
เมื่อเวลา 12.05 น. วันที่ 15 พฤษภาคม ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภาครั้งที่ 1 ที่มี นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา เป็นประธานการประชุม วาระเรื่องด่วนคือการให้ความเห็นชอบให้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ที่รัฐสภายังมิได้ให้ความเห็นชอบ และยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ ตามมาตรา 147 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย นายเสกสิทธิ์ แย้มสงวนศักดิ์ ส.ส.กทม. พรรคประชาชน อภิปรายถึงการให้ความเห็นชอบให้พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ที่รัฐสภายังมิได้ให้ความเห็นชอบ และยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จตามมาตรา 147 วรรคสองของรัฐธรรมนูญ
นายเสกสิทธิ์กล่าวว่า กังวลต่อร่างแก้รัฐธรรมนูญที่แกนนำรัฐบาลเตรียมเสนอต่อรัฐสภาในเร็วๆ นี้ เพราะไม่แน่ใจว่าร่างใหม่ที่รัฐบาลจะยื่นนั้น มีเนื้อหาที่เป็นประชาธิปไตย หรือแย่กว่าฉบับเดิม เพราะก่อนหน้านั้นในการจัดทำรัฐธรรมนูญ พรรคภูมิใจไทยจงใจทำให้คณะยกร่างรัฐธรรมนูญไม่ยึดโยงกับประชาชนแม้ในระดับเลือกตั้งทางอ้อม และพยายามทำให้เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการต้องกลับมาสู่การพิจารณาร่วมกันของรัฐสภา และจงใจใช้เสียง ส.ว. 1 ใน 3 โหวตผ่านรัฐธรรมนูญใหม่หากมีขึ้นในอนาคต ทำให้กลไกการตัดสินใจขั้นสุดท้ายอยู่ในมือของ ส.ว.สีน้ำเงิน ซึ่งตนกังวลต่อความจริงใจของรัฐบาล
นายเสกสิทธิ์กล่าวต่อว่า รัฐธรรมนูญ ปี 2560 เป็นรัฐธรรมนูญที่มีปัญหาในเชิงกลไกอำนาจ สร้างกลไกสถาบันปรปักษ์ประชาธิปไตย ผ่านเครื่องมือ คือ ศาลรัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระ ที่ใช้การกดขี่ปราบปรามทางกฎหมาย พลังการเมืองฝ่ายก้าวหน้า บอนไซพลังการเมืองฝ่ายประชาธิปไตย สกัดโครงการทางการเมืองที่มุ่งเปลี่ยนสังคมการเมืองไทย รวมถึงเซาะกร่อนบ่อนทำลายเสถียรภาพการเมืองในระบอบประชาธิปไตย และล่าสุดทำลายดุลอำนาจของฝ่ายนิติบัญญัติที่ถ่วงดุลอำนาจให้การแก้ไขมาตรา 112 ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ
“ผลประชามติ 21 ล้านเสียงไม่ใช่การหยั่งเสียง หรือโยนหินถามทาง แต่คือการแสดงอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญที่เป็นของปวงชนชาวไทย และ 21 ล้านเสียงจากประชามติเป็นเสียงข้างมากที่มากกว่าผลการเลือกตั้งของพรรคการเมืองอันดับหนึ่งหรืออันดับสองรวมกัน ถือเป็นเจตจำนงข้ามพ้นจากพรรคการเมือง นโยบายการเมือง ที่สำคัญ 21 ล้านเสียง เท่ากับเท้า 21 ล้านคู่ หากเท้าก้าวลงบนถนนราชดำเนิน คงล้นไปถึงหน้าทำเนียบรัฐบาล ผมหวังว่านายกฯไม่อยากให้สถานการณ์นี้เกิดขึ้น ดังนั้น หวังว่ารัฐบาลจะเคารพผลประชามติ ที่ต้องการทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยไม่สกัด ขัดขวางและเห็นด้วย ในการร่วมกันทำลายกลไกปรปักษ์ประชาธิปไตย” นายเสกสิทธิ์กล่าว





