
จาตุรนต์ ย้ำต้องแก้รธน.ทั้งฉบับ ประชามติ คือคำสั่งประชาชน ชี้ระบบฮั้วทำบ้านเมืองพัง
วันที่ 12 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคมที่ผ่านมา นายจาตุรนต์ ฉายแสง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เข้าร่วมงานเสวนาทางวิชาการ PRIDI Talks #35 : 126 ปีชาตกาล ศ.ดร.ปรีดี พนมยงค์ ในหัวข้อ “จากมติเห็นชอบแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต้นธารสู่การปฏิรูปองค์กรอิสระ” ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
นายจาตุรนต์ กล่าวตอนหนึ่งถึงการแก้รัฐธรรมนูญว่า หากต้องการแก้ปัญหาของประเทศอย่างแท้จริง ต้องไม่จำกัดอยู่เพียงการแก้รายมาตรา หรือแก้เฉพาะบางประเด็น เช่น ที่มาและอำนาจขององค์กรอิสระ เพราะขณะนี้ปัญหาทางการเมืองไทยได้กลายเป็น “ระบบใหญ่” ที่โยงกันไปหมด ทั้งศาลรัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระ สว. ฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ และพรรคการเมือง
เขาเห็นว่า หากเดินหน้าแก้เฉพาะรายประเด็น อาจทำให้การแก้รัฐธรรมนูญ “เสียศูนย์” และ “เสียโมเมนตัม” ทั้งที่ขณะนี้มีฐานสำคัญที่สุดอยู่แล้ว คือผลประชามติที่ประชาชนกว่า 20 ล้านเสียงแสดงเจตจำนงให้แก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ และจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
“ต้องใช้มติประชามหาชนให้เป็นประโยชน์ ผลักดันให้เกิดการแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ต้องถือเรื่องนี้เป็นหลักก่อน เพราะมีเสียงประชาชนตั้ง 20 กว่าล้านเสียงสนับสนุนให้แก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ”
นายจาตุรนต์กล่าวว่า ปัญหาของระบบการเมืองปัจจุบันไม่ใช่เพียงการที่พรรคการเมืองและนักการเมืองถูกกำกับควบคุมโดยองค์กรอิสระเท่านั้น แต่วันนี้ได้เกิดระบบที่ สว. องค์กรอิสระ และฝ่ายการเมืองบางส่วนมีความเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิด โดย สว. มีบทบาทในการคัดเลือกและรับรององค์กรอิสระ ขณะที่ฝ่ายการเมืองบางส่วนก็มีความเชื่อมโยงกับ สว. ทำให้กลไกที่ควรตรวจสอบอำนาจรัฐอาจไม่สามารถทำหน้าที่ได้อย่างเป็นอิสระ
สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ ระบบเช่นนี้จะทำให้การตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชันอ่อนแอลงอย่างมาก เพราะเมื่อฝ่ายบริหาร ฝ่ายการเมือง สว. และองค์กรอิสระเชื่อมโยงกัน กลไกที่ควรตรวจสอบฝ่ายบริหารก็อาจถูกควบคุมเสียเอง จนกลายเป็นระบบที่เปิดช่องให้คอร์รัปชันเกิดขึ้นได้มากขึ้น และเป็นอันตรายต่อบ้านเมืองอย่างยิ่ง
นายจาตุรนต์ยังกล่าวว่า หากเลือกแก้รัฐธรรมนูญเป็นบางมาตราเพื่อแก้ปัญหาข้างต้น อาจถูกฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยโต้แย้งได้ว่า ประชาชนไม่เคยลงประชามติในเรื่องนั้นโดยตรง จึงไม่รู้ว่าประชาชนเห็นด้วยหรือไม่ และอาจนำไปสู่การไม่ยกมือสนับสนุนในรัฐสภา
แต่หากเป็นการแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ จะอ้างเช่นนั้นได้ยาก เพราะพรรคการเมืองหลายพรรคเคยหาเสียงไว้ว่าจะรอดูผลประชามติว่าประชาชนต้องการอย่างไร และขณะนี้ผลประชามติก็ชัดเจนแล้วว่าประชาชนเสียงท่วมท้นต้องการให้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
เขากล่าวว่า การแก้รัฐธรรมนูญจึงไม่ใช่เพียงเรื่องนโยบายของพรรคการเมือง แต่เป็นคำสั่งของประชาชน พรรคการเมืองที่มีเสียงเกินกว่า 100 เสียง หรือประชาชนที่เข้าชื่อเสนอ จึงควรร่วมกันผลักดันให้เกิดการแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ
นายจาตุรนต์กล่าวว่า ตนเห็นด้วยกับการแก้พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ และในฐานะสมาชิกพรรคเพื่อไทยก็ยินดีสนับสนุน หากมีการเสนอแก้ไขเข้ามา แต่ต้องเข้าใจว่าการแก้กฎหมายลูกต้องทำในที่ประชุมร่วมรัฐสภา ซึ่งหมายความว่าเสียงของ ส.ส. และ สว. จะมีบทบาทกำหนดเนื้อหาสำคัญ
นายจาตุรนต์ กล่าวว่า หากมีพรรคการเมืองเสนอแก้ไขรายประเด็น ก็พร้อมเข้าไปร่วมพิจารณาเพื่อทำให้เนื้อหาออกมาดีที่สุด แต่ไม่ควรทำให้สังคมลืมเป้าหมายหลัก คือการแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับตามเจตนารมณ์ของประชาชน
นายจาตุรนต์ กล่าวว่า ทุกฝ่ายที่มีส่วนร่วมในการแก้รัฐธรรมนูญต้องใช้ผลประชามติให้เป็นประโยชน์ และเดินหน้าไปสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพราะนี่ไม่ใช่เพียงข้อเสนอของพรรคการเมือง แต่เป็นเจตจำนงของประชาชนที่แสดงออกมาแล้วอย่างชัดเจน





