ขัง+จองจำ ‘กีฬาสนุกเกอร์’ อยู่ใน พรบ.การพนัน ตลอดไปห้ามหลุดพ้น เพราะสาเหตุ ‘ส่วย’ หาย! 

“บิ๊ก สระบุรี” อรรถสิทธิ์ มหิทธิ อดีตนักสนุกเกอร์ทีมชาติไทย เจ้าของแชมป์สมัครเล่นโลก ปี 2550 และผู้บรรยายกีฬาสอยคิวชื่อดังของไทย ได้ออกมาโพสต์ข้อความ เกี่ยวกับวงการสนุกเกอร์ของไทย ที่ทุกฝ่ายต่างภาวนาให้ได้รับการปลดล็อกออกจาก พรบ.การพนัน พ.ศ.2478 โดยระบุว่า…..

สุดเสียดาย…ถูกตัดตอนตั้งแต่เริ่มต้น

การปลดล็อก พรบ.การพนัน “สนุกเกอร์” ไม่ได้ไปต่อ

Advertisement

“เพราะนายกรัฐมนตรีไม่รับรองร่างกฎหมาย”

ผม เพื่อนนักกีฬา และสมาคมกีฬาบิลเลียดแห่งประเทศไทย ได้ยื่นหนังสือต่อ สส.นนท์ ไพศาลลิ้มเจริญกิจ เพื่อผลักดันการแก้ไขปัญหาที่คนในวงการสนุกเกอร์ต้องเผชิญมาอย่างยาวนาน จนเกิดความร่วมมือกับ สส. ในการจัดทำร่างแก้ไข พรบ.การพนัน พ.ศ.2478 เพื่อถอดสนุกเกอร์ออกจากบัญชีการพนัน และยื่นต่อสภาเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569

ล่าสุด ร่างกฎหมายถูกวินิจฉัยว่าเป็นร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงิน จึงต้องให้นายกรัฐมนตรีรับรองตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 134

และได้มีหนังสือจากสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ 8 สิงหาคม 2569 แจ้งว่า นายกรัฐมนตรีมีบัญชา

“ไม่รับรองร่างดังกล่าว”

ผมจึงอยากพูดอย่างตรงไปตรงมาว่า “นี่ไม่ใช่เรื่องของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่คืออนาคตของกีฬา และนักกีฬาไทย”

ถ้าสนุกเกอร์ไทย มีศักยภาพในระดับโลก มีนักกีฬาสร้างชื่อเสียงให้ประเทศ แล้วอะไรคือเหตุผลที่ทำให้ประเทศไทย ยังไม่สามารถปลดล็อกกีฬา “สนุกเกอร์” ให้ถูกต้องตามกฎหมายได้?

เหตุใดนายกรัฐมนตรีไม่รับรองร่างกฎหมายนี้?

ขณะที่ สส.นนท์ ไพศาลลิ้มเจริญกิจ ได้โพสต์ข้อความว่า…..น่าเสียดายครับ วันนี้การปลดล็อก “สนุกเกอร์” ต้องหยุด เพราะนายกรัฐมนตรี ไม่รับรอง

รายงานข่าวแจ้งว่า สาเหตุใหญ่ที่สำคัญที่ทำให้การถอดคำว่า “สนุกเกอร์” ออกจาก พรบ.การพนัน ทำไม่สำเร็จในช่วงที่ผ่านมานั้น ยอมรับตามตรงว่าเป็นเรื่องของผลประโยชน์แอบแฝง เจ้าหน้ารัฐมีเอี่ยวกับ “ส่วย” ตามโต๊ะสนุกเกอร์ต่างๆ ทั่วประเทศ โดยแต่ละแห่งที่สามารถเปิดให้บริการได้นั้น จะต้องจ่ายรายเดือนให้เจ้าหน้าที่รัฐดังกล่าว อัตรามาตรฐานที่ถูกกำหนดไว้คือ โต๊ะละ 500 บาทต่อเดือน ถ้าหากเปิดให้บริการ 10 โต๊ะ ก็ต้องจ่าย 5,000 บาทต่อเดือน นอกจากนี้ยังมีเรื่องของใบอนุญาตที่จะขอเปิดให้บริการนั้น ระบุไว้ชัดเจนว่า 1 ใบอนุญาตสามารถตั้งได้ 5 โต๊ะ ถ้าจะเปิด 10 โต๊ะต้องขอใบอนุญาต 2 ใบ ขณะเดียวกันยังมีเรื่องของพนักงานตั้งลูก (มาร์กกี้-มาร์กเกอร์) ที่ส่วนใหญ่เป็นแรงงานต่างด้าวที่มาทำงาน เหล่านี้ล้วนเป็นผลประโยชน์ที่เจ้าหน้าที่รัฐดังกล่าวได้รับ จึงถูกขัดขวางมาตลอดไม่สามารถถอดคำว่า “สนุกเกอร์” ออกจาก พรบ.การพนันได้