
หลายคนอาจคุ้นชื่อ TRANE ในฐานะแบรนด์น้ำมันหล่อลื่นที่อยู่คู่ตลาดไทยมานาน แต่กว่าจะเดินทางมาถึงวันนี้ แบรนด์นี้เริ่มต้นจากอะไร และเติบโตมาอย่างไรตลอดกว่า 50 ปี?
มาดูกันว่า เบื้องหลังแบรนด์ที่อยู่มานานกว่าครึ่งศตวรรษนี้มีเรื่องราวอะไรน่าสนใจบ้าง
จากธุรกิจนำเข้า สู่ผู้ผลิตในประเทศไทย

ก่อนจะมาเป็น TRANE ในวันนี้ ต้องย้อนกลับไปที่จุดเริ่มต้นของธุรกิจ ซึ่งเริ่มจาก คุณมุข โรจตระการ ผู้ก่อตั้ง บริษัท สยามภัณฑ์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ SPG ที่เริ่มธุรกิจด้วยการนำเข้าแบตเตอรี่และน้ำมันเครื่องจากต่างประเทศมาจำหน่ายในไทย ก่อนจะขยายสู่การสร้างฐานการผลิตของตัวเอง ดังนี้
- พ.ศ. 2502 เริ่มประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าประเภทน้ำมันหล่อลื่น และจาระบี
- พ.ศ. 2513 ก่อตั้ง บริษัท สยามลูบริแค้นท์ อินดัสทรี่ จำกัด ผลิตจาระบี TRANE (เทรน) และ Crocodile (จระเข้) และก่อตั้ง บริษัท สยามแบตเตอรี่ อินดัสทรี่ จำกัด ผลิตแบตเตอรี่ “โบลิเด้นท์” (ก่อนจะเลิกผลิตและจำหน่ายในวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2566)
- พ.ศ. 2529 ก่อตั้ง บริษัท พรีเมีย ลูบริแค้นท์ จำกัด เพื่อเป็นผู้ผลิตน้ำมันหล่อลื่น TRANE
- พ.ศ. 2540 SPG เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ
คุณภาพที่พา TRANE เติบโตมากว่า 50 ปี
เมื่อขยับจากธุรกิจนำเข้ามาเป็นผู้ผลิตเอง สิ่งที่บริษัทให้ความสำคัญมาตลอดก็คือ “เรื่องคุณภาพ”
หนึ่งในแนวคิดที่ส่งต่อมาตั้งแต่ยุคผู้ก่อตั้งคือ “คุณภาพสินค้าต้องมาเป็นที่หนึ่ง” TRANE จึงให้ความสำคัญตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบจากผู้ผลิตระดับโลก ไปจนถึงการตรวจสอบคุณภาพในห้องปฏิบัติการตลอดกระบวนการผลิต

ปัจจุบัน TRANE มีน้ำมันหล่อลื่นสำหรับรถยนต์ รถบรรทุก งานหนัก เครื่องจักรอุตสาหกรรม การเกษตร และโรงงานน้ำตาล ด้วยกำลังการผลิตมากกว่า 60 ล้านลิตรต่อปี ส่วนจาระบีครอบคลุมทั้งงานทั่วไป ยานยนต์ อุตสาหกรรม ก่อสร้าง และการเกษตร ด้วยกำลังการผลิตมากกว่า 36 ล้านกิโลกรัมต่อปี
จากแบรนด์ไทย สู่ตลาดกว่า 13 ประเทศ
เมื่อมีฐานการผลิตที่แข็งแรงขึ้น TRANE ก็ขยายตลาดจากไทยไปสู่ต่างประเทศ ปัจจุบันส่งออกผลิตภัณฑ์มากกว่า 13 ประเทศ ครอบคลุมทั้งเอเชีย ตะวันออกกลาง แอฟริกา และยุโรป
ขณะเดียวกัน บริษัทยังมีคลังสินค้าและศูนย์กระจายสินค้าขนาดกว่า 14,000 ตารางเมตร รองรับสินค้าได้มากกว่า 4,000 ตัน เพื่อให้การส่งสินค้าไปยังแต่ละตลาดทำได้อย่างต่อเนื่อง
แบรนด์กว่า 50 ปีที่ยังเข้าถึงคนรุ่นใหม่

อีกก้าวของ TRANE คือการเข้าถึงคนรุ่นใหม่ โดยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2567 จนถึงปัจจุบัน แบรนด์เดินหน้าสนับสนุนนักแข่งและการแข่งขัน Motorsport ทั้งในรูปแบบ Circuit และการแข่งขัน Cross Country เพื่อพิสูจน์คุณภาพ และให้ TRANE เป็นที่รู้จักมากขึ้นในกลุ่มรถยนต์นั่งและรถสมรรถนะสูง
ต่อมา TRANE ขยับเข้าสู่โลกแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ผ่าน Collaboration กับ Rubber Killer แบรนด์กระเป๋าและเครื่องแต่งกายสัญชาติไทย ที่นำยางในรถมา Upcycle ออกแบบเป็นสินค้าใหม่ และได้รับความนิยมในหลายประเทศ

ส่วนในโอกาสครบรอบ 50 ปี TRANE ได้ร่วมงานกับ New Era แบรนด์หมวกระดับโลกที่มีจุดร่วมกันเรื่องคุณภาพและความใส่ใจในรายละเอียด โดยนำโลกของ Motorsport มาผสมผสานกับ Street Culture เพื่อให้ TRANE เป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่มากขึ้น
ทั้งหมดนี้ทำให้เห็นว่า ตลอดกว่า 50 ปี TRANE ยืนหยัดบนความเชื่อว่า คุณภาพ ความซื่อสัตย์ และการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง คือหัวใจที่ทำให้แบรนด์เติบโตได้ในทุกยุคสมัย และยังคงเป็นรากฐานสำคัญที่พา TRANE เดินหน้าต่อไปในอนาคต
ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา




