
เมื่อวัน 27 กันยายน อิหร่านออกมายืนกรานว่ามีเพียงการทูตเท่านั้นที่จะสามารถยุติความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลได้ และอิหร่านจะรอการคำตอบอย่างเป็นทางการจากทีมเจรจาของสหรัฐ หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ปฏิเสธข้อเสนอของฝ่ายอิหร่านไปก่อนหน้านี้ที่จะเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้สัญจรภายใน 7 วันและยุติการสู้รบ หากสหรัฐปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ให้ไว้
นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่าน ได้โพสต์ลงเทเลแกรมเมื่อวันอาทิตย์(27 ก.ย.)ว่า “เงื่อนไขของเราชัดเจนและการดำเนินการใดๆ ที่มุ่งไปสู่การเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง จะขึ้นอยู่กับการปฏิบัติตามเงื่อนไขเหล่านี้” และว่า “มีเพียงทางออกผ่านการเจรจาเท่านั้นที่จะช่วยให้พวกเขา(สหรัฐ)หลุดพ้นจากทางตันนี้ได้”
อย่างไรก็ดี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านระบุต่อว่า เรากำลังรอให้คณะผู้ไกล่เกลี่ยให้แจ้งจุดยืนอย่างเป็นทางการของสหรัฐมาและเราจะตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูลดังกล่าว
เมื่อวันเสาร์(26 ก.ย.) ทรัมป์ได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาวว่าข้อเสนอของอิหร่านนั้น “ยอมรับไม่ได้” และระบุว่าอิหร่านต้องการทำข้อตกลงเพื่อเปิดช่องแคบในทันที เนื่องจากอิหร่านกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ย่ำแย่อย่างหนัก
“ผมขอปฏิเสธข้อเสนอของพวกเขา” ทรัมป์กล่าว และว่า สหรัฐมีอำนาจควบคุมเบ็ดเสร็จเหนือช่องแคบฮอร์มุซซึ่งมีน้ำมันปริมาณมหาศาลขนส่งผ่านเส้นทางนี้
ทั้งนี้ อิหร่านได้ประกาศข้อเสนอสันติภาพเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาในที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ(UNGA) ในนครนิวยอร์ก โดยระบุว่าได้ส่งข้อเสนอดังกล่าวในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซภายใน 7 วันและยุติการสู้รบให้แก่ฝ่ายสหรัฐผ่านกาตาร์ซึ่งเป็นผู้ไกล่เกลี่ยแล้ว
อย่างไรก็ตาม แม้ทรัมป์จะปฏิเสธข้อเสนอนี้ แต่นายอารักชีอ้างว่าผู้ไกล่เกลี่ยที่ทำหน้าที่อำนวยความสะดวกในการเจรจาระหว่างอิหร่านกับสหรัฐยังไม่ได้แจ้งอย่างเป็นทางการว่าฝ่ายสหรัฐปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าว
ด้านโอมาน ซึ่งเป็นอีกชาติที่เป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยระหว่างสหรัฐและอิหร่าน ได้เรียกร้องให้ทุกฝ่ายเปิดช่องทางการเจรจาไว้เพื่อแก้ไขวิกฤตความขัดแย้งนี้ โดยนายซัยยิด บาดร์ บิน ฮาหมัด ฮามูด อัลบูไซดี รัฐมนตรีต่างประเทศของโอมานกล่าวในที่ประชุม UNGA ว่า ทุกฝ่ายควรให้ความร่วมมือกับโอมานในความพยายามจะรับรองความปลอดภัยในการเดินเรือผ่านเส้นทางยุทธศาสตร์นี้
ก่อนหน้านี้ หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีทเจอร์นัลรายงานเป็นครั้งแรกโดยอ้างแหล่งข่าวเจ้าหน้าที่สหรัฐระบุว่า ทรัมป์ปฏิเสธข้อเสนอของอิหร่าน โดยเขามีความเคลือบแคลงเป็นการส่วนตัวว่าอิหร่านจะยอมทำตามข้อเรียกร้องของเขาหรือไม่ และทรัมป์ยังบอกกับเจ้าหน้าที่ด้วยว่าการโจมตีทางอากาศต่ออิหร่านครั้งใหม่มีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นหลังการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐในเดือนพฤศจิกายน




