
เปิดมติ กกต. พิจารณาฮั้ว สว. 26 สว.ถูกฟ้องด้วยเสียง 4ต่อ3 ส่วน กก.บห.- สส.ภูมิใจไทย รอดด้วยมติ 5 ต่อ 2
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติส่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาในคดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) จำนวน 77 คนนั้น มีรายงานว่า ผลการลงมติผู้ถูกกล่าวหาเป็นรายบุคคลทั้ง 427 คน ใน 7 ข้อกล่าวหานั้น เสียง กกต. ที่ลงมติส่วนใหญ่เป็นเสียงข้างมากทั้งสิ้น โดยมีทั้ง 4 ต่อ 3, 5 ต่อ 2, 6 ต่อ 1 และมีเพียงไม่กี่รายที่เป็นมติเอกฉันท์
โดยในกรณีที่ กกต. มีมติสั่งฟ้อง สว.จำนวน 26 ราย ในข้อกล่าวหาที่ 3-7 คือการฝ่าฝืนระเบียบการแนะนำตัวของผู้สมัคร ไปจนถึงการให้หรือสัญญาจะให้ทรัพย์สินเพื่อจูงใจการลงคะแนน การจัดเลี้ยง การเรียกรับตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสว. พ.ศ.2560 มาตรา 77 (1)(3)
นอกจากนี้ ยังมีข้อกล่าวหาเรียกรับหรือยอมรับผลประโยชน์เพื่อแลกกับการสมัคร สว. ตามมาตรา 79 และผู้มีสิทธิเลือกเรียกรับผลประโยชน์เพื่อแลกกับการลงคะแนน ตามมาตรา 81 นั้นเป็นมติเสียงข้างมาก 4 ต่อ 3 เสียง
ขณะที่ในข้อกล่าวหาที่ 1 และ 2 ที่เป็นความผิดตามพ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสว. 2560 มาตรา 76 วรรคหนึ่ง และวรรคสอง ที่กำหนดห้ามกรรมการบริหารพรรคการเมืองหรือผู้ดำรงตำแหน่งอื่นใดในพรรคการเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองช่วยเหลือให้ผู้สมัครผู้ใดได้รับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา หรือทำให้ผู้สมัครผู้ใดไม่ได้รับเลือก” และผู้สมัครยินยอมให้พรรคการเมืองสนับสนุน ซึ่งมีกรรมการบริหารพรรค สส. และผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพรรคภูมิใจไทยถูกร้องรวม 21 ราย และ กกต.มีมติไม่สั่งฟ้องทั้งหมดนั้นก็เป็นเสียงข้างมาก 5 ต่อ 2 เสียง โดยสองเสียงข้างน้อยคือ นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ และนายชาย นครชัย
ส่วนที่ กกต.มีมติเป็นเอกฉันท์ อาทิ ในรายของนายสรชาติ วิชย สุวรรณพรหม กลุ่มที่ 13 (วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การสื่อสาร การสร้างสรรค์นวัตกรรม) จังหวัดหนองบัวลำภู ซึ่งตามสำนวนของคณะที่ 26 พบหลักฐานเส้นทางการเงินและแชทไลน์กับนายสุบิน ศักดา ซึ่งอยู่ในกลุ่มบุคคลอื่น โดยนายสุบินเป็นผู้ช่วยสส.ของนายพิชัย ชมภูพล สส.สุราษฎร์ธานี พรรคภูมิใจไทย ที่พบหลักฐานเส้นทางการโอนเงินให้กับนายวรพจน์ ตั้งพันธุ์เพียร น.ส.นิสิตา หมั่นไชย ซึ่งก็ถูก กกต.สั่งฟ้องด้วย




