
ไตรมาส 1/2026 ทรัมป์ซื้อหุ้นหลายบริษัทรวม 600 ล้านดอลลาร์ รวมถึงหุ้น “Kura Sushi USA” เครือร้านซูชิสายพานสัญชาติญี่ปุ่นที่มีผลการดำเนินงานแกร่งในสหรัฐ สร้างความฮือฮาในหมู่ชาวญี่ปุ่น ขณะเดียวกัน การซื้อหุ้นจำนวนมากก็สร้างความกังวลเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน
บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า ในไตรมาสแรกของปี 2026 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ลงทุนในหุ้นของบริษัทใหญ่หลายแห่งในตลาดหลักทรัพย์ มูลค่ารวม 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.96 หมื่นล้านบาท) รวมถึงเอ็นวิเดีย (Nvidia) แอมะซอน (Amazon) แอปเปิ้ล (Apple) และหุ้นในเครือร้านซูชิสายพาน ‘คุระซูชิ’ (Kura Sushi) ของญี่ปุ่น
ตามเอกสารการเปิดเผยข้อมูลทางการเงินล่าสุด ซึ่งยื่นต่อสำนักงานจริยธรรมภาครัฐ (OGE) ทรัมป์ซื้อหุ้น Kura Sushi USA เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2026 โดยมีมูลค่าการทำธุรกรรมอยู่ที่ ระหว่าง 1-5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 32-163 ล้านบาท)
การลงทุนดังกล่าว สร้างความประหลาดใจในญี่ปุ่น โดยชาวญี่ปุ่นต่างคาดเดากันว่า ทรัมป์เคยรับประทานซูชิจริง ๆ หรือไม่
คุระซูชิ เป็นเครือร้านอาหารซูชิสายพานซึ่งใหญ่เป็นอันดับสองของญี่ปุ่น รองจากซูชิโระ (Sushiro) โดยมีมากกว่า 600 สาขาทั่วโลก และสำหรับในสหรัฐ เปิดให้บริการครั้งแรกเมื่อปี 2009 ในเมืองเออร์ไวน์ รัฐแคลิฟอร์เนีย ปัจจุบันมีถึง 91 สาขา ครอบคลุม 19 รัฐและกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.
Kura Sushi USA เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในปี 2019 และเป็นหนึ่งในเครือร้านอาหารที่ใหญ่ที่สุดในเขตการปกครองออเรนจ์เคาน์ตี้ (O.C.) ของรัฐแคลิฟอร์เนีย
นายสึโตมุ ยามาดะ นักวิเคราะห์ตลาดจาก บริษัทหลักทรัพย์มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ อีสมาร์ท กล่าวว่า ธุรกิจคุระซูชิในสหรัฐมีผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งมาก และการที่ทรัมป์เข้าถือหุ้น อาจกระตุ้นให้นักลงทุนรายย่อยซื้อหุ้นคุระซูชิในตลาดหลักทรัพย์โตเกียวด้วย
วันที่ 18 พ.ค. หุ้นคุระซูชิที่จดทะเบียนในโตเกียวปรับตัวขึ้นสูงสุดถึง 5.4% นับเป็นการเพิ่มขึ้นระหว่างวันสูงสุด ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2025 ตามรายงานการยื่นหลักทรัพย์ประจำปีของบริษัท ทั้งนี้ คุระซูชิถือครองสิทธิออกเสียงใน Kura Sushi USA ประมาณ 67% ณ สิ้นเดือนตุลาคมปีที่แล้ว
ผลประโยชน์ทับซ้อน ?
แตกต่างจากประธานาธิบดีคนก่อน ๆ ทรัมป์ไม่ได้ขายหรือโอนสินทรัพย์ของเขาไปไว้ในกองทุนที่บริหารจัดการโดยอิสระ เอกสารแสดงให้เห็นว่า ในไตรมาสแรกของปี ทรัมป์หรือที่ปรึกษาการลงทุนของทรัมป์ ทำการซื้อขายมากกว่า 3,700 ครั้ง สร้างความกังวลเกี่ยวกับผลประโยชน์ทับซ้อนในรัฐบาลทรัมป์อีกครั้ง
อย่างไรก็ดี โฆษกของเดอะทรัมป์ออร์กาไนเซชัน (The Trump Organization) กล่าวว่า สินทรัพย์ทั้งหมดของประธานาธิบดีได้รับการจัดการอย่างอิสระ โดยสถาบันการเงินภายนอกที่รับผิดชอบการตัดสินใจด้านการลงทุนทั้งหมด โดยทรัมป์ ครอบครัวของทรัมป์ หรือบริษัท ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ ในการตัดสินใจซื้อขาย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง




