เช็กให้ดีก่อนใช้ มันอาจไม่ปลอดภัย! ตำรวจบุกทลายโรงงานผลิตยาแก้ไอปลอม ส่งขายทั่วไทย ยึดของกลางผลิตได้เป็นแสนขวด มูลค่ากว่า 100 ล้านบาท ทำมานานถึง 2 ปี
วันที่ 22 ก.ย.69 พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น. สั่งการ พ.ต.อ.อรรชวศิษฏ์ ศรีบุณยมานนทน์ ผกก.สส.3 บก.สส.บช.น. พร้อมเจ้าหน้าที่ กก.สส.3 บก.สส.บช.น. เข้าตรวจค้นจับกุม โรงงานลักลอบผลิตยาแก้ไอปลอม 2 แห่งในพื้นที่ ต.นาโคก อ.เมือง จ.สมุทรสาคร
โดยจุดแรกเป็นโรงงานขนาดใหญ่ อยู่กลางทุ่งนา ด้านในแบ่งออกเป็นตัวโรงงานชั้นเดียว พบคนงาน 9 คน เป็นชายชาวเมียนมา 8 และสัญชาติลาว 1 คน กำลังบรรจุยาลงภายในขวด เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดเครื่องจักรที่ใช้สำหรับผลิต รวมถึงตัวยาที่บรรจุอยู่ในถังสีน้ำเงินกว่า 100 ถัง และฝา ฉลากผลิตภัณฑ์ปลอม แปะข้างขวดจำนวนมาก จึงตรวจยึดทั้งหมดไว้เป็นของกลาง
ส่วนจุดที่ 2 อยู่ห่างกันราว 16 กิโลเมตร ลักษณะเป็นโกดังสีดำชั้นเดียว ไม่มีเลขที่ ตั้งอยู่กลางทุ่งนา จากการตรวจสอบพบว่าใช้เป็นสถานที่ผสมตัวยาแก้ไอปลอม พบหม้อต้มประมาณ 10 ใบ, น้ำเชื่อม และถังบรรจุกว่า 200 ถัง คาดบรรจุได้ประมาณ 1 แสนขวด ลักษณะเป็นสถานที่สำหรับเตรียมและผสมวัตถุดิบก่อนเข้าสู่กระบวนการผลิตวางอยู่ด้านใน เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจยึดไว้เป็นของกลาง
สืบเนื่องจากตำรวจได้รับแจ้งเบาะแส ก่อนลงพื้นที่พบรถกระบะตู้ทึบสีขาวต้องสงสัย หลังพบว่าลักลอบใช้ขนส่งวัตถุดิบ และผลิตภัณฑ์ยาที่ถูกปลอมแปลง ก่อนที่รถคันดังกล่าวจะเลี้ยวเข้าไปโกดังแห่งหนึ่ง ใน ต.นาโคก อ.เมืองสมุทรสาคร เมื่อรถจอดสนิทเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบตัวคนขับ และผู้ที่นั่งมาด้วยทันที ตรวจสอบพบว่าเป็นชายชาวเมียนมา 2 คน อายุ 32 และ 24 ปี
คนขับรถ ให้ข้อมูลอ้างว่า ได้รับการแนะนำจากเพื่อนให้มารับจ้างขับรถ โดยจะมีผู้นำรถมาส่งให้ที่กรุงเทพมหานคร และส่งพิกัดให้ขับรถมารับแกลลอนสินค้า ก่อนนำไปส่งต่อให้รถอีกคัน ยอมรับเพิ่งทำเป็นครั้งแรก ได้ค่าจ้างคนละ 500 บาท แต่ตำรวจชุดสืบสวนยังไม่เชื่อคำกล่าวอ้าง จากนั้นเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นโกดัง พบอุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิตจำนวนมาก
จากนั้นจึงขยายผลไปยังโกดังอีกแห่งในพื้นที่เดียวกัน อยู่ห่างออกไปประมาณ 16 กิโลเมตร พบเครื่องจักรสำหรับผลิตยา พร้อมน้ำยาที่ผสมเสร็จแล้ว รอการกรอกใส่ขวดและติดฉลากยาแก้ไอและยาแก้แพ้ โดยทั้ง 2 จุดเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการเดียวกัน และมีลักษณะการทำงานครบวงจร ตั้งแต่ผสม ผลิต บรรจุ ปิดฉลาก ไปจนถึงการจัดส่งจำหน่ายทั่วประเทศ
พ.ต.อ.อรรชวศิษฏ์ ศรีบุณยมานนท์ ผกก.สส.3 บก.สส.บช.น. เปิดเผยว่า การเข้าตรวจค้นครั้งนี้สืบเนื่องจากบริษัทผู้ผลิตยาแก้แพ้และยาแก้ไอ ห้างหุ้นส่วนบริษัทเอ็นแอนด์เอ็นฟาร์มาชูติคอล ประสานข้อมูลว่าพบยาปลอมถูกลักลอบนำไปจำหน่ายในพื้นที่ภาคใต้ ตำรวจจึงติดตามเส้นทางจนพบของกลางในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ก่อนขยายผลมายังแหล่งผลิต
ด้าน น.ส.เกศรินทร์ สุขสวาท ตัวแทนหุ้นส่วนบริษัทเอ็นแอนด์เอ็นฟาร์มาชูติคอล จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทได้รับข้อมูลจากร้านขายยาว่าพบผลิตภัณฑ์ปลอมในตลาด จึงตรวจสอบย้อนกลับผ่านระบบขนส่ง ก่อนประสานตำรวจจนพบแหล่งผลิต โดยคาดว่าขบวนการนี้ลักลอบผลิตมานานประมาณ 1–2 ปี
สำหรับการสังเกตเบื้องต้น ยาปลอมมีความพยายามทำให้ใกล้เคียงกับของจริง ทั้งรสชาติ ฉลาก และฝาขวด แต่จะพบความแตกต่าง โดยเฉพาะสติ๊กเกอร์บนผลิตภัณฑ์ที่จะมีสีแตกต่างออกไป
นอกจากนี้ ตำรวจยังขยายผลตรวจค้นบ้านพักย่านบางขุนเทียน พบยาแก้ไอปลอมซุกซ่อนอยู่ในรถยนต์ เตรียมขนส่งให้ลูกค้าประมาณ 4 หมื่นขวด โดยมีสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. ร่วมตรวจสอบ และอายัดของกลาง
เบื้องต้นว่า ประเมินมูลค่าความเสียหายอาจสูงถึง 100 ล้านบาท และอยู่ระหว่างขยายผลผู้เกี่ยวข้อง ทั้งผู้ให้เช่าพื้นที่โกดัง รวมถึงผู้สั่งการ และนายทุนของขบวนการ








