม่ได้อยู่ในช่วงฟีฟ่า เดย์ ซึ่งเราก็เข้าใจสโมสร และก็ต้องหาทางออก และเมื่อได้คุยกัน ต้องยอมรับว่า ยศกร มีความสำคัญกับทั้งสโมสรและทีมชาติ เราเองก็มีเวลาน้อย ในการมองหาคนใหม่ หรือคนที่ยังไม่เคยได้ร่วมแคมป์ ก็จะมีความเข้าใจน้อยด้วย เราก็เลยเลือกเก็บตัววันนี้ เกมแรกเราจะเตะในวันที่ 16 กันยายน ก็ต้องพูดคุย บริหารจัดการร่างกายของนักกีฬา กับ 3 เกมในรอบแรก จะใช้น้องอย่างไร หรือใช้นักเตะคนอื่นๆ มาทำให้ทีมประสบความสำเร็จให้ได้มากที่สุดในรอบแรก เราต้องการผ่านรอบนี้ไปให้ได้ และในรอบหลังจากนั้นจะเป็นฟีฟ่า เดย์ แล้ว
“เกมแรกกับคีร์กิซสถานก็ถือเป็นเกมที่สำคัญมาก ก็พยายามศึกษาเขา ก็เป็นเรื่องที่ดี ที่ฟีฟ่าเดย์ เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เราได้อุ่นเครื่องกับเขา เราก็เก็บข้อมูลจากตรงนั้น และจะพยายามเก็บสามแต้มในแมตช์แรก นั่นคือเป้าหมายแรก เราก็ต้องบริหารจัดการนักเตะทุกคนให้ได้ ตั้งแต่แมตช์แรก และผ่านรอบแรกไปให้ได้ จนมาได้นักเตะครบในช่วงฟีฟ่าเดย์”
โค้ชวังกล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับรอบแบ่งกลุ่ม เป้าหมายของเราคือการเก็บให้ได้ 6 คะแนน สองเกมแรกเรามองว่า ถ้าเราทำได้ พอผ่านรอบแรก รอบสองเราจะได้นักเตะฟูลทีม เชื่อว่าตอนนั้น เกมกับญี่ปุ่นก็อาจจะโรเตชั่น แต่ถ้าไม่เป็นตามแผน ก็ต้องมีแผนสอง ในการบริหารจัดการกับนักเตะที่มีอยู่ จนถึงตอนนั้นความสมบูรณ์ของนักเตะมีมากน้อยขนาดไหน
ขณะที่ เจะฮานาฟี มามะ กองหน้าทีมชาติไทย กล่าวว่า ความพร้อมตอนนี้ก็ถือว่าค่อนข้างพร้อม เพราะกลับไปที่สโมสรก็ได้ซ้อมมาต่อเนื่อง การได้เล่นกับทีมชาติไทยชุดใหญ่ ในอาเซียน คัพ ก็ทำให้มีความมั่นใจมากขึ้น ก็ได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างๆ จากพี่ๆในทีมชาติชุดใหญ่
“ทีมชุดนี้อาจจะไม่ฟูลทีม แต่ผมเชื่อว่าคนที่มา จะสามารถทดแทนกันได้ ในมุมมองของผมทีมชุดนี้ ก็มีสไตล์การเล่นรับแล้วโต้ หรือการเปลี่ยนสถานการณ์ ก็เชื่อว่าโค้ชจะวางแทคติกไว้ รอบแรก ก็พยายามจะผ่านให้ได้ ในสองเกมแรก แมตช์สุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม เจอญี่ปุ่น แม้จะค่อนข้างหนัก แต่เชื่อว่าเราจะผ่านไปได้”
เจะฮานาฟี มามะ กล่าวอีกว่า เกมแรกกับ คีร์กิซสถาน ก็หวังว่าจะเก็บสามแต้มให้ได้ ทีมชุดนี้จุดแข็งก็คือการเล่นร่วมกันเพราะผ่านหลายแคมป์มาด้วย ก็เชื่อว่าทีมของเราจะทำผลงานได้ดี สิ่งที่ต้องเร่งในทีมตอนนี้ก็คือการจูนกันให้ติด การสื่อสาร การร่วมเล่นภายในทีม ช่วงแรกอาจจะต้องปรับ แต่เราก็ต้องทำให้ดีขึ้นในทุกวัน เพื่อให้เราออกสตาร์ทเกมแรกให้ดี ก็ฝากขอกำลังใจพี่น้องชาวใต้ และชาวไทยทุกคน มาช่วยพวกผมให้เข้ารอบ”
สำหรับในรอบแรก ทีมชาติไทยอยู่ในกลุ่มเอ ร่วมกับ ญี่ปุ่น, คีร์กิซสถาน และฮ่องกง ซึ่งจะเป็นการแข่งขันแบบพบกันหมด โดยทีมแชมป์กลุ่ม และรองแชมป์กลุ่ม จะผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ต่อไป
โปรแกรมการแข่งขันของ ฟุตบอลชายทีมชาติไทย มีดังนี้
นัดแรก
วันที่ 16 กันยายน 2569
ไทย พบ คีร์กิซสถาน
เวลา 14.00 น. ตามเวลาประเทศไทย
ที่โตโยต้า สเตเดียม ไอจิ ประเทศญี่ปุ่น
นัดสอง
วันที่ 20 กันยายน 2569
ฮ่องกง พบ ไทย
เวลา 14.00 น. ตามเวลาประเทศไทย
ที่โตโยต้า สเตเดียม ไอจิ ประเทศญี่ปุ่น
นัดสาม
วันที่ 23 กันยายน 2569
ญี่ปุ่น พบ ไทย
เวลา 17.30 น. ตามเวลาประเทศไทย
ที่โตโยต้า สเตเดียม ไอจิ ประเทศญี่ปุ่น




