พลพีร์เดือด ฉะผู้ว่าฯแปดริ้ว จับผับของผู้ใหญ่บ้านไปเป็นเดือน แต่ยังไม่ปลด ปล่อยรับเงินเดือนอีก

เมื่อวันที่ 12 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานถึงควันหลงระหว่างที่นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทยเดินทางลงพื้นที่เข้ามาดูสุสานยิวในพื้นที่ อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา เมื่อวานนี้ (11 กันยายน) โดยก่อนที่จะเดินทางไปประชุมสรุปและสั่งการต่อคณะเจ้าหน้าที่ที่เดินทางมา และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องยังภายในห้องประชุมบนที่ว่าการ อ.บางคล้า

โดยหลังการประชุมเรื่องเกี่ยวกับกรณีสุสานยิว ใน ต.เสม็ดใต้ แล้วเสร็จ ยังได้เอ่ยทวงถามถึงความคืบหน้ากรณีที่เคยบุกเข้ามาจับกุม ทลายร้านอาหารลักษณะคล้ายสถานบันเทิงกลางตัวเมืองฉะเชิงเทรา 90 บาร์&เรสเตอรองต์ ว่า ได้มีการดำเนินการกับผู้ใหญ่บ้านผู้เป็นเจ้าของอย่างไรบ้าง กับบางสาวฉัตรประอร นิยม ผู้ว่าราชการ จ.ฉะเชิงเทรา กลางที่ประชุม แต่ทางผู้ว่าฉะเชิงเทราไม่สามารถตอบคำถามได้อย่างชัดเจน แต่มีนายโกศล อินทรศร จ่าจังหวัดฉะเชิงเทรา ช่วยตอบคำถามให้

นายโกศล ระบุว่า ขณะนี้ ทางอำเภอเมืองฉะเชิงเทรา ได้รายงานผลของการสอบสวนเรื่องของการประพฤติตนไม่เหมาะสมของผู้ใหญ่บ้าน ที่เข้ามาแสดงตนเป็นเจ้าของร้านขึ้นมาแล้ว แต่ยังอยู่ระหว่างดำเนินการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดลงนาม หลังนายพลพีร์ ได้รับคำตอบจึงระบุว่า ตนได้เข้าไปจับพร้อมด้วยคณะทีมงานที่ร่วมมาในวันนี้ พบว่าไม่มีใบอนุญาตมียาเสพติด มีเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี โดยตนเข้าไปในเวลา 02.00 น.

Advertisement

นายพลพีร์ กล่าวต่อว่า จากนั้นมีผู้ใหญ่บ้านเดนเข้ามาหาบอกว่า “ผมเป็นเจ้าของ แล้วหุ้นกับตำรวจ” และเขาเป็นผู้ใหญ่บ้านจริง ฟังแค่นี้คิดว่าผิดหรือไม่ คำถามคือว่ายังคงปล่อยให้รับเงินเดือนอยู่อีกเดือนหรือ ขอให้เข้าใจตนด้วย ในวันรุ่งขึ้นมันต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่แล้ว จะตั้งกรรมการสอบก็ตั้งไปแล้วแต่ตั้ง 1 เดือนกับคนเลวๆ แล้วยังมาให้รับเงินเดือน อย่างนี้มันก็คงไม่ใช่เพราะว่าเรื่องนี้ผมจริงจัง ไม่อย่างนั้นจะวิ่งออกไปจับทำไมทั่วประเทศ เพราะทำผิดกฎหมายแล้วสุดท้ายตนต้องมารอทางจังหวัดตั้งกรรมการสอบ

“ความจริงแล้ววันนี้มันทะลุ 1 เดือนมาแล้วนะ ทำไมวันรุ่งขึ้น 5 เสือตำรวจถึงโดนได้ แต่ทำไมผ่านมา 30-40 วัน ฝ่ายกระทรวงมหาดไทยก็แปะๆ อยู่อย่างนี้ “ไม่ได้ท่านผู้ว่า อย่างนี้ผมไม่ยอม” รวมถึงที่ จ.นครปฐม ด้วย ของตำรวจเขาวันรุ่งขึ้นก็ไปเลย แต่ของเรา 40 วันแถมยังรับเงินเดือนอีกได้เข้าร่วมประชุมอำเภออีก พร้อมกับได้หันหน้าไปถามยังนายวิรุฬห์ สิทธิวงศ์ รองอธิบดีกรมการปกครองว่า อย่างนี้ต้องสอบจังหวัดด้วยหรือไม่ ขอฝากให้เป็นข้อคิดกับทุกหน่วยงาน อย่างนี้มันไม่ได้ด้วยความเคารพ ทำให้บรรยากาศภายในห้องประชุมในเวลานั้นถึงกับนิ่งเงียบสนิทในทันที จนปิดการประชุม”