
“เชตวัน” เปิดโปงธุรกิจกองทัพ เงินนอกงบประมาณก้อนโตแต่ไร้ความโปร่งใส จี้ถ่ายโอน 4 กิจการคืนประชาชน “สนามกอล์ฟ-บ่อน้ำมันฝาง-ไฟฟ้าสัตหีบ-ช่อง 5” หยุดพฤติกรรมแดนสนธยา หาประโยชน์จากคำว่า “เขตทหารห้ามเข้า”
ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นายเชตวัน เตือประโคน สส.ปทุมธานี เขต 5 พรรคประชาชน ได้เสนอญัตติขอให้สภาฯ ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการถ่ายโอน ยุบ เลิก แก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของกองทัพไปอยู่ในความดูแลของหน่วยงานอื่นหรือย้ายไปสถานที่อื่นที่เหมาะสม
โดยอภิปรายเปิดโปงโครงสร้างกลุ่มธุรกิจของกองทัพว่า กองทัพมีการดำเนินกิจการและทำธุรกิจเป็นจำนวนมาก จนทำให้หน่วยงานและส่วนราชการอื่นๆ เกิดคำถามว่าหากต้องการมีกิจการในลักษณะนี้บ้าง จะสามารถทำได้หรือไม่
เชตวันระบุว่า ธุรกิจของกองทัพแบ่งงบประมาณและทุนออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ คือ 1. กองทุนสวัสดิการที่มีทั้งสวัสดิการภายในและสวัสดิการเชิงธุรกิจ 2. เงินนอกงบประมาณประเภทที่ 1 และประเภทที่ 2 ซึ่งรวมถึงกิจการคลื่นวิทยุของทุกเหล่าทัพ
และ 3. กิจการที่กองทัพลงทุนโดยตรงในบริษัทเอกชนทั้งในและนอกตลาดหลักทรัพย์ เช่น ธนาคารทหารไทยธนชาต ธนาคารกรุงไทย ธนาคารเกียรตินาคินภัทร บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) บริษัท อุตสาหกรรมการบิน จำกัด และบริษัท RTA เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด ซึ่งในส่วนของบริษัท RTA นั้น ปัจจุบันยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับโครงสร้างผู้จัดตั้ง ตลอดจนรูปแบบความสัมพันธ์ระหว่างบริษัท RTA กับกองทัพบก และความเชื่อมโยงกับสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 (ททบ.5)
เชตวันกล่าวต่อไปว่า เหตุผลความจำเป็นที่ตนต้องขับเคลื่อนในเรื่องนี้มี 2 ประการหลัก ประการแรก การทำธุรกิจไม่ใช่ภารกิจหน้าที่ของกองทัพ และประการที่สอง สถานการณ์บ้านเมืองที่แปรเปลี่ยนไปทำให้กองทัพจำเป็นต้องปรับตัวให้เท่าทันยุคสมัย พร้อมทั้งได้หยิบยกตัวอย่าง 4 กิจการหลักและข้อเสนอแนะในการจัดการ ประกอบด้วย
เรื่องที่ 1 กิจการสนามกอล์ฟ ประกอบด้วย “สนามกอล์ฟธูปะเตมีย์” ซึ่งเป็นที่ดินผืนใหญ่ใจกลางเมืองขนาด 625 ไร่ มูลค่ากว่าหมื่นล้านบาท ในตำบลคูคต อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี พื้นที่โดยรอบโอบล้อมด้วยชุมชนและที่อยู่อาศัยที่หนาแน่น จึงควรปรับเปลี่ยนการใช้ประโยชน์ที่ดินให้คุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน แทนการเปิดให้บุคคลเพียงไม่กี่กลุ่มหรือนายทหารระดับนายพลเข้ามาใช้บริการ โดยตนมีข้อเสนอให้พัฒนาเป็นสวนสาธารณะ
ส่วน “สนามกอล์ฟกานตรัตน์” หรือสนามงู ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางสนามบินดอนเมือง ที่ผ่านมาทางกองทัพอากาศยอมรับว่ามีรายได้น้อยและมีผู้ใช้บริการจำกัดเนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อน จึงควรส่งคืนพื้นที่ให้กรมธนารักษ์ เพื่อให้บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT นำไปลงทุนพัฒนาศักยภาพการบินและยกระดับความปลอดภัยให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล เพราะปัจจุบันองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ประเมินว่าเป็นความปลอดภัยในระดับที่ “ยอมรับได้” เท่านั้น ยังไม่ใช่ระดับมาตรฐานความปลอดภัยที่แท้จริง
เรื่องที่ 2 ศูนย์พัฒนาปิโตรเลียมภาคเหนือ บ่อน้ำมันฝาง จังหวัดเชียงใหม่ เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2496 ในสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม โดยอ้างเหตุผลด้านความมั่นคงทางพลังงานในสถานการณ์ฉุกเฉิน แต่ปัจจุบันสถานการณ์เปลี่ยนไปมาก กิจการดังกล่าวมีข้อจำกัดทั้งในด้านกำลังการผลิต ประสิทธิภาพ คุณภาพ และความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ จนไม่สามารถสร้างความมั่นคงด้านพลังงานได้จริง
อีกทั้งหากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินในปัจจุบัน ก็มีแหล่งพลังงานอื่นที่มีประสิทธิภาพและคุณภาพมากกว่า กิจการนี้จึงควรจำหน่ายหรือถ่ายโอนให้หน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญโดยตรงเป็นผู้ดูแล เช่น กระทรวงพลังงาน หรือรัฐวิสาหกิจด้านพลังงาน
เรื่องที่ 3 กิจการไฟฟ้า สวัสดิการสัมปทานกองทัพเรือ ในอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ซึ่งส่งผลให้ประชาชนในอำเภอสัตหีบเป็นพื้นที่เดียวในประเทศไทยที่ต้องใช้กระแสไฟฟ้าจากกิจการของกองทัพ ขณะที่พื้นที่อื่นทั่วประเทศใช้ไฟฟ้าจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.)
กิจการดังกล่าวประสบปัญหาด้านคุณภาพอย่างต่อเนื่อง เกิดปัญหากระแสไฟฟ้าขัดข้องบ่อยครั้ง และกระบวนการติดต่อประสานงานเพื่อแก้ไขปัญหาก็เป็นไปอย่างยากลำบาก ซึ่งหากตรวจสอบในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ของไฟฟ้าสวัสดิการกองทัพเรือ จะพบข้อร้องเรียนและวิพากษ์วิจารณ์จากประชาชนเป็นจำนวนมาก ข้อเสนอในเรื่องนี้คือต้องถ่ายโอนกิจการไปให้อยู่ในความดูแลของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
เรื่องที่ 4 สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 (ททบ.5) ซึ่งอ้างสถานะการเป็นทีวีสาธารณะเพื่อความมั่นคง แต่ที่ผ่านมากลับไม่มีความโปร่งใสในระบบบัญชีและการเงิน เนื่องจากเป็นเงินนอกงบประมาณประเภทที่ 2 และเมื่อพิจารณาสัดส่วนผังรายการ พบว่ามีเนื้อหาที่เกี่ยวกับความมั่นคงเพียง 12.5% ของเวลาออกอากาศทั้งหมด นอกจากนี้ เรตติ้งความนิยมยังอยู่ในระดับต่ำ ข้อเสนอของพรรคประชาชนคือ ให้ยุติการดำเนินกิจการ ททบ.5 และเมื่อใบอนุญาตประกอบกิจการโครงข่าย (MUX) สิ้นสุดลง ให้ส่งคืนคลื่นความถี่กลับไปยัง กสทช. เพื่อนำไปจัดสรรใหม่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
เชตวันกล่าวทิ้งท้ายว่า โศกนาฏกรรมกราดยิงที่โคราชเมื่อปี 2563 ซึ่งคร่าชีวิตประชาชนถึง 31 ราย คือจุดเริ่มต้นสำคัญที่ทำให้สังคมเริ่มรับรู้และเปิดโปงผลประโยชน์ทับซ้อนจากการทำธุรกิจของกองทัพในรูปแบบต่างๆ แม้ผู้บัญชาการเหล่าทัพในขณะนั้นจะแสดงความเสียใจและรับปากว่าจะปฏิรูปธุรกิจของกองทัพให้ถูกต้อง แต่สิ่งเหล่านั้นเป็นเพียงจุดเริ่มต้นที่ทำให้สังคมเห็นภาพกระบวนการแสวงหาผลประโยชน์ของนายทหาร ผ่านความได้เปรียบจากการใช้อภิสิทธิ์ในพื้นที่ “เขตทหารห้ามเข้า” อย่างเป็นรูปธรรม
“ปั๊มน้ำมัน สนามกอล์ฟ สนามม้า สนามมวย สนามยิงปืน สโมสรฟุตบอล ตลาด โรงแรม อาคารรับรอง ร้านกาแฟ ร้านสะดวกซื้อ โรงพยาบาล โรงงานเภสัชกรรม ท่าเรือเชิงพาณิชย์ แหล่งท่องเที่ยว เกาะ ชายหาด เรือลอยอังคาร และอีกสารพัด เพื่อจัดการสิ่งที่เรียกว่าธุรกิจกองทัพเหล่านี้ให้มีความเหมาะสม โปร่งใส ตรวจสอบได้ และที่สำคัญคือเกิดประโยชน์กับประชาชนและประเทศชาติ ผมจึงขอเสนอญัตตินี้เพื่อให้รัฐสภาได้พิจารณาครับ” เชตวันกล่าว




