
นายนิกรเดช พลางกูร เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปารีส กล่าวถึงการทูตเชิงรุกในช่วงที่โลกเกิดความเปลี่ยนแปลงทั้งเทคโนโลยีและการเมืองระหว่างประเทศ เพื่อนำไปสู่นโยบายการทูตเชิงเศรษฐกิจ ว่าเราต้องเข้าใจบริบทของโลกยุคปัจจุบันที่ภูมิรัฐศาสตร์มีหลายขั้ว และเป็นโอกาสให้กับประเทศไทย พอๆกับประเทศฝรั่งเศส ถามว่าทำไมการที่ขั้วอำนาจปัจจุบันเยอะมากเป็นโอกาส เพราะทั้งสองประเทศมองตัวเองเป็นอำนาจกลาง (middle power) ซึ่งเป็นโอกาสที่ไทยจะใช้ในภาวะยุคที่โลกแบ่งขั้ว
นายนิกรเดชมองว่า การเยือนฝรั่งเศสของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย คณะรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีบางส่วน เหมือนเป็นการบอกฝรั่งเศสว่า ประเทศไทยพร้อมที่จะเป็นผู้เล่นคนหนึ่ง แล้วไม่เป็นพวกถูกกำหนดบทบาทอย่างที่เคยเป็นมาในอดีต ฝรั่งเศสอยู่ในบทบาทเดียวกับไทยในภาวะการแบ่งขั้วที่เราไม่ต้องการเลือกข้าง ไทยเป็นมิตรกับประเทศจีนและเป็นมิตรกับสหรัฐอเมริกา เช่นเดียวกับฝรั่งเศสที่ต้องการลดการพึ่งพาสหรัฐฯ กับจีน
นายนิกรเดช กล่าวว่าโอกาสของประเทศไทยอยู่ที่ฝรั่งเศสมีความพร้อม เปิดใจ เพราะเขากำลังหาพันธมิตร และไทยมีความพร้อมที่จะก้าวไปเป็นพันธมิตรที่ไว้ใจได้ โดยฝรั่งเศสเห็นถึงความจริงใจในนโยบายการต่างประเทศของไทย เราไม่เคยหักหลังใคร ซึ่งความสัมพันธ์ไทย-ฝรั่งเศส 340 ปี และปี2569 เป็นปีที่ 170 ของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-ฝรั่งเศส เป็นการตอกย้ำว่าไทยฝรั่งเศสเป็นมิตรระหว่างกัน
เมื่อโลกเจอกับความไม่แน่นอน และทั้งสองประเทศมองตัวเองเป็นอำนาจกลางมีความแข็งแกร่งคนละอย่าง โดยไทยจะฟังข้อเสนอจากฝรั่งเศสว่าอยากจะร่วมมือกับไทยในเรื่องใดบ้าง และไทยจะเสนอตัวว่าเราเป็นสะพานเชื่อมยุทธศาสตร์ที่ไว้ใจได้
เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปารีส ยังกล่าวอีกว่า สำหรับตนการพูดเชิงรุกไม่ใช่แค่ขายของ ไม่ใช่แค่การเป็นตลาดให้เขา แต่ต้องมองบริบทในการเป็นหุ้นส่วนระหว่างกันทางด้าน AI เทคโนโลยี ซึ่งฝรั่งเศสมีความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยีทางอวกาศ และต้องการเพื่อนที่ไว้ใจได้ โดยเป็นประเทศหนึ่งมีความสนใจในอินโดแปซิฟิก ซึ่งไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ไม่ได้มีความเอนเอียงไปประเทศใดประเทศหนึ่ง เชื่อว่าฝรั่งเศสน่าจะสนใจประเทศไทย
นอกจากนั้น ประเทศไทยพร้อมเป็นฮับด้านอาหารในช่วงที่โลกเกิดความขาดแคลนด้านอาหาร และฝรั่งเศสเป็นที่ยอมรับเรื่องวัฒนธรรมการกิน (Gastronomy) เป็นอันดับหนึ่ง ถ้าจับมือกันก็จะไม่ต้องพึ่งพาใครและใช้ความไว้ใจเป็นตัวตั้ง




