เขมรไม่ปลื้ม วอลสตรีทเจอร์นัล เรียก ‘สแกมโบเดีย’ ชี้บั่นทอนศักดิ์ศรีของประเทศ

เมื่อวันที่ 21 เมษายน กระทรวงสารสนเทศของกัมพูชา ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง ต่อรายงานล่าสุด ของวอลสตรีทเจอร์นัล โดยกล่าวหาว่า วอลสตรีทเจอร์นัล ได้ภาษาที่เป็นการ “ดูหมิ่น” และ “ไม่เป็นมืออาชีพ” ที่เป็นการบั่นทอนศักดิ์ศรีของประเทศ และบิดเบือนความพยายามในการต่อต้านอาชญากรรมทางไซเบอร์

นายเทป อัสนาริท โฆษกกระทรวงสารสนเทศกัมพูชา กล่าวถึงการที่ วอลสตรีทเจอร์นัล เรียกประเทศกัมพูชา หรือ แคมโบเดีย ว่า “สแกมโบเดีย” ว่า การที่บทความดังกล่าว กล่าวถึงกัมพูชาในแง่ของการเชื่อมโยงกับปฏิบัติการฉ้อโกงระดับโลกนั้น เท่ากับเป็นการโจมตีชื่อเสียงและเอกลักษณ์ของประเทศ

“การนำชื่อของประเทศอธิปไตยไปเชื่อมโยงกับกิจกรรมอาชญากรรมระดับโลก สะท้อนถึงเจตนาที่จะปลุกปั่นให้เกิดการเลือกปฏิบัติ” นายเทป กล่าว และว่า การใช้ถ้อยคำในลักษณะดังกล่าว เป็นการบั่นทอนเกียรติยศและศักดิ์ศรีของประชาชนกัมพูชา บนเวทีนานาชาติ โดยทางกระทรวงสารสนเทศ ได้มีหนังสือถึงบรรณาธิการบริหารของวอลสตรีทเจอร์นัล เพื่อให้แก้ไขข้อมูลแล้ว

ทั้งนี้ การออกมาแสดงท่าทีดังกล่าว มีขึ้นหลังจากที่วอลสตรีทเจอร์นัล ได้รายงานข่าวที่บรรยายถึงตึกระฟ้าสีทองแห่งหนึ่งที่กำลังก่อสร้างขึ้นในกรุงพนมเปญ ว่าเป็นสัญลักษณ์ของความมั่งคั่ง ที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายอาชญากรรมไซเบอร์ข้ามชาติ โดยบทความดังกล่าว ได้อ้างถึงบุคคลทางการเมืองต่างชาติ ที่เรียกกัมพูชาว่า “สแกมโบเดีย” ซึ่งนายเทป มองว่า เป็นคำที่ไม่เหมาะสมและมีรากฐานมาจากเรื่องเล่าที่มีอคติ และว่า การใช้คำศัพท์เช่นนั้น สะท้อนให้เห็นถึงการขาดความเป็นมืออาชีพของนักข่าวและละเมิดมาตรฐานทางจริยธรรม

นายเทปกล่าวว่า การรายงานข่าวอย่างมีความรับผิดชอบ ควรอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง หลักฐาน และการวิเคราะห์ที่สมดุล มากกว่าภาษาที่ใช้เพื่อดึงดูดความสนใจ

Advertisement

“สื่อมีหน้าที่ในการให้ข้อมูลและมีส่วนร่วมในการหาทางออก ไม่ใช่การบิดเบือนความจริง หรือทำลายศักดิ์ศรีของชาติใดๆ” นายเทปกล่าว พร้อมกับเตือนว่า การใช้คำดูหมิ่นซ้ำๆ อาจกระตุ้นให้เกิดการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติ และเป็นรูปแบบหนึ่งของสงครามจิตวิทยา

นายเทป ยังชี้ให้เห็นถึงสิ่งที่เขาเรียกว่าเป็นรูปแบบที่กว้างขึ้น ซึ่งเรื่องเล่าหรือเนื้อหาที่มาจากแหล่งที่มีแนวคิดสุดโต่งหรือมีอคติ ถูกขยายต่อในสื่อระดับนานาชาติ จนส่งผลให้เกิดภาพลักษณ์เชิงลบต่อกัมพูชา

อย่างไรก็ตาม แม้กัมพูชาจะปฏิเสธการตีความดังกล่าว แต่รัฐบาลกัมพูชาก็ยอมรับว่า อาชญากรรมไซเบอร์ เป็นความท้าทายระดับโลกที่จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือในการรับมือ ซึ่งนายเทป กล่าวว่า กัมพูชายังคงมุ่งมั่นจัดการปัญหานี้ผ่านการบังคับใช้กฎหมายและความร่วมมือระหว่างประเทศ