วันเสาร์ที่ 23 พฤษภาคม 2569 เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา ณ สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดปัตตานี (สนามเรนโบว์) จังหวัดปัตตานี พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน (อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม หัวหน้าพรรคประชาชาติ และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ) ได้เดินทางลงพื้นที่เพื่อเข้าชมการแข่งขันฟุตบอลรายการ บีวายดี ซีล ไฟว์ ลีกสอง 2025/26 รอบเพลย์ออฟ นัดชิงชนะเลิศ พร้อมทั้งให้กำลังใจทัพนักกีฬาสโมสรฟุตบอลปัตตานี (PATTANI FC) ที่ลงสนามฟาดแข้งนัดชี้ชะตากับ สโมสรฟุตบอลหนองบัว พิชญ

บรรยากาศการแข่งขันเต็มไปด้วยความคึกคักและเสียงเชียร์ที่ดังกึกก้อง โดยมีแฟนบอลชาวปัตตานีและพี่น้องจากจังหวัดใกล้เคียงในพื้นที่ชายแดนใต้ หลั่งไหลมาร่วมส่งกำลังใจนับหมื่นคนจนแน่นขนัดเต็มความจุของสนามเรนโบว์

ผลการแข่งขันในนัดนี้ได้สร้างปรากฏการณ์แห่งความปีติยินดีไปทั่วทั้งจังหวัดปัตตานีและพี่น้องในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อทัพนักเตะ “ปืนใหญ่ลังกาสุกะ” ปัตตานี เอฟซี สามารถคว้าชัยชนะเหนือทีมเยือนได้อย่างเด็ดขาด สร้างผลงานระดับมาสเตอร์พีซที่ทุกคนรอคอย ถือเป็น “หน้าประวัติศาสตร์ใหม่ที่กำลังถูกเขียนขึ้น” อย่างแท้จริง ด้วยการผงาดคว้าตั๋วใบสุดท้าย เลื่อนชั้นขึ้นสู่ลีกสูงสุดของประเทศ หรือ “ไทยลีก 1” ได้สำเร็จเป็นครั้งแรก
ในโอกาสอันเป็นมงคลนี้ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ได้ลงไปพบปะกับคณะผู้บริหารสโมสร สต๊าฟโค้ช และทัพนักฟุตบอลปัตตานี เอฟซี ถึงขอบสนาม เพื่อกล่าวแสดงความยินดีและชื่นชมในความมุ่งมั่นทุ่มเทของทุกคน

พ.ต.อ.ทวีกล่าวให้กำลังใจว่า ความสำเร็จในวันนี้ไม่ใช่เพียงแค่ชัยชนะทางกีฬาเท่านั้น แต่เป็นชัยชนะของหัวใจคนปัตตานีและพี่น้องชายแดนใต้ทุกคน ที่ได้แสดงให้เห็นถึงพลังแห่งความสามัคคี นักกีฬาทุกคนสู้ด้วยสปิริตและความไม่ย่อท้อ จนสามารถสร้างความสุขและรอยยิ้มให้กับแฟนบอลนับหมื่นคนที่มาให้กำลังใจ รวมถึงพี่น้องชาวใต้ที่ติดตามเชียร์อยู่ทั่วประเทศ

“ขอแสดงความชื่นชมและยินดีอย่างยิ่งกับความสำเร็จที่เกิดจากน้ำพักน้ำแรงของพวกท่านทุกคน การก้าวขึ้นสู่ไทยลีกคือบทพิสูจน์ศักยภาพที่ยิ่งใหญ่ของเยาวชนและนักกีฬาจากปลายด้ามขวาน นี่คือหน้าประวัติศาสตร์ใหม่ที่พวกเราทุกคนภาคภูมิใจ ผมเชื่อมั่นว่า ปัตตานี เอฟซี จะเป็นตัวแทนที่สร้างชื่อเสียงและสร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนในพื้นที่ต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง” พ.ต.อ.ทวีกล่าว
หลังจบการแข่งขัน บรรยากาศรอบสนามหลังจบการแข่งขัน ยังคงอบอวลไปด้วยความปีติยินดี รอยยิ้ม คราบน้ำตาแห่งความตื้นตัน และเสียงเพลงเชียร์ที่ถูกขับร้องร่วมกัน ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปราย ถือเป็นค่ำคืนแห่งประวัติศาสตร์ที่ชาวปัตตานีจะจดจำไปอีกนาน




