
The Star รายงานเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคมว่า เหตุเครื่องบินของสายการบินสิงคโปร์ แอร์ไลน์ เที่ยวบิน SQ321 ที่บินจากกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ไปยังประเทศสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2024 และประสบเหตุตกหลุมอากาศอย่างรุนแรง น่าจะเกิดจาก “เมฆพายุ” ที่ทำให้เกิดสภาพอากาศที่แปรปรวนรุนแรง ขณะที่เรดาร์ตรวจอากาศของเครื่องบิน ตรวจไม่พบสภาพอากาศดังกล่าว จนทำให้นักบินไม่ทันตั้งรับกับสภาพอากาศที่รุนแรง จนทำให้เครื่องบินเกิดการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง จนต้องนำเครื่องลงฉุกเฉินที่สุวรรณภูมิ โดยมีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บ 79 คน
ผลการสอบสวนของสำนักงานสอบสวนความปลอดภัยด้านการขนส่ง (TSIB) ของสิงคโปร์ ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม สองวันก่อนหน้าวันครบรอบ 2 ปีของเหตุดังกล่าว ระบุว่า จากการตรวจสอบด้วยสายตาของนักบินในเส้นทางการบินโดยตรง บ่งชี้ว่าไม่มีเมฆแต่อย่างใด
อย่างไรก็ตาม ในรายงานดังกล่าว ยังไม่สามารถสรุปได้ว่า มีปัญหาเกี่ยวกับเรดาร์ตรวจอากาศหรือไม่ แม้ว่าการทดสอบของผู้ผลิตเรดาร์จะไม่พบหลักฐานว่า อุปกรณ์ดังกล่าวบนเครื่องบินที่เกิดเหตุไม่สามารถตรวจจับและแสดงสภาพอากาศได้ แต่ TSIB ตั้งข้อสังเกตว่า ความเป็นไปได้ดังกล่าว “ไม่สามารถตัดทิ้งไปได้” โดยไม่มีการระบุชื่อของผู้ผลิตเรดาร์แต่อย่างใด
รายงานของ TSIB ได้อ้างถึงข้อสังเกตจากบันทึกการบำรุงดูแลรักษาเรดาร์ของเครื่องบินลำที่เกิดเหตุ ที่ไม่แสดงข้อมูลสภาพอากาศได้เมื่อ 6 วันก่อนหน้าวันเกิดเหตุ โดยเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2024 เรดาร์ดังกล่าว ไม่แสดงข้อมูลใดๆ แม้ว่าลูกเรือจะมองเห็นเมฆพายุอยู่ด้านนอกเครื่องบินก็ตาม หลังเกิดเหตุดังกล่าว ทางสายการบินได้ทำการบำรุงรักษาระบบเรดาร์ของเครื่องบินลำดังกล่าว




