เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 19 กันยายน ที่โรงแรมเมอร์เคียว เกาะช้าง ไฮด์อเวย์ อ.เกาะช้าง จ.ตรา สำนักงานเลขาวุฒิสภา จัดโครงการวุฒิสภาพบสื่อมวลชนสัญจร เป็นวันที่ 2 ในช่วงเช้ามีการเสวนาหัวข้อ “เส้นทางบนเกาะกูดสู่ความมั่นคงตามแนวชายแดน” โดยวิทยากรคือนายพิศูจน์ รัตนาวงศ์ ส.ว. ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวและกีฬา ของวุฒิสภา และประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน ภาคตะวันออก ผู้บังคับการกรมรักษาฝั่งที่ 1 หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง กองทัพเรือ และนาวาตรี ทศพล พงศ์ไพศาลศรี ผู้บังคับหน่วยปฏิบัติการเกาะกูด
โดยนายพิศูจน์ กล่าวว่า คณะกรรมการฯ ภาคตะวันออกรับผิดชอบหลายจังหวัดในภาคตะวันออก แต่ในส่วนของจังหวัดตราด ทางคณะกรรมการฯ ได้ลงพื้นที่ที่เกาะกูดพบว่าทางกองทัพมีปัญหาเรื่องเส้นทางส่งกำลังบำรุงที่ยากลำบาก โดยเฉพาะช่วงมรสุมเจ้าหน้าที่จะต้องเดินรัดป่า เพราะตามปกติจะใช้เรือในการขนส่งและสัญจร แต่หากคลื่นลมแรงจะไม่สามารถเทียบเรือได้ แต่ล่าสุด ทางสมาชิกวุฒิสภาได้ประสานงานต่าง ๆ จนกรมทางหลวงชนบท จัดทำถนนระยะ 5 กิโลเมตร อนุม้ติงบประมาณ 112 ล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น คาดว่าโครงการนี้จะแล้วเสร็จในปี 2571 ทั้งนี้ เมื่อถนนสร้างเรียบร้อยแล้ว ทางส.ว.จะช่วยสนับสนุนประสานงานด้านไฟฟ้า

ด้านนาวาเอกรุ่งโรจน์ กล่าวว่า เมื่อทราบว่าโครงการสร้างถนนที่เกาะกูดได้รับการจัดสรรงบประมาณ ก็รู้สึกปลื้มใจ ดีใจ ล่าสุดได้มีการสำรวจพื้นที่ตามเส้นทางเรียบร้อย เพื่อจะวางแผนการก่อสร้างตามที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ การมีถนนจะช่วยทุนแรงในการขนอุปกรณ์เป็นอย่างมาก เมื่อปืนใหญ่ได้ขึ้นไปตั้งอยู่ด้านบน ระยะปืนใหญ่ไทยจะถึงฝั่งตรงข้ามอย่างแน่นอน ซึ่งจะช่วยในการป้องปรามได้
นาวาเอกรุ่งโรจน์ กล่าวต่อว่า ภายหลังเหตุการณ์ปะทะ ทหารไทยเตรียมความพร้อมและมีแผนรองรับไว้กับทุกสถานการณ์ ทั้งระบบตรวจการกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน อาทิ เผชิญโดรนติดระเบิด เป็นต้น นอกจากนี้ ทางทหารยังได้รับงบประมาณในการทำบังเกอร์เพื่อความปลอดภัยอีกด้วย เป็นการสร้างเสริมขวัญกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงาน แต่ก็ยังอยากให้ทางวุฒิสภาช่วยประสานงานเกี่ยวกับเรื่องไฟฟ้าด้วย เนื่องจากปัจจุบันยังใช้ระบบปั่นไฟอยู่
ขณะที่นาวาตรีทศพล กล่าวว่า ตนรู้สึกดีใจเช่นกันที่ทราบว่าสมาชิกวุฒิสภาผลักดันให้มีถนนเส้นดังกล่าว เพราะเวลาไปปฏิบัตงานอีกฝั่งก็ต้องใช้เรือ ซึ่งบางวันออกเรือได้ แต่บางวันก็ออกเรือไม่ได้ ดังนั้น การได้ถนนมาจะทำให้มีขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงานได้เต็มที่ ไม่ต้องกังวลในการทำงานอีกฝั่ง นอกจากนี้ ยังมีประโยชน์ในการออกไปซื้อเครื่องอุปโภคบริโภคของกำลังพล ที่สำคัญ จะทำให้การส่งผู้บาดเจ็บไปยังโรงพยาบาลได้อย่างทันท่วงที โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืนที่จะเป็นการปิดตาย

จากนั้นได้เปิดให้มีการสอบถามเพิ่มเติม โดยน.ส.รัชนีกร ทองทิพย์ ส.ว. สอบถามว่า ที่ผ่านมามีความเป็นห่วงเรื่องความขัดแย้งระหว่างประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน หากมีถนนเส้นนี้เพิ่มขึ้นมาจะช่วยรักษาอธิปไตยไทย ได้อย่างไรบ้าง
นาวาเอกรุ่งโรจน์ กล่าวว่า ความจริงความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศก็ดีมาตลอด มีการไปมาหาสู่ในกรอบพื้นที่จังหวัดจันทบุรี และจังหวัดตราดทั้งการทานอาหารและเล่นกีฬา จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ เขาได้รับคำสั่งจากหน่วยเหนือ และเราในฐานะผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ก็ต้องป้องกัน สำหรับในส่วนของเกาะกูด ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ก็ปกติดี และเมื่อเกิดเหตุการณ์เขาก็เข้ามา ซึ่งคนที่ปฏิบัติการในพื้นที่ต้องทำหน้าที่ปกป้องการเข้ามาทั้งการบินโดรน ซึ่งมีการเตรียมทั้งคนและยุทโธปกรณ์ในการป้องกัน สำหรับถนนเส้นนี้หากได้มาสิ่งที่จะทำให้เพิ่มขีดความสามารถเช่น การนำปืนใหญ่ขึ้นไปตั้งจะสามารถป้องกันและป้องปรามเขาได้
“ความจริงเราไม่ได้อยากไปรบกับเพื่อนบ้าน ซึ่งประเทศไทยเป็นประเทศที่ชอบอยู่นิ่ง ๆ ไม่ได้อยากไปทะเลาะกับใคร แต่เมื่อเขาเข้ามา เราต้องสวนกลับ ซึ่งเป็นเรื่องปกติ หากเขารังแกเราก็ต้องสู้กลับ” นาวาเอกรุ่งโรจน์ กล่าว

นาวาเอกรุ่งโรจน์ กล่าวต่อว่า ส่วนปัจจุบันยังมีการเฝ้าระวังและเตรียมการณ์ เมื่อเดือนที่แล้วตนได้เดินทางไปที่บ้านท่าเส้น บ้านหนองรี บ้านสามหลัง เพื่อไปดูพื้นที่ว่าเราจะป้องปราม หรือจะวางอาวุธของเราอย่างไร จะทำอย่างไรเพื่อให้พื้นที่ตามแนวชายแดนที่เราดูแลอยู่เกิดความเรียบร้อย ทั้งนี้ กองทัพเรือไม่ว่าจะเป็นทหารประเภทใดต่างมีความพร้อมอธิปไตยของไทย หากถนนเส้นนี้เสร็จสิ้น เราจะมีการเตรียมการณ์ต่อไปเพื่อรองรับถนนเส้นนี้ เช่น ตนจะลงพื้นที่เพื่อไปดูว่าจุดไหนสามารถวางปืนใหญ่ได้เพื่อป้องปรามสิ่งที่เขาคิดจะทำกับเรา ซึ่งถือเป็นประโยชน์ของถนนเส้นนี้
นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ ส.ว. สอบถามว่า หลังจากเกิดความขัดแย้งครั้งที่ผ่านมา ทางประเทศเพื่อนบ้านเตรียมการอะไรเพิ่มเติม หรือไม่หรือมีแนวโน้มจะปะทุกันอีกรอบหนึ่งหรือไม่
นาวาเอกรุ่งโรจน์ ชี้แจงว่า จากการตามข่าวและลงพื้นที่บ้านท่าเส้น บ้านหนองรี และบ้านชำราก ตัวเราเอง การเติมกำลังของเราเองค่อนข้างดีขึ้นมีการเตรียมการเรื่องต่าง ๆ เยอะมาก ขณะที่ฝ่ายตรงข้ามเขาก็ทำยังดำเนินการป้องกันซึ่งเขาทำเราก็ทำ ส่วนจะปะทุอีกหรือไม่ตนตอบได้ยาก เพราะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างแต่อย่างไรก็ตามเรามีความพร้อมที่จะดำเนินการโต้กลับในสิ่งที่เขาจะกระทำกับเรา
“ถ้าถามว่ามีโอกาสหรือไม่ ในฐานะมุมมองนักการทหาร หรือว่าทหารที่อยู่ในพื้นที่ก็ถามว่ามันก็ต้องมีโอกาสเพราะที่ผ่านมาเขาค่อนข้างสูญเสียเยอะ ในเวทีการเมืองของประเทศเขาเองก็อาจติดลบค่อนข้างเยอะ อันนึงสิ่งที่เชื่อได้ว่า ณ เวลานี้น่าจะเป็นการระดม หรือว่าเสริมเขี้ยวเล็บของเขา เมื่อวันใดวันหนึ่งเหตุการณ์ประจบเหมาะเขาก็อาจจะฮึดขึ้นมาอีกรอบหนึ่ง ซึ่งถ้าเราเตรียมอยู่มีความพร้อมอยู่ ผมเชื่อว่าในความคิดส่วนตัวเขายังไม่กล้าทำอะไร แต่ถ้าเกิดวันใดวันหนึ่งเราผ่อนเขาอาจจะกลับมา” นาวาเอกรุ่งโรจน์ กล่าว

นาวาเอกรุ่งโรจน์ กล่าวต่อว่า ยืนยันว่าทหารทุกเหล่าทัพมีความพร้อม ในส่วนของกองทัพเรือเองก็มีความพร้อม ซึ่งเราเตรียมเฝ้าระวังตลอดเวลา ในภาพของความมั่นคง ทหารที่อยู่ตามแนวชายแดนค่อนข้างมีความพร้อมในการโต้กลับ
นาวาเอกรุ่งโรจน์ กล่าวอีกว่า ส่วนความคืบหน้าเรื่องเขื่อนดักตะกอนของทางฝั่งกัมพูชาที่จะส่งผลกระทบถึงฝั่งไทยนั้น การประท้วงของเรามีตลอด แต่ว่าระดับกองทัพเมื่อประท้วงไปแล้ว ก็ต้องไปสู่ระดับนโยบายที่สูงขึ้นไป
“ต้องขอถามว่าท่านเข้าใจคำว่าเขมรหรือไม่ เขาไม่สนใจ เราประท้วงอย่างไรเขาไม่เคยสนใจ เอาง่าย ๆ เขายอมรับหรือไม่ ว่าเขาวางทุ่นระเบิดสังหารบุคคล เขาไม่เคยยอมรับ เขาบอกเป็นทุ่นระเบิดเก่า อันนี้คำว่าเขมร” นาวาเอกรุ่งโรจน์ กล่าว
นาวาเอกรุ่งโรจน์ กล่าวต่อว่า การเกิดการปะทะครั้งที่ผ่านมา เราได้ดำเนินการใหม่ระยะทางที่ตัดมีช่องเกิดขึ้นแต่ว่าเขาตัดตรงกลาง และเมื่อถามว่ายังสามารถทำให้ตะกอนทับถมได้หรือไม่ นาวาเอกรุ่งโรจน์ ตอบว่า ได้เพราะว่าพื้นที่ด้านล่าง ที่ลึกลงไปประมาณ 3-5 เมตรยังไม่เกิดอะไรขึ้นมา ซึ่งเราได้แจ้งขอให้ดำเนินการตรงนี้ตอบตรงนี้ออก ก่อนที่จะทำเรามีการประท้วงกันทุกรอบไม่ใช่ไม่มีการประท้วง คำว่าเขมรคือปากอย่างใจอย่างความคิดอย่าง คือตกลงในโต๊ะเป็นแบบหนึ่งแต่ภาคการปฏิบัติเป็นแบบหนึ่ง ดื้อตาใสไม่สนใจฉันจะทำ ที่นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นในพื้นที่จริง ๆ
นาวาเอกรุ่งโรจน์ กล่าวต่อว่า ซึ่งเป็นเรื่องระดับนโยบาย แต่พวกตนในภาคปฏิบัติเองก็อยากให้เอาออก เพราะอนาคตเรื่องการเจรจาส่วนนี้อาจมีผล ทหารในพื้นที่พยายามประท้วงและทำทุกวิถีทาง แต่อันนี้ก็เป็นเรื่องระดับประเทศ






