ทวี รุดเยี่ยมให้กำลังใจ ด.ต.อดุลย์ เหยื่อเหตุ ยิงหน้าโรงเรียน ที่ปัตตานี-ยกย่อง ครูฟาตีเมาะ เอาตัวบังกระสุนป้องลูก  

ทวี สอดส่อง รุดเยี่ยมให้กำลังใจ ด.ต.อดุลย์ เหยื่อเหตุยิงหน้าโรงเรียนที่ปัตตานี-ยกย่อง ครูฟาตีเมาะ เอาตัวบังกระสุนป้องลูก

วันที่ 30 พฤษภาคม  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา กลุ่มคนร้ายดักซุ่มยิงรถยนต์ของ ด.ต.อดุลย์ หะยีสุหลง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี เหตุเกิดบริเวณถนนเส้นทางเข้าโรงเรียนประสานวิทยามูลนิธิ ม.5 ต.ยะรัง อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ส่งผลให้ ด.ต.อดุลย์ ได้รับบาดเจ็บ ขณะที่ น.ส.ปาติเมาะ ยาโงะ ภรรยา เสียชีวิตในที่เกิดเหตุจากการเอาตัวเป็นโล่กำบังกระสุนให้บุตรสาววัยเพียง 38 วัน

ด.ต.อดุลย์ ซึ่งขณะนี้พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลปัตตานี จากอาการบาดเจ็บถูกกระสุนปืนทะลุบริเวณหน้าแข้งทั้งสองข้าง ได้เล่าย้อนถึงเหตุการณ์สะเทือนขวัญว่า ตนและครอบครัวไม่มีลางบอกเหตุ และไม่เคยมีความขัดแย้งส่วนตัวกับผู้ใด ในวันเกิดเหตุ น.ส.ปาติเมาะ ซึ่งเพิ่งคลอดลูกได้เพียงเดือนเศษ รู้สึกอุดอู้ จึงขอติดรถมาเพื่อรับลูกด้วยตนเอง ทั้งที่ปกติตนจะเดินทางมาเพียงลำพัง

“นัดแรกที่เข้ามาเหมือนเสียงกระจกแตก ผมไม่ได้เอะใจเลยว่าเขาจะยิงเรา นึกว่ากระจกรถหมดอายุแล้วมันแตก พอนัดแรกกระจกร้าว ขับรถก็เริ่มมองไม่เห็นแล้ว จากนั้นรั่วมาเลย” ด.ต.อดุลย์ ระบุ

Advertisement

ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตาย น.ส.ปาติเมาะ ได้ใช้สัญชาตญาณความเป็นแม่ ทำงานถึงขีดสุด เธอโอบกอดบุตรสาวทารกวัย 38 วันไว้แนบอก และใช้ร่างของตนเองรับกระสุนปืนแทนจนเสียชีวิต ขณะที่บุตรชายวัย 3 ขวบ รอดพ้นวิถีกระสุนอย่างหวุดหวิดเนื่องจากกำลังซนและก้มตัวลงพอดี

ล่าสุด พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร และหัวหน้าพรรคประชาชาติ พร้อมด้วยคณะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ได้ลงพื้นที่โรงพยาบาลปัตตานี เพื่อเข้าเยี่ยมเยียนและให้กำลังใจ ด.ต.อดุลย์

บรรยากาศการเยี่ยมเยียนเป็นไปด้วยความโศกเศร้า พ.ต.อ.ทวี ได้กุมมือให้กำลังใจ พร้อมมอบเงินช่วยเหลือ พร้อมกล่าวยกย่องความเสียสละอันยิ่งใหญ่ของ น.ส.ปาติเมาะ

“ทางภรรยากลัวลูกจะโดนลูกหลง ถึงได้กอดลูกไว้… เดี๋ยวพวกเราจะไปเยี่ยมครอบครัวนะ ขอบคุณนะที่เข้มแข็ง ต้องสู้เพื่อลูก นี่เป็นวีรบุรุษนะเนี่ย ต้องมาสูญเสียภรรยาที่รักที่สุดไป… วันนี้พาคณะทางพรรคมาหมดเลยครับ เป็นห่วง” พ.ต.อ.ทวี กล่าว

นอกจากนี้ พ.ต.อ.ทวี ยังได้ตั้งข้อสังเกตถึงรูปแบบการก่อเหตุในช่วงหลัง ที่มุ่งเป้ามายังเจ้าหน้าที่รัฐอย่างชัดเจน พร้อมชื่นชม ด.ต.อดุลย์ ที่ยังมีสติสัมปชัญญะและกำลังใจที่เข้มแข็ง สามารถประคองสถานการณ์จนผ่านพ้นวิกฤตมาได้

หลังจากการเยี่ยมเยียนที่โรงพยาบาล คณะของ พ.ต.อ.ทวี ได้เดินทางต่อไปยัง ต.ปูยุด อ.ยะรัง เพื่อพบปะมารดาและครอบครัวของ น.ส.ปาติเมาะ บรรยากาศภายในบ้านเต็มไปด้วยความอาลัย โดยเฉพาะเมื่อญาติพี่น้องต้องเผชิญกับคำถามไร้เดียงสาของเด็กๆ ที่ถามว่า “พวกเขาจะอยู่กับใคร?” ซึ่งทางครอบครัวยืนยันว่าจะช่วยกันดูแลเด็กๆ แทนแม่ที่จากไปอย่างดีที่สุด

พ.ต.อ.ทวี ได้มอบเงินช่วยเหลือเพื่อเป็นขวัญกำลังใจ พร้อมตั้งคำถามสำคัญต่อหน่วยงานรัฐว่า “เมื่อเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ ลูกจะใช้สิทธิ์สวัสดิการของใคร?” ซึ่งเบื้องต้นเจ้าหน้าที่รัฐชี้แจงว่า เนื่องจากมารดาเสียชีวิต บุตรจะสามารถใช้โควตาสิทธิสวัสดิการในส่วนของมารดาได้

เหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งเกิดขึ้นบริเวณทางเข้าโรงเรียนประสานวิทยามูลนิธิ ได้เป็นจุดประกายสำคัญให้ พ.ต.อ.ทวี เปิดวงหารือร่วมกับผู้นำท้องถิ่น (นายก อบต., ผู้ใหญ่บ้าน) และฝ่ายความมั่นคง เพื่อหยิบยกวาระเร่งด่วนเชิงนโยบายขึ้นมาพิจารณา โดยมุ่งประเด็น กรณีที่กลุ่มผู้ก่อเหตุกลับมาพุ่งเป้าทำร้ายเจ้าหน้าที่และกลุ่มเป้าหมายอ่อนแอ

รวมถึงการผลักดันสวัสดิการ เพื่อ เร่งหาแนวทางดูแลสวัสดิการครูโรงเรียนเอกชน และบุคลากรทางการศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้ได้รับสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองที่ครอบคลุมกับความเสี่ยง และ สร้างหลักประกันที่เป็นธรรม เพื่อ ป้องกันไม่ให้บุคลากรที่ทำหน้าที่ขับเคลื่อนการศึกษาในพื้นที่เสี่ยงภัย ต้องเผชิญความสูญเสียโดยปราศจากโครงข่ายรองรับที่มั่นคง

โศกนาฏกรรมที่ยะรังในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงการสูญเสีย “แม่” ของเด็กๆทั้งสี่คน แต่เป็นอีกหนึ่งบททดสอบสำคัญของภาครัฐ ว่าจะสามารถถอดบทเรียนและยกระดับสวัสดิการคุ้มครองชีวิตของผู้ที่อยู่ในพื้นที่ชายแดนใต้ ให้เป็นรูปธรรมได้รวดเร็วเพียงใด เพื่อให้แน่ใจว่าความตายของ น.ส.ปาติเมาะ จะไม่เป็นเพียงอีกหนึ่งสถิติที่ถูกลืมทิ้งไว้บนหน้าสื่อดังเช่นหลายคดีที่ผ่านมา