
โคล โทมัส อัลเลน ผู้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนพยายามบุกเข้าไปในงานเลี้ยงอาหารค่ำสมาคมผู้สื่อข่าวทำเนียบขาว ที่โรงแรมวอชิงตัน ฮิลตัน เมื่อคืนวันที่ 25 เมษายน ที่ผ่านมาถูกตั้งข้อหาพยายามลอบสังหารประธานาธิบดีสหรัฐ และอาจถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิตหากศาลตัดสินว่ามีความผิดจริงในข้อหานี้
อัลเลนถูกนำตัวขึ้นศาลนัดแรกเมื่อวันที่ 27 เมษายน อัยการศาล จอยซลีน บาลันไทน์ ตั้งข้อหาพยายามลอบสังหารโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา รวมถึงข้อหาขนย้ายอาวุธข้ามรัฐอย่างผิดกฎหมาย และใช้อาวุธปืนเพื่อก่ออาชญากรรมร้ายแรง อีกทั้งยังอาจมีการตั้งข้อหาเพิ่มเติมแก่อัลเลนอีกด้วย
เนื้อหาในเอกสารคำฟ้องระบุว่าอัลเลนนำปืนลูกซอง ปืนพก และมีด 3 เล่มจากรัฐแคลิฟอร์เนียมายังกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. การตรวจสอบอาวุธที่อัลเลนใช้พบว่ามีปลอกกระสุนปืนลูกซอง 1 นัดตกอยู่ หมายความว่าอัลเลนใช้ปืนลูกซองยิงเพื่อพยายามบุกเข้าไปในงานเลี้ยง จนทำให้ต้องอพยพเจ้าหน้าที่ระดับสูงรวมถึงทรัมป์ออกจากงานจนเกิดความวุ่นวาย
อย่างไรก็ตาม อัลเลนไม่ได้กล่าวอะไรในชั้นศาล และทนายฝ่ายจำเลยบอกว่าอัลเลนไม่เคยถูกจับหรือถูกฟ้องร้องในคดีใดมาก่อน
ท็อดด์ บลันช์ รักษาการรัฐมนตรียุติธรรมกล่าวกับผู้สื่อข่าวภายหลังจากนั้นว่า ทีมเจ้าหน้าที่สอบสวนเชื่อว่าอัลเลนพุ่งเป้าลอบสังหารทรัมป์เพราะพบหลักฐานว่ามีการเรียกทรัมป์ว่าคนทรยศ “การใช้ความรุนแรงจะต้องไม่มีที่ในสังคมของเรา ความรุนแรงจะต้องไม่ถูกใช้เพื่อทำลายสถาบันประชาธิปไตยของเรา และแน่นอนว่ามันไม่ควรถูกใช้กับประธานาธิบดีสหรัฐ” บลันช์กล่าว




