
ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ชี้แจงโพสต์บนโซเชียลมีเดียของ ‘คิม ยง-บอม’ ที่ปรึกษาของตน ซึ่งระบุว่าจะนำภาษีที่เก็บได้จากกำไรส่วนเกินของเอไอ มาปันผลให้ประชาชน นั้น เป็นเพียงการทบทวนแผนงาน และกระตุ้นให้เกิดการถกเถียงเป็นวงกว้างเกี่ยวกับภาษีลาภลอยเท่านั้น
บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า ประธานาธิบดีอี แจมยอง ผู้นำเกาหลีใต้ กล่าวว่า โพสต์ของที่ปรึกษาของเขา เกี่ยวกับการกระจายผลกำไรจากการเติบโตแบบก้าวกระโดดของปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) สู่ประชาชนนั้น มีจุดประสงค์เพียงเพื่อกระตุ้นให้เกิดการอภิปรายสาธารณะเป็นวงกว้าง เกี่ยวกับการใช้เงินจาก “ภาษีลาภลอย” ที่อาจจะเกิดขึ้นนี้ ไปใช้ประโยชน์ เท่านั้น
อีกล่าวบน X ว่า ความคิดเห็นของคิม ยง-บอม หัวหน้าฝ่ายนโยบายประจำทำเนียบประธานาธิบดี เป็นเพียงการทบทวนแผนงานที่จะจัดสรรรายได้ภาษีส่วนเกินของประเทศ ซึ่งเก็บได้จากกำไรส่วนเกินในภาคเอไอ เพื่อนำมาจ่ายคืนให้แก่ประชาชนในรูปแบบของเงินปันผลพลเมือง โดยไม่ได้เป็นการเสนอให้นำกำไรของบริษัท มาใช้สำหรับจ่ายเงินปันผลแต่อย่างใด
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 12 พ.ค. คิม ยง-บอม โพสต์บทความในเฟซบุ๊กยาว 2,500 คำ เพื่ออภิปรายความคิดเห็นของตนเกี่ยวกับเศรษฐกิจเกาหลีใต้ที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปและผลกระทบของเอไอ หลังจากที่กำไรและหุ้นของซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ และ SK Hynix พุ่งสูงขึ้นจากการเติบโตแบบก้าวกระโดดของเอไอ โดยคิมระบุว่า รัฐบาลควรเริ่มวางแผนตั้งแต่ตอนนี้ว่าเทคโนโลยีดังกล่าว จะส่งผลกระทบต่อผลกำไรของบริษัท งาน และสังคมอย่างไร
คิมระบุว่า ประเทศนี้อยู่ในสถานะที่พิเศษมาก เพราะมีห่วงโซ่อุปทานแบบบูรณาการ ตั้งแต่ชิปหน่วยความจำ แบตเตอรี่ จอแสดงผล และอื่น ๆ ซึ่งมีแนวโน้มจะได้รายได้ภาษีเพิ่มขึ้นหลายพันล้านดอลลาร์ จากกำไรของบริษัทอย่างซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ และ SK Hynix จากนั้นกองทุนเงินปันผลที่กำหนดไว้ ก็จะสามารถจัดสรรเพื่อสร้างรากฐานทางสังคมที่แข็งแกร่งขึ้นสำหรับเกาหลีและบรรเทาความเหลื่อมล้ำสำหรับประชาชนได้
“เกาหลีใต้มีโอกาสสร้างประวัติศาสตร์ที่หาได้ยาก คือโอกาสในการเป็นประเทศแรกที่ไม่เพียงจัดหาโครงสร้างพื้นฐานด้านเอไอเท่านั้น แต่ยังสามารถนำผลกำไรส่วนเกินจากยุคเอไอ กลับคืนสู่มนุษย์ได้อีกด้วย” คิมกล่าวบนโซเชียลมีเดีย
ความคิดเห็นของคิม ทำให้ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ผันผวนอย่างรุนแรงในทันที เนื่องจากนักลงทุนพยายามทำความเข้าใจขอบเขตของข้อเสนอ โดยดัชนี Kospi ร่วงลงมากถึง 5.1% จากนั้นก็ฟื้นตัวขึ้นเล็กน้อย หลังจากที่คิมชี้แจงเพิ่มเติมว่า ต้องการใช้รายได้ภาษีส่วนเกินที่เกิดจากความเฟื่องฟูของเอไอ มากกว่าที่จะเก็บภาษีเพิ่มเติมจากผลกำไรของบริษัท
“สิ่งที่เจ้าหน้าที่เกาหลีกำลังเสนอในขณะนี้ คือภาษีที่เก็บจากกำไรส่วนเกิน ดังนั้นผู้เสียภาษีจึงเริ่มระมัดระวังมากขึ้นว่าพวกเขาอาจต้องเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายแทนรัฐบาล” คริสตี้ ตัน นักกลยุทธ์การลงทุนอาวุโส จากสถาบันแฟรงคลิน เทมเพิลตัน กล่าว
มีการคาดการณ์ว่า ในปี 2026 ซัมซุงจะทำกำไรจากการดำเนินงานได้สูงถึง 330 ล้านล้านวอน (ราว 1.17 ล้านล้านบาท) ซึ่งหากเกิดขึ้นจริงจะส่งผลให้บริษัทก้าวแซงหน้าแอปเปิลและ Alphabet (บริษัทแม่ของกูเกิ้ล) ขึ้นมาเป็นบริษัทที่มีกำไรสูงสุดเป็นอันดับ 2 ของโลก เป็นรองเพียงเอ็นวิเดียเท่านั้น ขณะที่ SK Hynix ก็ตามมาติด ๆ โดยคาดการณ์ผลกำไรในปี 2026 ไว้ที่ 239 ล้านล้านวอน (ราว 5.19 ล้านล้านบาท)
เจ้าหน้าที่จากสำนักประธานาธิบดีเปิดเผยว่า โพสต์ของคิมเป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัว และไม่ได้เป็นหัวข้อของการหารืออย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ รัฐบาลของอี ให้ความสำคัญกับการเติบโตแบบครอบคลุม โดยมีนโยบายที่มุ่งเน้นการเพิ่มรายได้ครัวเรือน การพัฒนาภูมิภาค และการสนับสนุนธุรกิจขนาดเล็กและธุรกิจสตาร์ทอัพ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง




