รวบลุงวัย 66 อ้างที่ปรึกษา ผบช.น. หลอกฝากลูกสาวเข้าตำรวจ ตุ๋นเงินผู้เสียหายเกือบแสน

รวบลุงวัย 66 อ้างที่ปรึกษา ผบช.น. หลอกฝากลูกสาวเข้าตำรวจ ตุ๋นเงินผู้เสียหายเกือบแสน พบของกลาง ชุดปกติขาวพร้อมเครื่องหมายราชการ นามบัตรระบุตำแหน่งที่ปรึกษา บช.น.

วันที่ 22 ก.ย.69 พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รองผบช.น. พล.ต.ต.วิทวัฒน์ ชินคำ ผบก.น.5 สั่งการ พ.ต.อ.วาทิตย์ โรจนไพฑูรย์ ผกก.สน.วัดพระยาไกร พ.ต.ท.วรรษธร วาเกียรธนะ รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.จักรพงศ์ พิทักษ์กรสกุล สว.สส. พ.ต.ต.ศิวัช ยังอุ่น สว.(สอบสวน)

พ.ต.ท.อรุณ เลิศศักดิ์เกษตร สว.(สอบสวน) ร.ต.อ.ณัฐกิตติ์ เกียรติผดุงพงศ์ รอง สว.(สอบสวน) พร้อมกำลังฝ่ายสืบสวน สน.วัดพระยาไกร เข้าทำการจับกุม นายเสงี่ยม เจียมเจริญ อายุ 66 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ 1196/2569 ลงวันที่ 1 ก.ย. 2569 พร้อมของกลาง ชุดปกติขาวพร้อมเครื่องหมายราชการ และ นามบัตรระบุตำแหน่งที่ปรึกษากองบัญชาการตำรวจนครบาลโดยจับกุม​ได้ที่ถนนริมคลอง ต.คลองตาคต อ.โพธาราม จ.ราชบุรี

การจับกุมสืบเนื่องมาจาก นายธนกร วิเศษภักดี ผู้เสียหาย ซึ่งรู้จักกับนายเสงี่ยมผู้ต้องหามาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2534 จากการทำกิจกรรมกลุ่มนักวิทยุสมัครเล่นด้วยกัน ต่อมาผู้ต้องหาได้เข้ามาพูดคุยหว่านล้อม อ้างว่าตนสนิทสนมกับผู้ใหญ่และผู้บัญชาการตำรวจนครบาล โดยดำรงตำแหน่งเป็น “ที่ปรึกษา ผบช.น.” พร้อมทั้งแสดงนามบัตร นำภาพแชตข้อความที่อ้างว่าคุยกับ ผบช.น. มาเปิดให้ดู และอ้างว่าสามารถช่วยฝากลูกหลานเข้ารับราชการตำรวจได้

​ผู้เสียหายหลงเชื่อเนื่องจากอยากให้ลูกสาวได้รับราชการตำรวจ จึงถูกผู้ต้องหาอุบายเรียกเงินค่าดำเนินการหลายรายการ ผู้เสียหายจึงโอนเงินจากบัญชีตนเองไปยังบัญชีของผู้ต้องหาจำนวนหลายครั้ง รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 93,500 บาท แต่ต่อมาผู้เสียหายเกิดความสงสัย จึงแอบตรวจสอบไปยังกองบัญชาการตำรวจนครบาล จนพบว่าผู้ต้องหาไม่ได้เป็นที่ปรึกษาฯ ตามที่แอบอ้างจริง จึงนำหลักฐานเข้าแจ้งความดำเนินคดีที่ สน.วัดพระยาไกร

​กระทั่งพนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายจับ และฝ่ายสืบสวนสืบทราบว่าผู้ต้องหาหลบหนีไปกบดานอยู่ในพื้นที่ จ.ราชบุรี จึงนำกำลังเข้าจับกุมตัวไว้ได้

ทั้งนี้รายงานข่าวแจ้งว่า จากการตรวจสอบ เบื้องต้นยังมีผู้เสียหาย อีกจำนวนหลายรายที่ถูกหลอกในลักษณะเดียวกัน ซึ่งบางรายมีการยื่นฟ้องดำเนินคดีเองต่อศาลและถูกหลอกเสียเงินจำนวนหลักแสนบาท

เบื้องต้นแจ้งข้อหา “ฉ้อโกง, ปลอมเอกสารราชการ, ใช้เอกสารราชการปลอม และปลอมหรือเลียนเครื่องหมายราชการฯ” ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.วัดพระยาไกร ดำเนินคดีตามกฎหมาย

ทั้งนี้ กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ได้แจ้งเตือนภัยไปยังพี่น้องประชาชนว่า บช.น. ไม่มีนโยบายหรือพฤติการณ์ในการเรียกรับผลประโยชน์ใดๆ เพื่อแลกกับการรับบุคคลเข้าเป็นข้าราชการตำรวจในสังกัด

โดยขั้นตอนการรับสมัครและสอบแข่งขันดำเนินการอย่างโปร่งใสและเป็นธรรมตามกฎระเบียบของทางราชการทุกขั้นตอน หากประชาชนพบเห็นการแอบอ้าง หลอกลวง หรือฉ้อโกงในลักษณะดังกล่าว ขอให้แจ้งความร้องทุกข์ได้ที่สถานีตำรวจนครบาลทุกแห่งทันทีเพื่อดำเนินคดีอย่างเฉียบขาดต่อไป