
ณัฐพงษ์ อัดร่างแก้ไข รธน.ภูมิใจไทย ขัด 3 หลักการ ชี้ล็อกสเปกเปิดทางผูกขาด จอยื่นร่างฉบับ ‘พรรคประชาชน’ ภายใน 1-2 สัปดาห์นี้
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ต้องใช้เสียงฝ่ายค้าน 20% จนทำให้มีการตั้งข้อสังเกตว่าพรรคกล้าธรรมอาจโหวตให้ร่างของพรรคภูมิใจไทย ว่า ตอนนี้หน้าที่ของพวกเราคือพยายามเรียกร้องหลักการ 3 ข้อ คือ 1.ไม่ให้ตัดประชาชนออกจากสมการให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ
2.ไม่ให้มีกระบวนการสร้างการผูกขาดอยู่กับพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง 3.ไม่เพิ่มอำนาจให้ สว.ในกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งเราต้องส่งข้อเรียกร้องเหล่านี้ไปให้ทุกพรรคการเมือง และพรรคประชาชนก็พร้อมที่จะลงชื่อให้กับทุกร่างของทุกพรรคที่สอดคล้องกับ 3 หลักการดังกล่าว
นายณัฐพงษ์ กล่าวอีกว่า แม้ว่าร่างรัฐธรรมนูญจะต้องใช้สัดส่วนของฝ่ายค้าน 20% แต่หลายคนก็ตั้งคำถามว่า พรรคกล้าธรรมที่อยู่ฝ่ายค้านและเป็นฝ่ายค้านหรือไม่ ตนไม่สามารถไปวิพากษ์วิจารณ์แทนพรรคกล้าธรรมได้ แต่ขอส่งข้อเรียกร้องไปถึงพรรคกล้าธรรมเช่นเดียวกันเหมือนกับทุกพรรคการเมืองอยากให้คงหลักการ 3 ข้อนี้
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า สำหรับการออกมาแสดงความคิดเห็นของนายกรัฐมนตรีที่ยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ แล้วอ้างว่าเป็นเจตจำนงของประชาชนตนคิดว่าไม่ถูก เจตจำนงของประชาชนที่อยากเห็นรัฐธรรมนูญฉบับใหม่คือกติกาสูงสุดที่สร้างความโปร่งใสประชาชนมีอำนาจอย่างแท้จริง ดังนั้น ถ้ากระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เป็นไปตาม 3 หลักการนี้ จึงจะเป็นการเดินหน้าตามเจตจำนงของประชาชนอย่างแท้จริง
เมื่อถามว่า ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคภูมิใจไทยเข้ากับ 3 หลักการของพรรคประชาชนหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ได้เห็นรายละเอียดของร่างภูมิใจไทยบ้างแล้ว ต้องบอกว่าขัดหลักการทั้ง 3 ข้อ เช่น การที่ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมร่างของพรรคภูมิใจไทยก็ไม่มีคูหาให้ประชาชนเลือกผู้ยกร่าง ส่วนที่บอกว่าไม่มีการผูกขาดแม้จะเขียนไว้ว่าเป็นไปตามสัดส่วนพรรคการเมือง แต่แยกสัดส่วน สส. และ สว.
“ต้องตั้งคำถามว่าตอนนี้มีกลุ่มการเมืองใดกำลังครอบครองเสียงข้างมากในสว. อยู่หรือไม่ ถ้าเป็นเช่นนั้น 2 ใน 7 ก็จะเป็นคนของกลุ่มการเมืองใดการเมืองหนึ่ง บวกกับเสียงของกลุ่มนั้นในสภาล่าง จาก 500 คน ซึ่งบวกเลขออกมาก็เกินครึ่ง จึงเท่ากับว่านี่เป็นการผูกขาดหรือไม่”
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่ขัดหลักการคือการเพิ่มอำนาจให้ สว. ต้องบอกว่ากระบวนการการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไม่ใช่การแก้ไขร่าง ฉะนั้น ไม่ได้ตัดอำนาจ สว. แต่ต้องปฏิเสธการเพิ่มอำนาจใหม่ ซึ่งในร่างของพรรคภูมิใจไทยตอนนี้ขัดหลักการทั้ง 3 ข้อ และกังวลว่าจะไม่ได้รัฐธรรมนูญที่เป็นฉบับของประชาชนอย่างแท้จริง
เมื่อถามว่า มองว่าสุดท้ายจะตีตกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนยังไม่ได้ดูรายละเอียดทั้งหมด แต่กระบวนการในสภาฯ สิ่งที่สำคัญคือการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการ ดังนั้น ในการต่อรองทางการเมืองจะทำอย่างไรให้ร่างที่มองว่าสอดคล้องกับ 3 หลักการมากที่สุดผ่านวาระ 1 เพื่อเข้าไปต่อรองกันในชั้นกรรมาธิการซึ่งเป็นวาระ 2
ดังนั้นในส่วนการตัดสินใจลงมติขอดูบริบททางการเมืองในอนาคตก่อนว่าการเจรจาระหว่างคณะกรรมการประสานงานพรรคการเมืองในสภาผู้แทนราษฎร (วิป) และร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ละพรรคการเมืองที่เสนอเข้ามามีหน้าตาเป็นอย่างไร จึงจะตอบได้ว่าจะลงมติอย่างไร
เมื่อถามว่า มีโอกาสจะเซ็น MOA ฉบับที่ 2 หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตอนนี้เราคงไม่มีอำนาจไปต่อรองให้ใครมาเซ็น MOA ด้วย จากสถานการณ์การเมืองปัจจุบันทุกคนแสดงความเป็นห่วง ว่าพรรคภูมิใจไทยจะเป็นพรรคการเมืองที่มีอำนาจอยู่ในสถาบันการเมืองในระบบที่ค่อนข้างที่จะแผ่อิทธิพลได้ครอบคลุม ทั้ง สส. สว. และองค์กรอิสระ
ดังนั้น วิธีการเดียวของพวกเราคือเอาหลังอิงประชาชนให้ได้มากที่สุด เอาข้อเรียกร้องสู่สาธารณะทำความเข้าใจกับประชาชนถึงกระบวนการร่างธรรมนูญฉบับใหม่ด้วยการยื่นแก้ไขมาตรา 256 หมวด 15/1 สุดท้ายก็ต้องไปทำประชามติ ดังนั้น ร่างที่จะผ่านสภาส่อให้เห็นว่า จะเป็นร่างที่ผูกขาดไม่ยึดโยงกับประชาชน ประชาชนก็จะเป็นคนตัดสินสามารถคว่ำร่างได้ในอนาคต
เมื่อถามถึง กรณีที่นายปดิพัทธ์ สันติภาดา อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 ออกมาให้ความเห็นว่า รัฐบาลไม่ต้องเสียเวลาแต่ให้แต่งตั้งนายเนวิน ชิดชอบ และครอบครัวมาร่างรัฐธรรมนูญเลยก็ได้นั้น นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เป็นการแสดงความเห็นของนายปดิพัทธ์ ที่หลายคนอาจมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันแบบนั้น
แต่ขอย้ำใน 3 หลักการ เรื่องใดๆ ก็ตามที่สอดคล้องกับ 3 หลักการนี้ รวมถึงร่างพรรคประชาชนจะเป็นการการันตีได้ว่าจะเป็นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 ที่ไม่ได้ผูกขาดกับมือคนใดคนหนึ่ง แม้แต่พรรคประชาชนเองก็ตาม ทั้งนี้คาดว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคประชาชน จะแล้วเสร็จ และจะยื่นต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรภายใน 1-2 สัปดาห์นี้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง





