‘นอท ลอตเตอรี่พลัส’ เปิดตัว ‘MUToday’ แอปสายมูสัญชาติไทย ครบทุกศาสตร์ดวง ตั้งเป้าใหญ่ไปบุกจีน

ถ้าบอกว่าคนไทยชอบมูมาก ก็คงไม่ผิดหรอก เพราะตอนนี้มีคนทำแอปที่รวบรวมศาสตร์การดูดวงหลายแบบมาไว้ในที่เดียวกันแล้ว

‘มูทูเดย์’ เปิดตัว ‘MUToday’ แอปพลิเคชันสายมูที่นำ AI มาทำงานร่วมกับองค์ความรู้ของ 7 หมอดูในไทย ทั้งฮวงจุ้ย ลายเซ็น ไพ่ทาโรต์ ไพ่โอราเคิล ศาสตร์ตะวันตก ตัวเลข โหงวเฮ้ง โหราศาสตร์สากล รวมถึงอัญมณีและหินมงคล โดยนำข้อมูลมาใช้วิเคราะห์ดวงแบบเฉพาะบุคคล

MUToday ยังวางแผนต่อยอดไปสู่คอมมูนิตี้และมาร์เกตเพลสสำหรับสินค้าและธุรกิจสายมู รวมถึงขยายตลาดไปต่างประเทศ โดยมี ‘จีน’ เป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญ

ไม่ใช่สายมู แต่ทำแอปเพราะเห็นโอกาสในตลาด

‘นอท-พันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร MUToday เล่าว่า เขาเห็นความเชื่อเรื่องการ ‘มู’ ขยายจากเรื่องของคนบางกลุ่มไปสู่ชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะบนโซเชียลมีเดีย แต่ตอนนั้นยังไม่มีแพลตฟอร์มที่คนจะนึกถึงทันทีเมื่อต้องการดูดวง หรือปรึกษาเรื่องสายมูผ่านออนไลน์

‘นอท’ ยอมรับว่าตัวเองไม่ใช่คนมู และไม่ได้ซื้อลอตเตอรี่ แต่เมื่อเห็นตลาดนี้เริ่มโตขึ้น เขาก็ลองจดโดเมน mutoday.com และตั้งทีมโปรแกรมเมอร์เล็กๆ ขึ้นมาพัฒนาโปรเจกต์

ช่วงแรกไม่ได้ราบรื่นนัก เพราะแอปดูดวงที่ทีมทำไว้ไม่ผ่านการตรวจสอบของ Apple และ Google ซึ่งมองว่าแอปอาจเกี่ยวข้องกับการพนัน ทีมจึงต้องลองผิดลองถูกและเปลี่ยนรูปแบบอยู่หลายครั้ง ถึงขั้นเคยทำฟังก์ชัน ‘ปล่อยปลา’ ไว้ในแอป กว่าจะพัฒนามาเป็น MUToday ในวันนี้ก็ใช้เวลาราว 3-4 ปี

จุดเปลี่ยนสำคัญคือการชวน ‘เม่น-จักรกฤษณ์ ตาฬวัฒน์’ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี MUToday เข้ามาร่วมทีม เพราะ ‘เม่น’ มีพื้นฐานด้านเทคโนโลยีและเคยเป็นอาจารย์ของ ‘นอท’ จากนั้น ‘เม่น’ ก็เข้าไปศึกษาเรื่องโหราศาสตร์และองค์ความรู้เบื้องหลังศาสตร์ต่างๆ ก่อนคิดต่อว่าจะทำอย่างไรให้ AI เรียนรู้และนำความรู้เหล่านี้มาใช้กับแพลตฟอร์มได้

AI อย่างเดียวไม่พอ จึงต้องมีหมอดูถึง 7 คน

‘เม่น’ เล่าว่า ช่วงแรกที่พัฒนาแพลตฟอร์ม เรื่องใหญ่ที่ทีมเจอคือ ‘ข้อมูล’ เพราะถ้าจะให้ AI สร้างคำทำนายตามหลักของแต่ละศาสตร์ได้ ก็ต้องมีองค์ความรู้จำนวนมากมาสอนระบบ

แต่เมื่อทดลองใช้งานจริงก็พบว่า ใช้ AI อย่างเดียวคงไม่พอ ต้องมีประสบการณ์ของหมอดูที่เชี่ยวชาญแต่ละศาสตร์เข้ามาช่วยด้วย MUToday เลยร่วมงานกับหมอดู 7 ท่าน ได้แก่

  1. ‘ซินแสเป็นหนึ่ง’ ด้านลายเซ็นและฮวงจุ้ย
  2. ‘Bird Eye View’ ด้านไพ่ออราเคิลและความรัก
  3. ‘พิมพ์ฟ้ามาโปรด’ ด้านลัคนาราศีและไพ่ทาโรต์
  4. ‘Coolkidsfortune’ ด้านศาสตร์ตะวันตก
  5. ‘BankTarot’ ด้านเลขมงคลและศาสตร์การเงิน
  6. ‘พี่หมอไอซ์’ ด้านโหงวเฮ้ง
  7. ‘พี่หมอบอม’ ด้านโหราศาสตร์สากล อัญมณี และหินมงคล

‘เม่น’ อธิบายว่า แนวทางของ MUToday ไม่ใช่การให้ AI ดึงความหมายจากตำราออกมาตอบแบบตรงๆ แต่ต้องฝึกให้ระบบเข้าใจวิธีคิดของแต่ละศาสตร์และแต่ละอาจารย์ เช่น การอ่านไพ่ทาโรต์ 3 ใบจะต้องตีความภาพรวมของไพ่ที่เปิดขึ้นมา ไม่ใช่แยกความหมายของแต่ละใบแล้วเอามารวมกัน

ทีมยังนำแนวคิดนี้มาใช้กับฟีเจอร์อื่น เช่น การวิเคราะห์โหงวเฮ้งผ่านภาพถ่าย การตั้งชื่อมงคล ทะเบียนรถ และการทำนายตามหลักโหราศาสตร์ไทย

หนึ่งในฟีเจอร์เด่นของ MUToday คือ ‘วอลเปเปอร์มงคล’ ซึ่งไม่ได้ใช้ภาพเดียวกันกับทุกคน แต่สร้างจากข้อมูลอย่างวัน เดือน ปีเกิด และเวลาตกฟาก โดยใช้ข้อมูลและองค์ความรู้ของมาสเตอร์แต่ละคน ทำให้ผู้ใช้แต่ละรายได้วอลเปเปอร์ที่ออกแบบตามข้อมูลของตัวเอง

คนรุ่นใหม่ชอบมูมาก โดยเฉพาะการมูผ่านมือถือ

แม้ MUToday จะวางกลุ่มเป้าหมายครอบคลุมทุกรุ่น แต่ ‘นอท’ บอกว่า บริษัทให้น้ำหนักกับคนรุ่นใหม่มากเป็นพิเศษ เพราะเห็นว่าการมูของคนกลุ่มนี้เข้ามาอยู่ในโลกดิจิทัลมากขึ้น ตั้งแต่การใช้วอลเปเปอร์มงคล การดาวน์โหลดแอป ไปจนถึงการหาคำตอบและกำลังใจผ่านมือถือ

‘นอท’ มองว่า วันนี้ ‘มู’ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การเดินทางไปหาหมอดูหรือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อีกต่อไป แต่กลายเป็นกิจกรรมที่เกิดขึ้นผ่านสมาร์ทโฟนได้ตลอดเวลา สิ่งที่ยังขาดคือแพลตฟอร์มที่รวบรวมบริการเหล่านี้มาไว้ในที่เดียว

ด้าน ‘ซินแสเป็นหนึ่ง วงษ์ภูดร’ หมอดูลายเซ็น ตัวเลข และฮวงจุ้ย ซึ่งอยู่ในวงการสายมูมาราว 40 ปี บอกว่า AI กำลังช่วยให้ผู้เชี่ยวชาญจากคนละยุคเข้ามาทำงานร่วมกันได้ โดยเฉพาะการนำองค์ความรู้ที่สะสมมานานเข้าสู่แพลตฟอร์มออนไลน์

เขายังมองว่า คำถามของคนแต่ละเจนเนอเรชันก็เปลี่ยนไปมาก คนรุ่นเก่าอาจถามเรื่องปัญหาชีวิตที่หนักและตรงไปตรงมา ขณะที่คนรุ่นใหม่มีคำถามที่ละเอียดและช่างสงสัยมากขึ้น แต่สุดท้าย การงาน การเงิน ความรัก สุขภาพ และโชคลาภ ก็ยังเป็นเรื่องที่คนทุกยุคต้องเจอ

ด้าน ‘นอท’ เสริมว่า เรื่องที่ผู้ใช้งานเข้ามาดูมากที่สุดคือ ‘ความรัก’ และ ‘ความสัมพันธ์’ ตามด้วย ‘โชคลาภ’ และ ‘การงาน’

เตรียมจัดเฟสติวัล-ทำมาร์เกตเพลสสำหรับสายมู

‘นอท’ มองว่า MUToday ไม่ควรเป็นแค่แอปดูดวง แต่ต้องเป็นแพลตฟอร์มที่รวมเทคโนโลยี โหราศาสตร์ หมอดู และผู้คนเข้าด้วยกัน ต่อไป MUToday จะมีทั้งคอมมูนิตี้ภายในแอป การจัดงาน ‘มู เฟสติวัล’ และการทำ ‘มู มาร์เกตเพลส’ สำหรับซื้อขายสินค้าในกลุ่มสายมู

ส่วนมาร์เกตเพลส MUToday จะเปิดให้ผู้ประกอบการเข้ามาลงทะเบียนเพื่อขายสินค้า โดยมีระบบคัดกรองผู้ขายเหมือนมาร์เกตเพลสทั่วไป และคาดว่าจะเปิดตัวในปีหน้า

ขณะเดียวกัน MUToday มองเห็นโอกาสจากตลาดต่างประเทศ โดย ‘นอท’ บอกตรงๆ ว่าอยากบุก ‘จีน’ และต้องการให้ MUToday เป็นแอปดูดวงสำหรับผู้ใช้ชาวจีน เพราะมองว่าตลาดมีขนาดใหญ่ และคนจีนซื้อเครื่องรางและสินค้าสายมูจากไทยอยู่แล้ว

‘นอท’ มองว่า หาก MUToday เข้าถึงตลาดจีนได้ ก็อาจช่วยเพิ่มช่องทางให้ผู้ประกอบการไทยที่ขายสินค้าเกี่ยวกับสายมูเข้าถึงลูกค้าจีนได้มากขึ้นด้วย

เปิดให้ใช้งานฟรี ถ้าอยากดูดวงแบบลึกๆ ก็จ่ายเงินเพิ่ม

ปัจจุบัน MUToday เปิดให้ใช้งานฟีเจอร์พื้นฐานได้ฟรี เช่น ดวงรายวัน พื้นดวงเบื้องต้น ไพ่ทาโรต์ 1 ใบต่อวัน บทสวดมนต์เสริมดวง และคอมมูนิตี้สายมู ส่วนฟีเจอร์เชิงลึก เช่น การวิเคราะห์เพิ่มเติมหรือการถามคำถาม จะใช้เหรียญในระบบ ผู้ใช้สามารถรับเหรียญจากการสมัครครั้งแรกและแคมเปญต่างๆ หรือซื้อเพิ่มผ่านแอปได้

อิฐ-ณภัทร รัตนปิณฑะ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด, นอท-พันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร, เม่น-จักรกฤษณ์ ตาฬวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี (ซ้ายไปขวา)

บริษัทระบุด้วยว่า ข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งานจะถูกเข้ารหัสและจัดเก็บบนเซิร์ฟเวอร์ที่มีระบบรักษาความปลอดภัย โดยไม่นำข้อมูลไปขายหรือแชร์กับบุคคลที่สาม และดำเนินการตาม PDPA

ในด้านคำทำนาย MUToday ระบุว่า ระบบจะอ้างอิงหลักการดั้งเดิมของแต่ละศาสตร์ ขณะที่ความแม่นยำอาจแตกต่างกันไปในแต่ละคน บริษัทบอกว่า จากการสอบถามผู้ใช้มากกว่า 80% มองว่าคำทำนายสอดคล้องกับสิ่งที่พบจริง

ทั้งนี้ ‘นอท’ ย้ำว่า เขาไม่อยากให้ MUToday ใช้คำทำนายเพื่อทำให้ผู้ใช้รู้สึกกลัวหรือบั่นทอนจิตใจ แต่อยากให้แพลตฟอร์มเป็นทั้งเพื่อน ผู้เชี่ยวชาญ และที่ปรึกษา

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา