
นายกฯ สั่งลุยเปิดเวทีรับฟังปัญหาเอกชนรายสาขา หลังถก “เจ้าสัว-ซีอีโอ’ จ่อคุยกลุ่ม SMEs คิวต่อไป รับฟังปัญหารอบด้าน ขณะที่ ‘เอกนิติ’ ชงรูปแบบบอร์ด กรอ.ชุดใหม่แล้ว เน้นทีมกระชับ-ทำงานคล่องตัว ดึงโมเดลความร่วมมือ “Reinvent Thailand” มาประยุกต์ใช้เพื่อแก้ปัญหาโครงสร้างเศรษฐกิจแบบยั่งยืน คาดอนุทินลงนามเร็ว ๆ นี้
แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยถึงความคืบหน้าการขับเคลื่อนข้อเสนอของภาคเอกชน ภายหลังจากที่รัฐบาลได้มีการเปิดทำเนียบรัฐบาลเพื่อรับฟังข้อเสนอจากตัวแทนภาคเอกชนทั้ง 10 กลุ่ม เมื่อวันที่ 15 พ.ค.ที่ผ่านมาว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย มีแนวคิดให้มีการจัดเวทีหารือระหว่างรัฐบาลและเอกชนขึ้นอย่างต่อเนื่อง
โดยรูปแบบต่อไปจะเป็นการหารือกับตัวแทนเอกชนในแต่ละสาขาตาม 10 กลุ่มธุรกิจและอุตสาหกรรมที่ได้มีการแบ่งไว้ โดยกลุ่มธุรกิจและภาคเอกชนกลุ่มต่อไปที่รัฐบาลจะเชิญตัวแทนมาหารือคือกลุ่มธุรกิจและอุตสาหกรรมรายย่อย (SMEs) เพื่อรับฟังปัญหา ข้อเสนอแนะจากภาคเอกชน รวมทั้งรับฟังความต้องการที่เอกชนจะขอให้รัฐบาลช่วยเหลือต่อไป
ส่วนความคืบหน้าของการจัดตั้งคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ขณะนี้ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ได้มีการนำเสนอรูปแบบของคณะกรรมการ กรอ.ชุดใหม่ เพื่อเป็นกลไกการทำงานและขับเคลื่อนเศรษฐกิจร่วมกันระหว่างรัฐบาลและเอกชนให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาแล้ว คาดว่านายกรัฐมนตรีจะมีการลงนามในคำสั่งการจัดตั้งคณะกรรมการชุดนี้ในเร็ว ๆ นี้ ก่อนจะมีการกำหนดวันและเวลาในการประชุมนัดแรกต่อไป
อย่างไรก็ตามคณะกรรมการ กรอ.ชุดใหม่ที่จะมีการจัดตั้งขึ้นในครั้งนี้จะเป็นคณะกรรมการที่ไม่ได้มีองค์ประกอบของคณะกรรมการจำนวนมากเหมือนคณะกรรมการระดับชาติชุดอื่น ๆ แต่จะมีตัวแทนของหน่วยงานราชการที่มีความจำเป็นในการขับเคลื่อนข้อเสนอของภาคเอกชนไปสู่แนวทางปฏิบัติ มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มีรองนายกรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมาย และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมกับตัวแทนภาคเอกชนที่มาจากคณะกรรมการร่วม 3 สถาบัน (กกร.) ได้แก่ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และสมาคมธนาคารไทย
ทั้งนี้รูปแบบของคณะกรรมการจะมีการนำเอากลไกของคณะกรรมการการทำงานร่วมกับภาครัฐและเอกชนในโครงการ “Reinvent Thailand” ที่เคยมีการจัดทำไว้มาปรับปรุงและประยุกต์ใช้ เนื่องจากเป็นรูปแบบการทำงานที่จัดทำขึ้นในลักษณะแพลตฟอร์มความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคการเงิน และภาคเอกชน
โดยมีเป้าหมายเพื่อปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยครั้งใหญ่ แก้ปัญหาเชิงโครงสร้างที่สะสมมานาน เช่น ปัญหาเศรษฐกิจเติบโตช้า ความสามารถในการแข่งขันที่ลดลง และความเหลื่อมล้ำ เพื่อผลักดันการเติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่งสามารถนำรูปแบบมาใช้ในการขับเคลื่อนข้อเสนอของเอกชนให้เป็นรูปธรรมได้เช่นกัน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง





