ทำเนียบขาวปัดข่าว จ่อห้ามส่งออกดีเซล หวังคุมราคา หลังพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์

เมื่อวันพุธ(23 ก.ย.)ที่ผ่านมา ทำเนียบขาวได้ออกมาปฏิเสธรายงานข่าวที่ระบุอ้างว่า รัฐบาลสหรัฐอเมริกากำลังเตรียมจะดำเนินมาตรการห้ามส่งออกน้ำมันดีเซลเป็นเวลา 90 วัน ในความพยายามที่จะควบคุมราคาดีเซลที่พุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์

ราคาดีเซล ซึ่งเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในภาคเกษตรกรรม รถไฟ และรถบรรทุก ได้พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ที่กว่า 6.50 ดอลลาร์สหรัฐต่อแกลลอน อันเป็นผลจากสงครามในอิหร่านและยูเครนที่ส่งผลกระทบต่อการขนส่งน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์เชื้อเพลิง ปัญหานี้ถือเป็นหนึ่งในเดิมพันที่มีความเสี่ยงทางการเมืองสำหรับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ก่อนหน้าการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐจะมีขึ้นในเดือนพฤศจิกายนนี้

การปฏิเสธกระแสข่าวข้างต้นมีหลังจาก Politico สื่อสหรัฐรายงานว่า ทางการกำลังเตรียมมาตรการห้ามส่งออกดีเซลเป็นเวลา 90 วัน ทว่านายคริส ไรท์ รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานของสหรัฐ ออกมากล่าวว่า ไม่มีใครกำลังพิจารณาเรื่องการห้ามส่งออกเชื้อเพลิงดังกล่าวอย่างเด็ดขาด

รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานสหรัฐ กล่าวว่า มาตรการห้ามส่งออกดังกล่าวจะไม่ได้ผลและยังอาจทำให้ราคาน้ำมันเบนซินและน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบินเจ็ตปรับตัวสูงขึ้น พร้อมระบุว่าขณะนี้สหรัฐกำลังหารือเกี่ยวกับมาตรการแบบสมัครใจอยู่

Advertisement

“สิ่งที่กำลังหารือกันอยู่คือวิธีการที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการนำน้ำมันดีเซลเข้ามายังสหรัฐให้มากขึ้น และคงรักษาปริมาณการไหลเวียนของน้ำมันเบนซินและน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบินให้อยู่ในระดับสูงสุดต่อไป” รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานสหรัฐกล่าว แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม

อย่างไรก็ดียังมีท่าทีจากนายโอลอฟ กิลล์ โฆษกคณะกรรมาธิการยุโรป ซึ่งกล่าวในวันพฤหัสบดี(24 ก.ย.)ว่า สหภาพยุโรปมีความกังวลต่อรายงานข่าวที่ว่าสหรัฐมีแผนจะสั่งห้ามส่งออกน้ำมันดีเซล เนื่องจากมาตรการดังกล่าวอาจส่งผลกระทบเชิงลบต่อทั้งสองฝ่าย

“ขณะนี้มีการหารือในระดับสูงอย่างต่อเนื่องระหว่างสหภาพยุโรปและรัฐบาลสหรัฐ เราคาดหวังว่าในฐานะพันธมิตรที่ใกล้ชิด ทั้งสองฝ่ายจะหารือกันก่อนที่จะดำเนินมาตรการใดๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อตลาดที่มีความเชื่อมโยงกัน” โฆษกคณะกรรมาธิการยุโรปกล่าว