ไชยชนก แจงกมธ.ปูดสินบน 40 ล้าน ไม่รู้คนเสนอมีตัวตนจริงไหม แค่โกแพเตือนมา

เมื่อวันที่ 17 กันยายน ที่รัฐสภา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี) เดินทางมาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร กรณีที่มีคนเสนอสินบน 40 ล้านบาท จากการปราบปรามเว็บพนันออนไลน์ จากเดิมตอนแรกมอบหมายให้ปลัดกระทรวงดีอี มาเป็นผู้ชี้แจงแทน

จากนั้น นายไชยชนกให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้าชี้แจงกับ กมธ.กฎหมายฯ ว่า ตอนนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการอยู่แล้ว เราได้มอบข้อมูลและแจ้งไปตั้งแต่ปีที่แล้วใน กมธ.ของนายรังสิมันต์ โรม ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ที่มีการขอข้อมูลเรื่องการดำเนินการของทางกระทรวงในการปิดเว็บพนันต่างๆ ซึ่งตนก็ยินดีที่จะส่งข้อมูลเพิ่ม ตั้งแต่ได้ปฎิบัติหน้าที่มาในรัฐบาลที่แล้วจนถึงรัฐบาลนี้ เรามีการยกระดับหลายอย่างที่นำมาซึ่งการปิดเว็บพนันได้มากมาย เกินล้าน URL ยืนยันว่าทุกหน่วยงานดำเนินการอย่างเต็มที่

เมื่อถามว่ามีการเอาผิดกับคนเสนอสินบนอย่างไร นายไชยชนก กล่าวว่า เข้าใจว่าทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีการหาแนวทางที่จะเข้าถึงตัว บุคคลที่ถูกกล่าวหา ก็รอดูว่าจะมีการดำเนินการแบบไหนต่อได้

เมื่อถามว่าบุคคลที่เสนอเงิน 40 ล้านบาทมีตัวตนจริงหรือไม่ นายไชยชนก ยืนยันว่าข่าวสารที่มาถึงตนตอนนั้น จริงๆเป็นการเตือนโดย นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย แต่ตอนนั้นยังไม่ได้เป็นรัฐมนตรี

Advertisement

“โดยบอกว่า พี่ระวังเรื่องพวกนี้นะ เพราะเขามีการพูดถึงเรื่องนี้อยู่ ผมรู้ว่าพี่ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว เลยเป็นเหตุที่ผมขึ้นมาและพูดว่ามีการสั่งการให้ปลัดตั้งคณะกรรมการตรวจสอบภายในกระทรวงก่อน ว่าที่ผ่านมามีการกระทำแบบนี้ในกระทรวงหรือไม่ ทำไมถึงกล้าที่จะหาแนวทางเข้าถึงตัวของผมในรูปแบบนี้ เพื่อตัดปัญหาและแสดงจุดยืนที่ชัดเจนก็เลยขึ้นไปพูดกลางสภา ผมปฏิเสธและไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องแบบนี้ และก็ดำเนินการตามข้อเท็จจริงอย่างเต็มที่” นายไชยชนก กล่าว

นายไชยชนก กล่าวต่อว่า หลังจากนั้นมีพลเมืองดีมอบบัตรสนเท่ห์ มาให้ตนตอนที่ลงพื้นที่เพราะเขาเชื่อว่ามีความเกี่ยวข้องกับกรณีนี้ จึงนำเรื่องนี้มอบให้ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการต่อจนนำมาซึ่งการขยายผล

เมื่อถามว่าวันนี้มีประเด็นไหนที่กมธ.การกฎหมายฯ ติดใจอยู่หรือไม่ นายไชยชนก กล่าวว่า เบื้องต้นคิดว่าไม่มี ท่านประธานได้มีการสอบถามว่า มีอะไรที่ตนจะดำเนินการเพิ่มเติมในเรื่องนี้หรือไม่ ตนก็บอกว่าตอนนี้ปัจจุบันมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายหน่วยงานกำลังดำเนินการอยู่ เรื่องทุกอย่างก็อยู่ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ถ้าหากหน่วยงานคิดว่ามีสิ่งที่ที่ตนสามารถส่งเสริมเพิ่มเติมได้ตนก็พร้อมสนับสนุนทุกเรื่อง ซึ่งที่ผ่านมาได้ส่งหลักฐานที่ตนมีไปให้ทั้งหมด คือการที่มาบอกให้ตนรู้ก่อนที่จะขึ้นบัลลังก์ และก็ข้อมูลเรื่องบัตรสนเท่ห์ที่ตามมา

เมื่อถามว่ามีการสืบสวนแล้วหรือไม่ว่าผู้ที่มาติดสินบนมีความเชื่อมโยงกับเว็บพนันเครือข่ายใด นายไชยชนก กล่าวว่า ตนคิดว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการดำเนินการอย่างเต็มที่ แต่ในส่วนของตัวเองในฐานะที่เป็นเจ้ากระทรวง เราได้ดำเนินการมาเยอะมากจากที่นายกรัฐมนตรีได้ประกาศให้เรื่องนี้เป็นวาระแห่งชาติ เราทำทุกช่องทางและลดเรื่องสแกมเมอร์มากว่า 50 % ซึ่งได้มีการปิดเว็บพนันถี่และเยอะมาก กว่าในช่วงเวลาก่อนหน้านี้ ทำเต็มที่ไม่ว่าจะเกี่ยวข้องหรือไม่เกี่ยวข้อง

เมื่อถามว่าได้สอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือไม่ว่าทำไมเรื่องนี้ถึงล่าช้า นายไชยชนก กล่าวว่า ตนไม่ได้ก้าวก่ายการปฎิบัติหน้าที่ ของตำรวจหรือกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSl) คิดว่าเท่าที่ตนได้เห็นทุกคนก็ดำเนินการเต็มที่ตามพยานหลักฐานที่มี และตามอำนาจหน้าที่ที่มี

เมื่อถามย้ำว่าบุคคลที่มีการติดสินบนนี้มีตัวตนจริงๆใช่หรือไม่ นายไชยชนก กล่าวว่า ตนคิดว่าไม่แน่ใจ ซึ่งก็ต้องมีมูล เพราะคนที่ถูกซักถามต่อไปไม่น่าดูมีศักยภาพในการทำเว็บพนัน เพราะฉะนั้นตนคิดว่าต้องมาจากคนอื่นแน่ๆ

“ไม่มีใครกล้าที่จะมาเสนอกับผมแล้ว หลังจากผมประกาศไปเขารู้อยู่แล้วว่าผมเป็นคนไม่รับเรื่องพวกนี้ และก็ไม่ยุ่งกับเรื่องพวกนี้ ผมว่าก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่เป็นปัจจัยสำคัญ ที่ทำให้การดำเนินการของหน่วยงานที่อยู่ภายใต้การกำกับปฏิบัติหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นมาก จากก่อนที่ผมได้เข้ามาปฎิบัติหน้าที่” นายไชยชนก กล่าว

ด้านนายวรศิษฎ์ เปิดเผยภายหลังเข้าชี้แจงต่อกมธ. ว่า สามารถยืนยันข้อเท็จจริงได้ทั้งหมดว่าข้อมูลมาอย่างไร ซึ่งได้แจ้งให้กมธ.ได้รับทราบ

เมื่อถามว่ากรณีสินบน 40 ล้านบาท มีข้อเท็จจริงอย่างไร นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า เราได้รับข้อมูลมา ก็นำเรื่องแจ้งให้กับคนที่เกี่ยวข้อง เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่สิ่งที่ต้องมาคุยกับเราอยู่แล้ว เพราะผิดกฎหมาย ดังนั้น ต้องแจ้งให้มีการดำเนินคดีทางกฎหมาย ยืนยันว่าข้อเท็จจริงมีแค่นั้น ซึ่งตนตั้งใจจะมาชี้แจงกับทางกรรมาธิการทุกครั้งจะได้สิ้นข้อสงสัย และยินดีให้ความร่วมมือเพราะเราไม่มีอะไรปิดบัง