สื่อจีนมองผู้นำเทคฯเรียกร้องให้ชะลอพัฒนา AI เป็นเพียงกลยุทธ์ ‘สงครามเย็น’ สกัดการพัฒนาของจีน

สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานเมื่อวันที่ 14 กันยายน ว่า จากกรณีที่ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของบริษัท แอนโทรปิก บริษัทผู้ผลิตและพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) เขียนบทความออกมาเรียกร้องให้ชะลอการพัฒนาเอไอ ที่ดูเหมือนเป็นข้อเสนอที่มีเหตุผล โดยมุ่งเน้นไปที่ความเสี่ยงด้านความปลอดภัย และมีหลายบริษัทเอไอที่เห็นด้วยกับเรื่องดังกล่าว แต่ล่าสุด หนังสือพิมพ์ โกลบอล ไทม์ส ที่ได้รับการหนุนหลังจากรัฐบาลจีน ได้เขียนบทบรรณาธิการ แสดงความไม่เห็นด้วย และว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเพียงกลยุทธ์แบบ “สงครามเย็น” เท่านั้น

ทั้งนี้ ข้อเสนอเรื่องการชะลอการพัฒนาเอไอ ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 12 กันยายน และต่อมา ได้รับการสนับสนุนจาก แซม อัลต์แมน ซีอีโอ ของบริษัท โอเพน เอไอ และอีลอน มัสก์ ผู้ก่อตั้งสเปซเอ็กซ์ นั้น ดาริโอ อโมดี ได้นำเสนอกรอบแนวทางการเพื่อควบคุมจังหวะการพัฒนาขีดความสามารถของโมเดลเอไอขั้นสูงและสร้างเวลาเพิ่มเติมในการจัดการกับความเสี่ยงด้านความปลอดภัยที่เพิ่มสูงขึ้น

อโมดี ยังได้เรียกร้องให้สหรัฐอเมริกา เพิ่มความเข้มงวดเรื่องการควบคุมการส่งออกชิปไปยังประเทศจีน และจัดการกับสิ่งที่ถูกกล่าวหาว่า เป็นการทำ Model Distillation (การถ่ายทอดความรู้จากโมเดลเอไอขนาดใหญ่ไปสู่โมเดลขนาดเล็ก) โดยห้องปฏิบัติการเอไอของจีน หลังจากนั้น อโมดี ได้บอกกับ ซีบีเอส นิวส์ เมื่อวันที่ 13 กันยายนว่า ภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกที่ยากที่สุด เกี่ยวกับข้อเสนอให้ชะลอความก้าวหน้าของเอไอ คือกรณีที่ จีนหรือประเทศที่เป็นปฏิปักษ์อื่นๆ เลือกที่จะไม่ทำตามแนวทางเดียวกัน

โดยโกลบอลไทม์ส ระบุว่า วาระที่แท้จริงของบทความของ อโมดี คือความพยายามที่จะสกัดกั้นการพัฒนาเอไอของจีน ผ่านอุปสรรคทางเทคโนโลยีและการผูกขาดด้านกฎระเบียบ เพื่อรักษาอำนาจแบบผูกขาดของวอชิงตันในด้านเทคโนโลยีล้ำสมัย และกีดกันจีนออกจากระบบธรรมาภิบาลเอไอระดับโลก

Advertisement

โกลบอลไทม์ส ระบุด้วยว่า “สงครามเย็นด้านเอไอแบบเงียบๆนี้ เป็นเรื่องที่ย้อนแย้งและขาดวิสัยทัศน์” และว่า การกีดกันจีนออกจากนวัตกรรมเอไอระดับโลกจะเพิ่มต้นทุนจากการลองผิดลองถูกและความเสี่ยงที่จะสูญเสียการควบคุมในการพัฒนาเอไอทั่วโลกอย่างมีนัยสำคัญ

ทั้งนี้ บรรดานักการเมืองสหรัฐ ได้เรียกร้องให้มีการกำหนดกฎเกณฑ์ใหม่ เพื่อกำกับดูแลระบบเอไอ หลังจากมีคำเตือนที่น่ากังวลจากนักวิจัย 2 คนของแอนโทรปิก ว่า เอไอ ที่ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว อาจนำไปสู่การสูญพันธุ์ของมนุษยชาติในอนาคตอันใกล้นี้

ขณะที่ เมื่อวันที่ 13 กันยายนที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ ได้ปัดตกข้อเรียกร้องให้ชะลอการพัฒนาเอไอ โดยบอกว่า มีกลุ่มอิทธิพลในทางลบอย่างยิ่ง กำลังสร้างความกังวลที่เกินจริง โดยทรัมป์ กล่าวว่า “เรากำลังนำหน้าจีนในด้านเอไอ เราเป็นประเทศที่มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสูงสุดในโลก และพูดตามตรง ผมต้องการรักษาความเป็นผู้นำนั้นไว้ เพราะใครก็ตามที่ชนะในศึก เอไอ ก็คือ ผู้ชนะในภาพรวม”

ขณะที่นาย กั๋ว เจียคุน โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีน ตอบคำถามผู้สื่อข่าว กรณีข้อเรียกร้องของผู้นำด้านเทคโนโลยีในสหรัฐ ที่ต้องการให้ชะลอการพัฒนาเอไอ ว่า ขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายส่งเสริมแนวทางที่เปิดกว้าง ครอบคลุมและสร้างสรรค์เชิงบวกต่อเอไอ และว่า “การก่อให้เกิดภัยคุกคามรูปแบบต่างๆ การเผชิญหน้าและการแข่งขันที่มุ่งร้าย มีแต่จะส่งผลกระทบในทางลบต่อกระบวนการกำกับดูแลด้านปัญญาประดิษฐ์ในระดับโลก และไม่เป็นผลดีต่อฝ่ายใดทั้งสิ้น”

ขณะที่แหล่งข่าว เปิดเผยว่า สหรัฐและจีนมีแผนที่จะหารือกันเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของเทคโนโลยีเอไอขั้นสูง ในช่วงกลางเดือนกันยายน และประเด็นดังกล่าวอาจถูกหยิบยกขึ้นมาหารือ ระหว่างการประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ในวันที่ 24 กันยายนนี้