สงครามอิหร่านลาม ‘คาเร็กซ์’ ผู้ผลิตถุงยางรายใหญ่เตรียมปรับราคาขึ้น 30% หลังต้นทุนพุ่ง

เมื่อวันที่ 22 เมษายน เดอะการ์เดียน รายงานว่า บริษัท คาเร็กซ์ ผู้ผลิตถุงยางอนามัยรายใหญ่จากประเทศมาเลเซีย ประกาศว่าอาจจะมีการปรับขึ้นราคาถุงยางอนามัย 20-30 เปอร์เซ็นต์ หรืออาจจะปรับสูงขึ้นกว่านั้น หากการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานยังคงยืดเยื้อ เนื่องจากสงครามอิหร่านที่เกิดขึ้นในขณะนี้

นายโก๊ะ เมียห์ เกียต ซีอีโอ ของบริษัท คาเร็กซ์ ให้สัมภาษณ์รอยเตอร์ เมื่อวันที่ 21 เมษายนว่า คาเร็กซ์ ยังคงพบว่าความต้องการถุงยางอนามัยเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากค่าขนส่งที่สูงขึ้น และความล่าช้าในการจัดส่ง ทำให้ผู้ค้าหลายราย มีสต๊อกสินค้าน้อยกว่าปกติ พร้อมกับบอกว่า สถานการณ์ที่เปราะบางมากนี้ ทำให้ราคาสินค้าสูงขึ้น บริษัทไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากจะต้องผลักภาระต้นทุนไปให้ลูกค้าในตอนนี้

นายโก๊ะ เมียห์ เกียต ซีอีโอ ของบริษัท คาเร็กซ์  (REUTERS/Hasnoor Hussain)

ทั้งนี้ คาเร็กซ์ ผลิตถุงยางอนามัยปีละกว่า 5,000 ล้านชิ้น และเป็นผู้จัดจำหน่ายให้แก่ถุงยางอนามัยแบรนด์ใหญ่ๆ อย่าง ดูเร็กซ์ และโทรจัน รวมถึงเป็นผู้จัดส่งถุงยางอนามัยไปยังระบบสาธารณสุขแห่งชาติ อย่างเช่น ระบบบริการสุขภาพแห่งชาติ (NHS) ของอังกฤษ และโครงการช่วยเหลือทั่วโลก ที่ดำเนินการโดยสหประชาชาติ (ยูเอ็น)

รายงานระบุว่า ผู้ผลิตถุงยางอนามัย เป็นอีกหนึ่งในหลายๆ บริษัทที่มีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงผู้ผลิตถุงมือทางการแพทย์ ที่กำลังเตรียมรับมือกับภาวะคอขวดในห่วงโซ่อุปทาน เนื่องจากสงครามอิหร่านที่ส่งผลกระทบต่อการไหลเวียนของพลังงานและปิโตรเคมีจากตะวันออกกลาง ที่ส่งผลให้การจัดหาวัตถุดิบเกิดการหยุดชะงัก

นายโก๊ะกล่าวว่า นับตั้งแต่เกิดเหตุสงครามอิหร่านขึ้น เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ บริษัท คาเร็กซ์ พบว่า ต้นทุนเพิ่มขึ้นทุกอย่าง ตั้งแต่ยางสังเคราะห์ และไนไตรล์ ที่ใช้ในการผลิตถุงยางอนามัย ไปจนถึงวัสดุบรรจุภัณฑ์ และสารหล่อลื่น เช่น ฟอยล์อะลูมิเนียม และน้ำมันซิลิโคน

Advertisement

พร้อมระบุว่า คาเร็กซ์ ยังมีสินค้าเพียงพอสำหรับอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า และกำลังมองหาการเพิ่มผลผลิตเพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากสต๊อกถุงยางอนามัยทั่วโลกลดลงอย่างมาก หลังจากมีการลดงบประมาณช่วยเหลือต่างประเทศลง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จากสำนักงานเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐ เมื่อปีที่แล้ว

นายโก๊ะกล่าวด้วยว่า มีถุงยางอนามัยจำนวนมาก ที่ยังค้างอยู่บนเรือซึ่งยังไปไม่ถึงจุดหมายปลายทาง และประเทศกำลังพัฒนาหลายแห่ง ก็ไม่มีสต๊อกถุงยางอนามัยที่เพียงพอ เนื่องจากต้องใช้เวลามากในการขนส่งสินค้าไปถึงจุดหมาย