ต้นทุนพุ่ง ทำผู้ประกอบการร้านอาหารต้องคิดหนัก ‘คนอร์’ เปิดสูตรใหม่ ‘รสหมู เข้มข้น x2’ ช่วยคุมวัตถุดิบ ใช้ปริมาณเท่าเดิมแต่ได้ความหอมเพิ่มขึ้น

ในการทำอาหารแต่ละจานเครื่องปรุงที่ใช้ วัตถุดิบที่ซื้อมีมากมายไปหมด โดยเฉพาะร้านอาหารที่กว่าจะเตรียมขายได้แต่ละวันต้องสต็อกวัตถุดิบกันไม่น้อย
แต่วันนี้โลกของธุรกิจร้านอาหารในประเทศไทยกำลังเผชิญปัญหารอบด้าน ทั้งหนี้ครัวเรือนที่พุ่งสูง กำลังซื้อของผู้บริโภคที่ชะลอตัว และต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวขึ้นจากสงครามในตะวันออกกลาง
‘คนอร์ (Knorr)’ แบรนด์ในกลุ่มธุรกิจอาหารของ Unilever Thailand ไม่ได้มองภาพผงปรุงรสแค่การขายสินค้า แต่เลือกวางกลยุทธ์ในฐานะ ‘พาร์ทเนอร์’ ที่จะเข้ามาช่วยผู้ประกอบการร้านอาหารไทยกว่า 8 แสนรายทั่วประเทศ ให้เรื่องภายในครัวเป็นสิ่งที่ง่ายขึ้น
‘สุรีรัตน์ ลีลาศิริวณิชย์’ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดประจำประเทศไทยและกัมพูชา เล่าว่า ปัจจุบันร้านอาหารไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายที่ควบคุมไม่ได้
อย่างปัญหาทางเศรษฐกิจไม่ว่าจะเป็น ต้นทุนกำไร จากราคาวัตถุดิบที่ผันผวนตามสภาพเศรษฐกิจ การแข่งขันที่มีผู้เล่นจำนวนมาก หรือแม้แต่ความคาดหวังของผู้บริโภค
รวมไปถึงเรื่องภายในครัวอย่าง การบริหารเวลาเมื่อออเดอร์ทะลักในชั่วโมงเร่งด่วน การบริหารจัดการคน ไปจนถึงการคุมมาตรฐานคุณภาพอาหาร ให้รสชาติคงที่ในทุกจานและทุกสาขา
ทำให้สิ่งที่ผู้ประกอบการมองหา ไม่ใช่แค่ความอร่อยของอาหารหรือวัตถุดิบอีกต่อไปแล้ว แต่เป็น ‘ความคุ้มค่า’ และการเข้ามาช่วย ‘จัดการธุรกิจ’ ให้ทุกอย่างง่ายดายขึ้นและลดความซับซ้อนของการจัดเตรียม

เพราะแบบนี้ คนอร์ที่มองเห็นสิ่งที่ผู้ประกอบการต้องการจริงๆ จึงได้นำเสนอแบรนด์ในฐานะ ‘พาร์ทเนอร์’ ที่อยู่คู่ครัว ไม่ใช่แค่ผู้จำหน่ายสินค้าเพียงอย่างเดียว
หากถามว่าแบรนด์ผงปรุงรสอย่างคนอร์ จะเข้ามาเป็นผู้ช่วยให้แก่ร้านอาหารได้ยังไง สุรีรัตน์ ได้สรุปสั้นๆเอาไว้ว่า มาจากจุดเด่นของลักษณะสินค้าและการทำ Unilever Food Solutions
เริ่มด้วยสินค้าสามารถฉีกซองใช้ได้ทันที ช่วยประหยัดเวลา ลดความซับซ้อนในการปรุง รสชาติเป็นมาตรฐาน
ช่วยควบคุมต้นทุนวัตถุดิบโดยไม่อิงกับฤดูกาล เช่น มะนาว ที่ไม่ต้องคาดเดาราคาแต่ละช่วง แต่สามารถใช้คนอร์ผงมะนาวที่มีความแน่นอนด้านราคาและปริมาณแทนได้
อีกทั้งร้านอาหารก็ไม่จำเป็นต้องลุ้นว่ารสชาติจะเหมือนเดิมหรือไม่ หรือจะคุมคุณภาพในแต่ละจานให้เท่ากันได้หรือเปล่า
ต่อมาคือ Unilever Food Solutions ที่มีเครือข่ายเชฟกว่า 270 คน ใน 76 ประเทศ พัฒนาสินค้าที่มาจากความต้องการจริงของเชฟและคนทำธุรกิจร้านอาหาร
มอบ Business Solutions ให้แก่ผู้ประกอบการ ครอบคลุมตั้งแต่ร้านขนาดเล็กไปจนถึงเชนร้านอาหารขนาดใหญ่ ได้แก่
- Food Trends: อัปเดตเทรนด์อาหารโลกและไทย ปรับตัวตามความต้องการของผู้บริโภค
- Menu Inspiration: ช่วยคิดเมนูใหม่ๆ หรือปรับเมนูเดิมให้มีความน่าสนใจและทำกำไรได้มากขึ้น
- UFS Academy: สถาบันฝึกอบรมเพื่อเพิ่มทักษะให้กับเชฟและพนักงานหน้าร้าน
- Business Hacks: เคล็ดลับการบริหารจัดการครัวให้มีประสิทธิภาพ

สุรีรัตน์ เล่าว่า ตลาดผงปรุงรสเป็นตลาดที่ค่อนข้างใหญ่มากในประเทศไทย มีผู้ค้าที่แข็งแรงอยู่หลายเจ้า ที่สำคัญยังมีศักยภาพในการเติบโตอยู่อีกมาก
มูลค่าของตลาดผงปรุงรสในปัจจุบันแม้จะมีการเติบโตอยู่ที่ราว 7% ทุกปี แต่ก็มีการแข่งขันที่สูงทั้งจากผู้เล่นรายใหม่ในระดับท้องถิ่น หรือ SMEs ที่เข้ามาในตลาดเพิ่มขึ้น
รวมถึงการเผชิญปัญหาด้านต้นทุนที่พุ่งสูง หลังจากช่วงโควิด-19 เศรษฐกิจไทยกำลังฟื้นฟู แต่ก็ยังไม่สามารถกลับไปได้เหมือนช่วงก่อนโควิด พฤติกรรมของผู้บริโภคปัจจุบันนี้จึงชะลอการซื้อและคิดเยอะขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
สิ่งนี้ส่งผลกระทบไปถึงพฤติกรรมการกินและการปรับตัวของธุรกิจ ที่ลูกค้าไม่ได้มองว่าจะต้องซื้อสินค้าที่ถูกที่สุด แต่ต้องเป็นสินค้าที่ทำให้รู้สึกว่าคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไปมากที่สุด และตอบโจทย์ทุกความต้องการได้ ไม่ว่าจะเป็นความอร่อย ประหยัด และช่วยลดแรงในการจัดการ

จากทั้งหมดที่พูดมา ทำให้คนอร์ตัดสินใจออกสินค้าตัวใหม่ ที่ปรับสูตรครั้งแรกในรอบ 10 ปี จากผงปรุงรสรสหมู ได้ต่อยอดกลายมาเป็น ‘คนอร์ผงปรุงรสรสหมู สูตรใหม่ เข้มข้น x2’
โดยสูตรใหม่นี้จะได้รสหมูแท้ที่เข้มข้นขึ้น เพิ่มกระเทียม-กระเทียมเจียว 3 เท่า และเพิ่มพริกไทยขาว 1.4 เท่า
ด้วยนิสัยของคนไทยที่มักจะทำพฤติกรรมแบบเดิมตามที่คุ้นชิน การออกสูตรใหม่นี้ผู้บริโภคไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนวิธีการปรุงหรือปริมาณที่ใช้เพื่อให้ได้รสชาติที่ลงตัว แต่สามารถใช้ในปริมาณเท่าเดิมได้ เพิ่มเติมคือความหอมที่มากกว่าเดิม
ทั้งยังช่วยผู้บริโภคประหยัดต้นทุนวัตถุดิบ จากรสชาติและความเข้มข้นที่ใส่เข้ามาแบบคูณสองอีกด้วย

นอกจากกรุงเทพฯ และปริมณฑลที่เป็นตลาดหลัก คนอร์ยังตั้งใจทำการตลาดเพื่อบุกพื้นที่แถบอีสาน
จากข้อมูลอินไซต์และการทำรีเสริช ภาคอีสานมีประชากรมากเป็นอันดับ 2 มีวัฒนธรรมอาหารที่ชัดเจน และการบริโภคที่หลากหลาย ทำให้ภูมิภาคนี้กลายมาเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ในการขยายการเติบโตในระยะยาว
ส่งผลมาถึงการเลือกพรีเซนเตอร์ใหม่อย่าง ‘อี๊ด โปงลาง’ และ ‘เซียนหรั่ง’ ที่เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคในแถบภาคอีสานได้เป็นอย่างดี ทั้งยังเป็นตัวแทนของผู้ประกอบการร้านอาหารที่เป็นลูกค้าจริง และอินฟลูเอนเซอร์ด้านอาหารที่มีชื่อเสียง
ปัจจุบันจำนวนร้านอาหารในประเทศไทยที่จดทะเบียนมีไม่ต่ำกว่า 3 แสนราย ซึ่งหากรวมร้านอาหารขนาดเล็กและสตรีทฟู้ดคาดว่าจะมีมากถึง 8 แสนรายเลยทีเดียว โดยกว่าครึ่งอยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ขณะที่ 20-30% อยู่ในภาคอีสาน
ด้วยสินค้าตัวใหม่ ประกอบกับแคมเปญ “ทุกคำอร่อยชัวร์ ทุกครัวอร่อยจริง” คนอร์ได้วางเป้าการเติบโตของส่วนแบ่งการตลาดปีนี้อยู่ที่ 13% จากเดิมที่มีส่วนแบ่งราว 8%
ในวันที่เศรษฐกิจชะลอตัวแต่การกินอาหารยังเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นทุกวัน คนอร์ ได้เลือกวางตัวเองเป็นแบรนด์ที่อยู่เคียงข้างผู้ประกอบการ วางแนวทางแข่งขันของตลาดผงปรุงรสยุคใหม่ ว่าใครที่สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคได้มากกว่ากัน
ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา




