
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ เปิดเผยว่าจะพูดคุยกับประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อของไต้หวัน เกี่ยวกับการขายอาวุธของสหรัฐให้กับไต้หวันเร็วๆ นี้ หลังทรัมป์เพิ่งเดินทางเยือนกรุงปักกิ่ง ประเทศจีนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งจีนพยายามคัดค้านการขายอาวุธให้กับไต้หวัน และเตือนว่าสหรัฐกับจีนอาจเกิดความขัดแย้งได้หากรับมือกับประเด็นไต้หวันไม่ถูกต้อง
ก่อนหน้านี้ สหรัฐอเมริกาได้อนุมัติการขายอาวุธให้กับไต้หวันมูลค่า 11,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 358,981 ล้านบาท ซึ่งเป็นการขายอาวุธให้กับไต้หวันล็อตใหญ่ที่สุดที่เคยมีมา แต่รัฐบาลสหรัฐของทรัมป์ยังไม่ได้อนุมัติการขายอาวุธล็อตที่สอง มูลค่า 14,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 456,815 ล้านบาท ประกอบไปด้วยระบบขีปนาวุธป้องกันภัยทางอากาศ
ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนบอกกับทรัมป์ว่า ประเด็นเกี่ยวกับไต้หวันเป็นปัญหาใหญ่ที่สุดในความสัมพันธ์ระหว่างสองชาติมหาอำนาจโลก ขณะที่ทรัมป์ปฏิเสธว่าสหรัฐและจีนจะไม่ขัดแย้งกันในเรื่องไต้หวัน พร้อมกับชื่นชมความสัมพันธ์ระหว่างเขาและสีว่า “ยอดเยี่ยมมาก”
ถึงกระนั้นก็ตาม ทรัมป์ยังคงลังเลในเรื่องการขายอาวุธให้กับไต้หวัน โดยบอกระหว่างเดินทางกลับจากจีนว่าจะกลับไปตัดสินใจเรื่องนี้ในเร็วๆ นี้ ล่าสุด ทรัมป์ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคมว่าจะพูดคุยกับประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อของไต้หวันเร็วๆ นี้ ซึ่งนี่จะเป็นครั้งแรกที่ผู้นำสหรัฐและไต้หวันพูดคุยกันโดยตรงนับตั้งแต่ปี 1979 หลังสหรัฐตัดความสัมพันธ์กับไต้หวันอย่างเป็นทางการเพื่อหันไปยอมรับรัฐบาลจีน
ด้านรัฐบาลจีนเองก็กำลังรอการตัดสินใจเรื่องการขายอาวุธเช่นกัน โดยสำนักข่าว Financial Times รายงานว่ารัฐบาลจีนชะลอการเยือนจีนของ เอลบริดจ์ โคลบี เจ้าหน้าที่อาวุโสด้านนโยบายของกระทรวงกลาโหมสหรัฐ จนกว่าจะมีคำตอบจากทรัมป์ในเรื่องการขายอาวุธให้กับไต้หวัน
แต่ไต้หวันยังคงคาดหวังว่าจะมีข่าวดีในเรื่องการขายอาวุธให้กับไต้หวัน นายเวลลิงตัน คู รัฐมนตรีกลาโหมของไต้หวันระบุว่าได้รับการยืนยันจากสหรัฐว่ายังไม่เปลี่ยนแปลงนโยบายเกี่ยวกับไต้หวัน ซึ่งสหรัฐมีพันธกรณีตามกฎหมายที่ต้องให้ความช่วยเหลือแก่ไต้หวันให้สามารถป้องกันตัวเอง นายไล่เน้นย้ำว่าการขายอาวุธของสหรัฐให้กับไต้หวันเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาเสถียรภาพและสันติภาพในภูมิภาค




