
หนังสือพิมพ์เดอะ วอลสตรีทเจอร์นัล รายงานเมื่อวันที่ 21 เมษายน อ้างแหล่งข่าวเป็นเจ้าหน้าที่อิรักและสหรัฐเปิดเผยว่า รัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ได้ระงับการส่งเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐไปยังอิรักและยังระงับโครงการความร่วมมือด้านความมั่นคงกับกองทัพอิรักด้วย โดยมาตรการเหล่านี้ดูเหมือนเป็นการเพิ่มแรงกดดันให้ทางการอิรักเดินหน้ากำจัดกลุ่มติดอาวุธที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านซึ่งเคลื่อนไหวอยู่ในประเทศอิรัก ขณะที่สงครามสู้รบระหว่างอิหร่านกับสหรัฐร่วมกับอิสราเอลยังคงดำเนินอยู่
เดอะ วอลสตรีทเจอร์นัล รายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ เจ้าหน้าที่กระทรวงการคลังสหรัฐเพิ่งระงับการส่งมอบธนบัตรสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ มีมูลค่าเกือบ 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.6 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นรายได้จากการขายน้ำมันอิรักจากบัญชีธนาคารกลางสหรัฐสาขานิวยอร์กไปให้กับอิรัก
สำนักข่าวรอยเตอร์ที่อ้างรายงานชิ้นนี้ระบุว่ายังไม่สามารถตรวจสอบข้อเท็จจริงของรายงานนี้ได้ในทันที ขณะที่กระทรวงการคลังสหรัฐ รวมถึงธนาคารกลางสหรัฐยังไม่ตอบคำขอความเห็นต่อเรื่องนี้ในทันที
นอกจากนี้สหรัฐยังได้แจ้งให้ฝ่ายอิรักรับทราบว่ารัฐบาลสหรัฐกำลังระงับการให้ทุนสนับสนุนโครงการต่อต้านการก่อการร้ายและการฝึกอบรมทางทหารบางส่วนแก่อิรักอีกด้วย จนกว่าการโจมตีของกองกำลังติดอาวุธในอิรักต่อผลประโยชน์ของสหรัฐจะยุติลงและอิรักจะดำเนินการเพื่อขจัดกลุ่มติดอาวุธเหล่านั้น
เมื่อต้นเดือนนี้ สหรัฐได้เรียกตัวเอกอัครราชทูตอิรักประจำสหรัฐเข้าพบ หลังจากเกิดเหตุโดรนโจมตีอาคารสถานทูตสหรัฐในกรุงแบกแดด ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากการโจมตีด้วยโดรนหลายครั้งที่สหรัฐกล่าวโทษว่าเป็นฝีมือของ “กลุ่มติดอาวุธก่อการร้าย” ที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน




