ฮุน มาเนต โวเขมร ขจัดฐานสแกมโลกแล้ว แต่ไร้หลักฐานโชว์ ผู้เชี่ยวชาญชี้ยังทำไม่พอ จี้ดำเนินคดีตัวการใหญ่

เมื่อวันที่ 23 กันยายน สำนักข่าวเอพีรายงานว่า นายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา กล่าวในการเปิดประชุมการต่อสู้กับการหลอกลวงทางไซเบอร์ที่กัมพูชาเป็นเจ้าภาพร่วมจัดขึ้นเป็นเวลา 2 วัน ในกรุงพนมเปญ โดยกล่าวว่ากัมพูชาได้ขจัดทำลายเครือข่ายหลอกลวงทางออนไลน์ขนาดใหญ่ในประเทศที่ฉาวกระฉ่อนไปทั่วโลกได้แล้ว แต่เขาไม่ได้แสดงหลักฐานใหม่สำคัญใดๆ ที่สนับสนุนคำกล่าวอ้างถึงการดำเนินการดังกล่าว

ในขณะที่รัฐบาลอื่นๆ และผู้เชี่ยวชาญหลายรายระบุว่า กัมพูชายังดำเนินการไม่เพียงพอในการจัดการกับผู้กระทำผิดในอุตสาหกรรมหลอกลวงอันอื้อฉาวซึ่งสร้างความเสียหายให้แก่ผู้คนทั่วโลก พร้อมทั้งเรียกร้องให้กัมพูชาเร่งดำเนินคดีอาญาเอาผิดกับผู้กระทำผิดเหล่านั้น

“จากความพยายามของเรา เราได้ทำลายเครือข่ายหลอกลวงขนาดใหญ่ทั้งหมดในราชอาณาจักรแล้ว แม้ว่ากลุ่มอาชญากรจะพยายามแตกตัวออกเป็นกลุ่มปฏิบัติการย่อยกระจายตัวกันไป แต่หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของเรายังคงเฝ้าระวังและพร้อมที่จะทำลายภัยคุกคามที่เกิดขึ้นใหม่ในระบบ” นายฮุน มาเนต กล่าวในการเปิดประชุมครั้งนี้ที่เป็นเจ้าภาพร่วมกับสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ(UNODC) และอินเตอร์โพล

ก่อนหน้านี้กัมพูชาได้ประกาศความสำเร็จในการจัดการกับปัญหานี้เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา หลังจากสามารถทำลายเครือข่ายหลอกลวงในประเทศได้หลายร้อยแห่ง

Advertisement

อย่างไรก็ตามผู้เชี่ยวชาญหลายรายระบุว่า กัมพูชายังดำเนินการไม่เพียงพอในการทำลายโครงสร้างอาชญากรรมที่เอื้อให้กลุ่มอาคารที่เป็นฐานดำเนินงานของขบวนการเหล่านี้ขยายตัวเพิ่มขึ้น แม้ผู้เชี่ยวชาญจะยอมรับว่าฐานปฏิบัติการหลอกลวงหลายแห่งดูเหมือนจะถูกปิดไปแล้ว

มาร์ก เทย์เลอร์ ที่ปรึกษาด้านการต่อต้านการค้ามนุษย์และอดีตหัวหน้าโครงการต่อต้านการค้ามนุษย์ในกัมพูชา กล่าวว่า รัฐบาลกัมพูชาได้สั่งปิดกลุ่มอาคารขนาดใหญ่ในส่วนใหญ่ไปแล้วจริงๆ แต่กลับยังดำเนินการเพียงเล็กน้อยในการจัดการองค์กรอาชญากรรมที่อยู่เบื้องหลังปฏิบัติการหลอกลวงทางออนไลน์เหล่านั้น หรือในการสอบสวนและลงโทษกลุ่มนักธุรกิจและนักการเมืองระดับสูงของกัมพูชาที่ให้ความคุ้มครองและได้รับผลประโยชน์จากธุรกิจผิดกฎหมายเหล่านี้

ด้านไบรอัน มาสต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและประธานคณะกรรมการกิจการต่างประเทศของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ เป็น 1 ใน 2 ผู้นำสภาคองเกรสสหรัฐ ที่เรียกร้องให้พิจารณามาตรการคว่ำบาตรต่อบุคคลสำคัญทางการเมืองของกัมพูชา รวมถึงนายเนต ซาเวือน รองนายกรัฐมนตรีกัมพูชา เนื่องจากถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของศูนย์หลอกลวงทางไซเบอร์

เอพีรายงานว่า การหลอกลวงทางไซเบอร์เติบโตขึ้นอย่างมากโดยเฉพาะในช่วงการระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้เหยื่อสูญเสียทรัพย์สินไปรวมกันมูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐจากธุรกิจหลอกลวงออนไลน์ซึ่งดำเนินการโดยผู้คนหลายแสนคนที่ถูกบังคับให้ร่วมกันหลอกลวงเหยื่อ ขณะที่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้เห็นการเติบโตของกลุ่มมิจฉาชีพเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในประเทศที่การบังคับใช้กฎหมายยังอ่อนแอ

เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา UNODC ระบุว่า มูลค่าความเสียหายจากอาชญากรรมหลอกลวงทางไซเบอร์ในปี 2025 นั้น คาดว่าอยู่ที่ระหว่าง 88,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ถึง 114,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ทั้งนี้เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาทางการกัมพูชาได้พาคณะผู้สื่อข่าวไปชมสถานที่ตั้งศูนย์สแกมที่ว่างเปล่าส่วนหนึ่ง เพื่อแสดงให้เห็นถึงความพยายามอย่างจริงจังของกัมพูชาในการทำลายเครือข่ายหลอกลวงด้วย