เลขาฯ ป.ป.ท.ยันไทยคืบหน้ามากแล้ว เข้า OECD มองจับจนท.รัฐโกงเยอะ เป็นเรื่องดี สะท้อนรบ.จริงใจปราบ

เมื่อเวลา 10.05 น. วันที่ 21 กันยายน ทึ่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าพบนายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ถึงความคืบหน้าในการเข้าร่วมองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ว่าอนุกรรมการทั้ง 25 คณะได้ดำเนินการคืบหน้าไปมากแล้ว ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้เร่งรัดให้เร่งประชาสัมพันธ์ อย่างคณะอนุกรรมการอำนวยการต่อต้านสินบนและความเสี่ยงทุจริตภาครัฐ ที่มีนายภราดรเป็นประธาน ปัจจุบันดำเนินการกันไปไกลมากแล้ว แทบจะชี้เป็นความสำเร็จได้เลย แต่ขาดที่การประชาสัมพันธ์ ประชาชนไม่รับทราบ ประชาชนยังคิดเหมือนเดิมอยู่ว่าเขาคงไม่ทำหรือไม่อยากทำ แต่หากเร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบว่าเราดำเนินการไปถึงไหนแล้ว จะเป็นสิ่งที่กระตุกและดึงความเชื่อมั่นของนักลงทุน ผู้ประกอบการ นักธุรกิจ ทั้งไทยและต่างชาติ ที่เขาเป็นคะแนนเสียงสำคัญในการตอบคำถาม ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง OECD และดัชนีการรับรู้การทุจริต (CPI)

นายภูมิวิศาลกล่าวว่า วันนี้สำนักงาน ป.ป.ท.ขับเคลื่อนไปได้เยอะแล้ว ทั้งนี้ ตนได้พบกับรัฐมนตรีช่วยของประเทศโปแลนด์ ได้มีการหารือกันและตนได้ขอรับการสนับสนุน ซึ่งเขาได้ให้ทุนการศึกษาและทุนฝึกอบรม ถือเป็นการขับเคลื่อนไปในทิศทางบวก เขายืนยันและรับรองว่าจะให้การสนับสนุนประเทศไทยในการเข้าเป็นสมาชิก OECD ส่วนเสียงสะท้อนจากภาคเอกชน วันนี้ทุกคนเริ่มทำความเข้าใจใหม่แล้ว เริ่มไปในทิศทางบวก หลายครั้งที่เราได้รับเสียงสะท้อนมาว่ายังไม่ได้ขยับ แต่วันนี้ไม่ได้เป็นอย่างนั้นเลย เราขยับไปไกลมาก เพียงแค่ขาดการสื่อสาร ทำให้ประชาชนคิดเชิงลบอยู่

เมื่อถามว่า การตรวจสอบและจับกุมเจ้าหน้าที่รัฐทุจริตจำนวนมากในช่วงที่ผ่านมา จะมีผลต่อการเข้าเป็นสมาชิก OECD หรือไม่ นายภูมิวิศาลกล่าวว่า ตนคิดในเชิงบวก และเป็นการแสดงความจริงใจและจริงจังในการแก้ปัญหาของรัฐบาล ซึ่งก่อนหน้านี้มีการร้องเรียนเข้ามายังสำนักงาน ป.ป.ท.ระดับหนึ่ง แต่หลังจากที่เราลงไปบังคับใช้กฎหมายร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ประชาชนรู้แล้วว่าเขาร้องเรียนมา การร้องเรียนของเขาจะได้รับการตอบรับ อย่างที่นายกรัฐมนตรีได้บอก ปิดชื่อถือพฤติกรรม คนก็ร้องเรียนเข้ามาเยอะมาก ทำให้เรามีข้อมูลหลายอย่าง ถือว่าเป็นผลดี ตนว่าถึงเวลาแล้วที่ต้องดำเนินการให้เป็นรูปธรรม

นายภูมิวิศาลกล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีการร้องเรียนเข้ามายังสำนักงาน ป.ป.ท.เรื่อยๆ ระดับหนึ่ง เพราะเมื่อเขามั่นใจเขาก็อยากจะร้องเรียน เพราะผลของการร้องเรียนนำไปสู่การบังคับใช้กฎหมาย และเอาตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษ วันนี้เราพยายามลงโทษทั้งทางอาญา ปกครอง และวินัย เราทำครบวงจรเพื่อให้เห็นว่าปัญหาที่ประชาชนร้องเรียนเข้ามานั้นมีการแก้ไข คนที่ทำผิดได้รับการลงโทษ ทุกคนจะรู้ว่านี่คือความจริงจังในการแก้ไขปัญหาที่จะสร้างความเชื่อมั่น

Advertisement

เลขาธิการ ป.ป.ท.กล่าวด้วยว่า วันนี้เราทำให้เห็น 3 อย่างคือ ทำให้เห็น ทำให้เป็น ทำให้ได้ ทำให้เห็นว่าเมื่อประชาชนมีความเดือดร้อนเราจะลงไปแก้ไข บูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างมืออาชีพ ส่วนทำให้เป็น คือเราเป็นมืออาชีพ บูรณาการกับทุกหน่วยงาน และทำให้ได้ คือประชาชนได้รับผลในเชิงบวก ที่มาร้องเรียนกับเรา ซึ่งจะเป็นการกระตุ้นและปลุกเร้าให้คนออกมาแก้ไขปัญหา