ฮูตีโจมตีโรงกลั่นน้ำมัน-ฐานทัพซาอุฯ เจ็บ 73 อิหร่าน-สหรัฐแลกหมัดต่อเนื่อง ดันน้ำมันพุ่ง

ฮูตีโจมตีโรงกลั่นน้ำมัน-ฐานทัพซาอุฯ เจ็บ 73 อิหร่าน-สหรัฐแลกหมัดต่อเนื่อง ดันน้ำมันพุ่ง

รอยเตอร์รายงานว่า เมื่อวันที่ 8 กันยายน กลุ่มฮูตี ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน เปิดฉากโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธในเมืองในทางตอนใต้ของ ซาอุดีอาระเบีย จำนวน 4 แห่ง รวมถึงฐานทัพอากาศของซาอุดีอาระเบียในเมืองคามิสมูซัยต์ (Khamis Mushait) และแหล่งอุตสาหกรรมน้ำมันในเมืองอับฮา (Abha), นัจราน (Najran) และญาซาน  (Jazan) ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 73 ราย ซึ่งมีทั้งผู้หญิงและเด็ก

ภาพถ่ายดาวเทียมขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐ (นาซา) แสดงให้เห็นกลุ่มควันดำหนาทึบปกคลุมเหนือโรงกลั่นน้ำมันในญาซาน และมีควันสีขาวพวยพุ่งขึ้นจากศูนย์กระจายน้ำมันแห่งหนึ่งในเมืองอับฮาด้วย

กลุ่มฮูตียังได้เพิ่มแรงกดดันต่อชาติพันธมิตรของสหรัฐ การขัดขวางการเดินเรือเป็นระยะในอีกฝั่งหนึ่งของคาบสมุทรอาหรับ บริเวณทางเข้าสู่ทะเลแดง

Advertisement

ขณะเดียวกัน อิหร่าน และ สหรัฐ ยังคงปะทะกันอย่างต่อเนื่อง โดยสหรัฐได้ทำลายเรือบรรทุกน้ำมันดิบของอิหร่าน 5 ลำ พร้อมเผยแพร่คลิปวิดีโอการโจมตี และระบุว่าเป็นการตอบโต้การที่กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ใช้ขีปนาวุธนำวิถีโจมตีเรือรบของกองทัพเรือสหรัฐ 2 ครั้งในช่วง 2 วันที่ผ่านมา ทั้งนี้ ไม่มีชาวอเมริกันได้รับบาดเจ็บจากเหตุดังกล่าว

นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ กล่าวกับผู้สื่อข่าวระหว่างเยือนโคลอมเบียว่า อิหร่านยังคงพยายามโจมตีเรือรบของสหรัฐ และทุกครั้งที่โจมตีหรือพยายามโจมตี ก็จะต้องเผชิญกับการสูญเสียเรือบรรทุกน้ำมัน

จากนั้น อิหร่านตอบโต้การโจมตีของสหรัฐด้วยการยิงขีปนาวุธนำวิถีโจมตีฐานทัพของสหรัฐ ใกล้เมืองอัลอัซรักในจอร์แดน ขณะที่สื่อทางการอิหร่านเผยแพร่คลิปวิดีโอการโจมตีครั้งนี้ด้วย

อิหร่านกล่าวว่า การโจมตีในครั้งนี้ได้สร้างความเสียหายอย่างหนัก อย่างไรก็ดี จอร์แดนกล่าวว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศสามารถสกัดขีปนาวุธของอิหร่านได้ 18 ลูกจากทั้งหมด 20 ลูก ส่วนอีก 2 ลูกตกในพื้นที่ไม่มีประชาชนอาศัยอยู่ และไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

IRGC ระบุอีกว่า ได้โจมตีเรือพิฆาตของสหรัฐ 2 ลำ พร้อมขู่ว่าจะโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในท่าเรือของคูเวตและบาห์เรน ขณะเดียวกัน แหล่งข่าวเผยว่า เรือบรรทุกก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ลำหนึ่งได้รับความเสียหายในท่าเรือคอร์ฟัคคานของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) แต่ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าฝ่ายใดเป็นผู้ก่อเหตุ

การกลับมาแลกเปลี่ยนการโจมตีระหว่างสหรัฐและอิหร่านในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา หลังจากที่สถานการณ์สงบลงเป็นเวลา 1 เดือนเมื่อเดือนสิงหาคม ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ซึ่งเป็นราคามาตรฐานในตลาดโลก พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 23 กรกฎาคม โดยราคาสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบเบรนท์ปรับเพิ่มขึ้นอีก 1 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังเกิดการโจมตีในจอร์แดน แต่ราคายังคงต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล